แม้เราไม่คิดว่าชีวิตของเรามีทุกข์สักเท่าไร ทำดีอยู่ทุกๆวัน เราก็ยังสามารถมีทุกข์อย่างคนดีได้

การเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบล็อกทำให้ได้กัลยาณมิตรเพิ่มขึ้นมากมาย ที่ใช้คำว่ากัลยาณมิตรเพราะรู้สึกถึงความตั้งใจดีของทุกท่านที่เข้ามาร่วมเวทีนี้เหมือนบ้านหลังใหญ่

ได้คุยถึงเรื่องของการเจริญสติกับน้องกะ-ปุ๋มและตามเข้าไปอ่านในบล็อก Mindfulness ของน้องที่เขียนเล่าประสบการณ์การปฏิบัติธรรมโดยการเคลื่อนไหว เดินและวิ่ง น่าสนใจมาก ได้ทั้งการฝึกจิต และการออกกำลัง

คนทั่วไปมักเข้าใจว่าคนที่เข้าหาธรรมะคือคนอกหัก รักคุด หรือชีวิตไม่สมหวังในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ผิดนัก แต่ไม่ถูกเสมอไป แม้เราไม่คิดว่าชีวิตของเรามีทุกข์สักเท่าไร ทำดีอยู่ทุกๆวัน เราก็ยังสามารถมีทุกข์อย่างคนดีได้ เช่นการมีความหงุดหงิดรำคาญใจที่เก็บซ่อนไว้ การมีความเศร้าเกิดขึ้น หรือแม้การขยันทำงานที่เกินพอดีโดยหวังสร้างอนาคตที่ร่ำรวยแล้วลืมดูแลสุขภาพตัวเองในวันนี้

หลายคนโชคดีที่ครอบครัวพาเข้าวัดแต่เด็กๆ ได้ซึมซับ คุ้นเคยกับธรรมะจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บ้างก็พบทางสายนี้เพราะให้โอกาสตัวเองในการเรียนรู้สิ่งที่ตนไม่คุ้นเคย(เช่นน้องกะ-ปุ๋ม)

ได้รู้จักกัลยาณมิตรสองคนที่มีเหตุผลน่าสนใจในการหันมาสนใจธรรมะ

คนหนึ่งอายุไม่ได้มาก มีการศึกษาดี ทำงานเก่งระดับชาติ มาจากครอบครัวใหญ่ มีฐานะดีมีความสุขความอบอุ่น เรียกว่าพร้อมทุกอย่าง น้องเขาเล่าให้ฟังว่าเขารู้สึกว่าชีวิตทุกๆวันมีความสุขมาก อยากรู้ว่ามีความสุขอย่างอื่นที่เหนือกว่าความสุขที่มีอยู่หรือไม่ ได้อ่านหนังสือธรรมะเลยคิดอยากลองศึกษาดู ปัจจุบันน้องเขาก็ยัง)ฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ใครที่ไปบ้านบุญบ่อยๆคงได้พบเขา น้องเขาบอกว่าการได้ปฏิบัติธรรมเป็นความสุขที่ยิ่งยวดจริงๆ

อีกคนหนึ่งอาวุโสแล้วเป็นสุภาพสตรีหน้าตาสวยผ่องใส หน้ายิ้มเสมอด้วยความเมตตา(พี่คนนี้แหละที่เปิดหน้าต่างธรรมให้ผู้เขียน) สมัยสาวๆเธอเป็นคนเปรี้ยวมาก มาจากครอบครัวดีมีฐานะ เพื่อนฝูงล้วนอยู่ในสังคมชั้นสูงพบปะสมาคมฟังเพลง ดื่มไวน์กันทุกคืน  เธอทำงานอยู่อเมริกาหลายปี เที่ยวรอบโลกมาแล้ว เธอเล่าว่า เธอมีความสุขดีกับสิ่งที่ทำและการใช้ชีวิตแบบนั้น อยู่มาวันหนึ่งก็มาคิดว่า ชีวิตที่เกิดมาเพียบพร้อม มีความสุขดี ไม่เคยขัดสนจนใจ ทำสิ่งทางโลกที่คนปกติเขาทำกันมาแล้วแทบทุกอย่าง อย่างเดียวที่เกิดมาเป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธแล้วยังไม่ได้ทำ คือการศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม เลยลองทำดู เมื่อได้เรียนรู้จึงคิดว่านี่แหละสุขสูงสุดของการได้เกิดเป็นมนุษย์ในแผ่นดินที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ปัจจุบันเธอบรรยายธรรมและสอนพระอภิธรรมด้วย

หากใครได้มีโอกาสพบสนทนากับบุคคลทั้งสองนี้ จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า คนศึกษาธรรมะไม่จำเป็นต้องเป็นคนเชยๆ ชีวิตนิ่งเงียบ ธรรมะไม่ได้ปฏิเสธความสุข ความสนุกสนาน ความสะดวกสบาย แต่เป็นการสอนให้มีสติไม่หลงติดอยู่ในสุขหรือในทุกข์ต่างหาก

ขอบคุณน้องกะ-ปุ๋มที่เป็นแรงบันดาลใจให้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนนะคะ