คำนำ
นับตั้งแต่ได้เรียนหนังสือ จนอ่านออกเขียนได้มาทุกวันนี้ เพิ่งจะรู้เอาตอนจบออกมาแล้วนี่แหละว่า วิชาภาษาศาสตร์ที่เรา เรียนๆมา เราสอบตกติด F ตลอดการศึกษา
ติด F วิชาภาษาอังกฤษ
ความรู้ภาษาอังกฤษก็งูๆปลาๆอ่านได้บ้างเขียนไม่ได้บ้างอยู่หลายคำ ยิ่งพูดนะหรือ ยิ่งไปกันใหญ่ถ้าเจอฝรั่งน๊ะ ขอบอกว่า....สบายมาก ถามอะไรมา ก็ต้องบอกว่าไอขอบายก่อน
สอบตกวิชาภาษาไทย
ต้องบอกว่าภาษาไทยดีแต่เข้าใจได้ยากที่สุดในโลก ถ้าผู้หญิงพูดว่าเกลียดแสดงว่าเธอรัก -*-. ใครมีเงินเยอะแสดงว่ารวย แต่น่าแปลกไหม...ที่คนถูกหวยจะต้องกลายเป็นคนจนกันหมด ถ้าใครหลอก เราก็จะเชื่อตามกันหมด ยิ่งโฆษณาในโทรทัศน์ด้วยละก็ ฉันซื้อหมด ซื้อได้แม้กระทั่งเสียง ไม่เว้นแม้กระทั่งโฆษณาประชานิยม
ไม่เข้าใจภาษาบาลี
พอพระเทศน์ก็บอกว่าพระบ่น พอเมียบ่นก็บอกว่าเมียเทศน์ ฟังพระเทศน์ไม่เข้าใจ อะไรก็ไม่รู้ เข้าใจยากจัง ตามหลัง ด้วย สาม สี่ห้า หก แปด นั่งเอ่อเหมือนกำลังอยู่ในคาบวิชาภาษาอังกฤษ โดยไม่ได้เรียน abc มาก่อน ไม่เข้าใจว่า ธรรมะแท้จริงแล้วเป็นของง่าย แต่ทำไมต้องทำให้ยากกันไปหมดด้วย พวกพิธีรีตรองสารพัดเปลือกที่เรามาพอกกันในภายหลัง ซึ่งหนาจนเราเองไม่สามารถเข้าถึงเนื้อใน และพลอยเบื่อหน่ายเปลือกกันไปหมด พวกเราเริ่มรู้สึกกันไหมว่า “ยิ่งเรียนยิ่งโง่ ยิ่งโตยิ่งบ้า” ถ้ายิ่งจบโท จบเอก จบด็อกมาแล้วละก็ ยิ่งโง่เข้าขั้น “อีโก้”อาการหนัก จนท่านพุทธทาส ได้เปรียบการศึกษาสมัยนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “การศึกษาหมาหางด้วน”
ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของ”ภาษาไทยวันละคำ” เรามาเรียนภาษาไทยในมุมมองใหม่ๆกันเถอะ เพื่อจะไม่ต้องติด F ติด รอ ติด มส. (มัวแต่เสียใจ)ในวิชาชีวิตกัน
ภาษาไทยวันละคำ
๑ รัก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความหมายของคำว่า “รัก” </p><ul>
L = Lake of sorrow
O = Ocean of Tear
V = Value of Death
E = End of Life
</ul>ทำไมคำว่า”รัก”ช่างน่ากลัวอย่างนี้หนอ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>“รักให้เป็นจึงเป็นรัก”“รักตัวเองจนล้นใจ ค่อยเปลี่ยนไปรักใครอื่น”</p>๒ สติปัญญา<ul>
</ul> ๓ ปัญหา <ul><li><div class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">เมื่อมีทั้งสติและปัญญา ปัญก็จะไม่มาหา (ปัญหา) และไม่เกิดอีกต่อไป (คำตอบ)</div></li></ul> ๔ กำแพง <ul>
</ul>
"ธรรมะทะลุกำแพง"
"ตัวเรานั่นแหละ ที่เป็นกำแพงกั้นขวางเราไว้"
