ธาตุเหล็กนี่… จะว่าไปก็คล้าย "ธาตุไฟ"… ถ้ามีน้อยจะเสี่ยงโรคเลือดจาง ถ้ามีมากอาจเสี่ยงต่อภาวะธาตุไฟเกิน

Hiker

พวกเราคงจะทราบกันดีว่า การบริจาคเลือดให้ผลดีกับผู้รับ ทว่า… ผู้ให้ได้อะไร (ถ้าไม่นับ "ได้ใจ" กับ "ได้บุญ") วันนี้มีข่าวที่อาจจะดีสำหรับผู้บริจาคเลือดครับ…

ก่อนอื่น… ขอกล่าวถึงธาตุเหล็กซึ่งเป็นธาตุสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงสักเล็กน้อย

ชาวตะวันตกส่วนหนึ่งมีปัญหาธาตุเหล็กมากเกิน เนื่องจากคนตะวันตกกินผลิตภัณฑ์จากสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแดง (เนื้อสัตว์ใหญ่) ค่อนข้างมาก

ถ้าเป็นผู้หญิงคงมีทางเลือกในการขับธาตุเหล็กออก เช่น เสียเลือดประจำเดือน ตั้งครรภ์ เสียเลือดตอนคลอด และให้นมลูก

ทีนี้ผู้ชายไม่มีโอกาสเสียเลือดมากอย่างผู้หญิง และมีแนวโน้มจะกินเนื้อ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์มากกว่า ทำให้เสี่ยงต่อภาวะธาตุเหล็กเกิน

ธาตุเหล็กนี่… จะว่าไปก็คล้าย "ธาตุไฟ" ถ้ามีน้อยจะเสี่ยงโรคเลือดจาง ถ้ามีมากอาจเสี่ยงต่อภาวะธาตุไฟเกินได้

ภาวะธาตุเหล็กเกินอาจมีผลทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (free radicals) เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะผนังเส้นเลือด

อาจารย์ดอกเตอร์ลีโอ ซาคาสกิ (Leo ไม่ทราบแน่ว่า ออกเสียง "เลียว" หรือ "ลีโอ") ทำการทดลองในกลุ่มตัวอย่าง 1,277 คน อายุ 43-87 ปี และมีโรคเส้นเลือดส่วนขาหรือแขนอุดตัน ติดตามไปนาน 6 ปี

อาจารย์ท่านแบ่งคนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งนำเลือดออกทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้ระดับธาตุเหล็กในร่างกายลดลง นี่เป็นการศึกษาวิจัย… ไม่ใช่การบริจาคเลือดตามปกติ ซึ่งสภากาชาดอเมริกันให้บริจาคเลือดได้ทุก 8 สัปดาห์

เมื่อติดตามไป 6 ปีพบว่า กลุ่มที่นำเลือดออกป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันน้อยกว่า และเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตน้อยกว่า

อาจารย์ซาคาสกิท่านว่า นี่เป็นเพียงการศึกษาแรกเริ่ม ยังต้องศึกษาวิจัยต่อไปให้มากกว่านี้ จึงจะยืนยันได้ว่า การบริจาคเลือดซึ่งเป็นการนำธาตุเหล็กออกรูปแบบหนึ่งดีกับสุขภาพในระยะยาว

ผู้เขียนเชื่อว่า จะดีกับสุขภาพตัวเองหรือไม่ยกไว้เถิด… "ได้บุญ และได้ใจ(ตัวเอง)" จากการบริจาคเลือดก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว แถมยังได้วัดความดันเลือดเป็นประจำอีกด้วย

ผู้เขียนอ่านพบในแบบเรียนการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ว่า คนที่มีประสบการณ์ชีวิตเลวร้าย (posttraumatic stress disorder / PTSD) เช่น ผ่านสงคราม ครอบครัวแตกแยก ฯลฯ มาส่วนหนึ่งมีอาการดีขึ้นเมื่อได้บริจาคเลือด

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงคำกล่าวของผู้บริจาคเลือดท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า "เอาเลือดชั่วๆ ออกไปเสียบ้างก็ดี เอาออกแล้วสบายใจ"

ความจริง... คนเราส่วนใหญ่(ที่ไม่ใช่พระอรหันต์ หรือพระอริยบุคคล)คงจะมีส่วนดีบ้าง ส่วนเสียบ้าง ปะปนกันไป

เมื่อได้ทำคุณงามความดีบ่อยๆ เช่น บริจาคเลือด ฯลฯ แล้ว คุณงามความดีหรือบุญย่อมจะคุ้มครอง ปกป้อง รักษา ส่งเสริม และเกื้อกูลเรา ทำให้ชีวิตของเราค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดี...

แม้เลือดที่เคยชั่วก็ดีขึ้นได้... กลายเป็นเลือดดีได้ด้วยการทำดีบ่อยๆ

เรียนเชิญท่านผู้อ่านบริจาคเลือดได้ที่สภากาชาด หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านครับ…

    แหล่งที่มา:

  • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > Study says blood donations may help donor’s health. http://today.reuters.com/news/articlenews.aspx?type=&storyid=2007-02-14T152724Z_01_N12407979_RTRUKOC_0_US-BLOODLETTING-HEART.xml&src=nl_ushealth1400 > February 14, 2007. // source: JAMA.
  • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + พต.ศรัณย์ มกรพฤฒิพงษ์ + กองรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐.
  • เชิญอ่าน "บ้านสาระ" ที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/talk2u