ที่เราทุกข์ เราสุข เรากังวล ต่างๆ นาๆ นั้น เป็นเพราะเรา ไปสัมผัส ไปเห็น ไปได้ยิน ไปได้กลิ่น ไปได้รส แล้วก็เอามาแบกไว้เป็นทุกข์ เป็นสุข เป็นอยาก เป็นกิเลส ..

วันนี้ถอดเทปธรรมของหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง มาฝากอีกครั้งค่ะ จากเทปเรื่อง ปัจจุบันธรรม ที่โหลดมาจากเว็บเดิมที่ได้เคยแนะนำไปในบันทึกเรื่องจิต..กับแมงมุม เพราะฟังแล้วรู้สึก ปิ๊ง.. เกิดปัญญาขึ้นอีกหน่อย เลยอยากเล่าให้เพื่อนพ้องฟังค่ะ

หลวงพ่อท่านเทศน์ว่า....

บางคนน่ะ เห็นว่าทุกข์น่ะ มันประจำอยู่ในใจมานานแล้ว...

โยม..มันไม่ได้นอนเนื่องอยู่ในนี้หรอก มันเพิ่งเกิดเดี๋ยวนี้..

เหมือนมะนาว น่ะ ผลมะนาวนั่นแน่ะ ทิ้งไปตรงโน้นน่ะ มันเปรี้ยวไม๊ หืมม?

หรือมะขามเปียกน่ะ เอาทิ้งไปตรงนั้นน่ะ มันเปรี้ยวไม๊?

...มันก็ไม่เปรี้ยว... ลองเอาแตะลิ้นซิ มันก็เปรี้ยวขึ้นเดี๋ยวนี้เอง...

นี่แหละปัจจุบันธรรม มันเป็นอย่างนี้แหละ..

ไม่ใช่ว่าความเปรี้ยวมันนอนเนื่องอยู่ในมะขามเปียกหรอก...มันไม่รู้เรื่อง..

เอามะขามเปียกแตะลิ้น ก็เกิดความไม่ชอบ ก็เกิดกิเลสเดี๋ยวนี้

กิเลสก็ไม่ได้นอนเนื่องอยู่ในใจเราหรอก มันเกิดเดี๋ยวนี้แหละ

ความรู้ความเข้าใจเรื่องปัจจุบันธรรมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่หลวงปู่พยายามจะสอนให้พวกเราเข้าใจว่า ที่เราทุกข์ เราสุข เรากังวล ต่างๆ นาๆ นั้น เป็นเพราะเรา ไปสัมผัส ไปเห็น ไปได้ยิน ไปได้กลิ่น ไปได้รส แล้วก็เอามาแบกไว้เป็นทุกข์ เป็นสุข เป็นอยาก เป็นกิเลส ฯลฯ ดิฉันตีความจากที่ท่านเทศน์ว่าท่านพยายามจะสอนให้เราเข้าใจสมุทัยนั่นเอง

ในตอนกลางๆ ของเทป มีอีกตอนหนึ่งที่ท่านเทศน์ว่า..

อันความเป็นจริงสิ่งทั้งหลายมันไม่ได้มายุ่ง..

อย่างที่ว่าก้อนหินก้อนนั้นมันไม่มายุ่งกับเราหรอก..

มันจะยุ่งกับเราก็เมื่อเราอยากได้ก้อนหินก้อนนั้น..

ไอ้ตัวก้อนหินก้อนนั้นมันก็ไม่ได้มีอะไร มันก็อยู่ตามธรรมชาติ..

เมื่อความคิดอยากได้ก้อนหินก้อนนั้นจึงได้ไปยกมัน มันหนัก..

มันหนักเมื่อไหร่ล่ะ มันหนักเดี๋ยวนี้แหละ..

แต่ก่อนมันหนักไหม มันไม่มีหนักหรอก ไม่มี ยังไม่เกิด มันไม่เกิดหนัก..  

มันไปหนักตรงเราไปยุ่งกับมันนั่นแหละ ..

สำหรับดิฉัน ท่านเทศน์ได้กระทบใจ จริงๆ แล้วท่านล่ะค่ะ คิดว่าอย่างไร