- ตัวเรา อีโก้เรา เงินเรา ญาติเรา พี่น้องเรา เชื้อชาติเรา ประเทศเรา ศาสนาเรา ของของเรา เมื่อไหร่เราจะเห็นว่า นี่เป็นโลกของเราบ้าง โลกจะไม่วุ่นวายอย่างเช่นทุกวันนี้
๕ ติชม
- นำคำว่า "ติ" และ"ชม" มารวมกัน เกิดเป็นความหมายใหม่
- ติเหมือนยาขม ชมเหมือนยาพิษ
- มีน้อยคนนักที่จะเห็นยาขมเป็นขนมหวาน
๖ มูลค่า <ul>
มูลค่า = ค่าของมูล
ได้เพียงค่าเทียมๆ ในชีวิตเท่านั้นเอง ค่าของมูลแบบนี้ตายไปก็เอาไปไม่ได้แน่นอน ไม่ว่าจะมีค่าของมูลสัก ๗หมื่นล้านหรือแสนล้านก็ตาม
๗ คุณค่า
- คุณค่า = ค่าของคุณ
- การวัดคุณค่า ด้วยผลงาน คุณประโยชน์ คุณก็จะได้ประโยชน์ที่แท้จริงให้กับชีวิต ยิ่งก่อให้เกิดประโชชน์ตนประโยชน์ท่านมากเท่าใด คุณก็จะกลายเป็นคนที่มีคุณค่ามากเท่านั้น เป็นความสุขที่แท้จริง เป็นการสร้างทรัพย์ภายในที่ตายไปก็นำติดตัวไปได้
๘ มารยาท
๙ มารยา
- มารยาทและมารยา สองคำนี้ต่างกันอยู่ที่ตัว ท.ทหารอดทนตัวเดียว
- มีคนบอกว่าผมมารยาททราม น่าจะไปอ่านหนังสือสมบัติผู้ดีเสียบ้าง แต่นั่นเพราะมุมการมอง ผมจะยินดีมากๆ หากมีคนด่าผมว่า ไอ้สั.... ไอ้เหี้.... เพราะนั่นอาจหมายถึงคำพูดที่จริงใจที่สุดที่หาฟังได้ยากในสมัยนี้ และผมคงจะไปทำอะไรที่ไม่ดีมากๆจนเขาผู้นั้นโกรธจริงๆ ซึ่งต่างกับ สิ่งที่หลงเรียกกันว่า "มารยาท" ด้วยการปรุงแต่งวาจาที่ไพเราะน่าฟัง ซึ่งอาจหมายถึงการถือมีดไว้ข้างหลัง หรือ "มารยา" นั่นเอง
- สองคำนี้มีคำว่า"มาร" ผสมอยู่
C U Next Day ^^
</ul></span></span></span></span>
ก็เป็นเรื่องของ..คนขี้เหม็น….ต้องทำใจ
คำว่า "ขี้" หากไปรวมกับคำอื่นๆ ความหมายส่วนใหญ่จะเป็นไปในทางที่ไม่ดี ยกเว้น
อาหารเก่าในตัวเราก็คือ ขี้ ดังนั้นในตัวเราจึงเต็มไปด้วยของไม่ดีและเน่าเหม็น แต่ไม่ยักกะมีใครได้กลิ่น
กำจัดขี้หรือขยะในใจกันเถอะ
ได้เลย...กำจัดขี้หรือขยะในหัวใจ
ดีใจที่ได้เข้ามาอ่านค่ะ ชอบค่ะที่เขียนแนวนี้
"ตัวเรานั่นแหละ ที่เป็นกำแพงกั้นขวางเราไว้"
ใจตัวเอง..ต่างคนต่างกำจัด คนแบบนี้มีน้อยกว่า คนที่ต่างคนต่างเพิ่มพูนครับ
๑๐ กว้างขวาง
กว้าง รวมกับ ขวาง
๑๑. แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร
เราเคยแต่ได้ยินว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม แต่ทำไมพระถึงแพ้มาร(แพ้เป็นพระ)
แพ้เป็นพระ = ให้เรารู้จักแพ้เป็น (รู้แพ้) เป็นผู้แพ้ที่จริงๆ แล้วชนะใจตัวเอง
ชนะเป็นมาร =ชนะแล้วหลงลืมตน หรือชนะไม่ใสสะอาด เป็นทิฐิที่เรียกว่ายอมไม่เป็น แพ้ไม่ได้
hguh