โลกและชีวิต (27) : หัวใจกำหนดชี้วิถีตน

แผ่นดิน

 

ท่ามวิถีที่ก้าวย่างบนทางชีวิต

 

หนักเบา  ชีวิต  ลิขิตได้

 

เร็ว ช้า,  หลับ ตื่น  หรืออื่นใด

 

หัวใจ  กำหนดชี้,วิถีตน

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#ชีวิต#โลกและชีวิต#ลำนำ

หมายเลขบันทึก: 116415, เขียน: 02 Aug 2007 @ 21:00, แก้ไข, 13 May 2012 @ 11:47, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (10)

นานแล้วครับพี่ ที่ผมไม่ได้ร่ำบทกวีอย่างต่อเนื่องเช่นนี้   ด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ครับ  ขอบคุณ สำหรับความรู้สึกที่หลากหลาย  ถาโถม  และ ซบเซา

                                    ขอบคุณครับ

ผมมีอะไรจะบอกครับพี่ คิดเป็นโปรเจคแล้วครับ คิดว่าคงต้องปรึกษาพี่แผ่นดินแน่นอนครับ  5555555

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 02 Aug 2007 @ 22:08

น้องสายลม..

P

ช่วงนี้พี่เป็นยังไงไม่รู้  นึกแต่อยากเขียนกลอนอยู่เรื่อยเลย  รู้ทั้งรู้ว่าไม่สันทัดนักก็ยังเคี่ยวเข็ญตนเองอยู่เรื่อย ๆ

บทกลอนเขียนยาก  เพราะขนบทางวรรณกรรมมีค่อนข้างเยอะ

ถ้าสังเกตดูดี ๆ กลอนที่พี่เขียนจะเป็นแนวที่มีกลิ่นอายร้อยแก้วค่อนข้างชัด...ราบเรียบ หรือแม้แต่ห้วนสั้น  ไม่เน้นจำนวนคำตามฉันทลักษณ์  แต่ก็ไม่ทิ้งวิถีสัมผัส  ,  บางทีการอ่านกลอนที่พี่เขียนจึงต้องอ่านตามจังหวะของมันเอง  ไม่ใช่จังหวะที่บังคับโดยฉันทลักษณ์เสมอไป  ดังนั้น  ทุกครั้งที่เขียนพี่จึงพยายามเว้นคำ, เว้นวรรค  เพื่อให้คนอ่านได้อ่านตามคำที่แยกไว้เป็นจังหวะ ๆ  มิเช่นนั้นจะงง  และอ่านอย่างฝืดเฝื่อน

.....

สำหรับเรื่องนั้น,  (ที่ยังไม่บอก)  ยินดีทุกเรื่อง และ ทุกประเด็น, 

บอกมาได้เลยครับ, น้องรัก ...




 

pa_daeng
เขียนเมื่อ 02 Aug 2007 @ 22:19

หนึ่งหัวใจ หนึ่งชีวิต ที่ก้าวอย่าง

บนหนทาง ย่างก้าว หว่างวิถี

มีทุกข์โศก มีเศร้า มียินดี

มีหัวใจ ดวงนี้ ที่ชี้นำ

 

------------------

 สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน คุณนายสายลม

ขอก๊อปเป็นบางส่วนนะคะ

 

  • บทกวี จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่าไม่มีกรอบหรอกครับ  ไร้กรอบ ไม่ตายตัว
  • ความลึกซึ้ง  ความเงียบเหงา ความรัก นั่นคือจังหวะจริง ๆ ของกวี

                          ความเงียบเหงา
                            คือคุณสมบัติ
                                ของ  กวี

                                                   cantos  ไร้กรอบ

เรื่องที่อยากจะปรึกษา คงต้องรอให้พี่กลับจากเชียงใหม่ก่อนครับ    แต่จริง ๆ แล้วก็อยากจะพูดคุยก่อนจริง ๆ ครับ

คุณครูแอ๊ว
เขียนเมื่อ 03 Aug 2007 @ 17:01

..หาหัใจให้เจอ..ก็เป็นสุข..

มีความสุขในทุกๆวันนะคะ..แวะมาเก็บตกบันทึกดีดีค่ะ..

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 03 Aug 2007 @ 20:24

สวัสดีครับ  ป้าแดง

P
  • ผมดีใจเหลือเกินที่ทุกครั้งเขียนกลอน  แล้วมีคนมาต่อกลอนให้ชวนอานชวนคิด
  • ถ้าแต่งกลอนในแต่ละครั้ง - เครียดหรือเปล่าครับ
  • สำหรับผม,  กว่าจะได้กลอนแต่ละบทก็หนักโขทีเดียว
  • ....
  • ขอบคุณนะครับที่แวะมาเติมเต็มบรรยากาศในบันทึกนี้
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 05 Aug 2007 @ 19:12
  • สวัสดีครับ  น้องสายลม
    P
  • เห็นด้วยอย่างยิ่งกับบทกวีข้างต้น  เพราะคุณสมบัติอันสำคัญของกวีก็คงหนีไม่พ้นความเงียบเหงา
  • ขณะเดียวกัน  การเป็นนักเขียนก็เป็นเสมือนผู้มีดวงตาที่สาม
  • นึกแล้วก็อยากเป็นนักเขียนจริง ๆ ขึ้นมาแล้วสิ..
  • .....
  • แล้วเรื่องที่อยากปรึกษา -  จะเอายังไงดีล่ะครับ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 05 Aug 2007 @ 19:22

สุขทุกข์, กำหนดได้

เพียงด้วยใจอันแกล่งกล้า

รู้ตน รู้กาลเวลา

รู้คุณค่าหัวใจของตนเอง...

....

ขอบพระคุณครับ -

 

thassana wong
เขียนเมื่อ 07 Aug 2007 @ 22:16

ชั่วชีวิต ผ่านหนาว และผ่าวร้อน

ทั้งซอกซอน ซุกซ่อน ทั่วแห่งหน

แม้เหนื่อยกาย ไม่ท้อ ยอมสู้ทน

อยู่เหนือตน เหนือลิขิต เหนือชตา

 

สุข สงบ เย็น

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 20 Aug 2007 @ 14:00

สวัสดีครับ ..

P

เพราะมนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพียงเพื่อจะพ่ายแพ้  ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ  การต่อสู้ของชีวิตก็ยังต้องดำเนินไปอย่างไม่รู้จบ..

นั่นคือสิ่งที่ผมครุ่นคิดและเชื่อเสมอมา ..

ขอบคุณครับ