5 ความลับของสิงห์ป่าสัก
ช่วงนี้มีเวลาค่อนข้างจำกัดในการเข้ามาเขียน และอ่านบันทึก มีคำถามจากหลายท่านทั้งของท่านพี่เมตตา ดร.วัลลา และคุณหมอนนทลี อยากรู้ความลับของสิงห์ป่าสัก นึกหาอยู่ตั้งนานก็นึกไม่ออก ลองอ่านดูนะครับว่ามีอะไรบ้าง
- ความลับที่ 1 ผมเคยบริจาคเลือดจนเป็นลมครับ เมื่อช่วงประมาณ ปี 2535 ผมทานมังสะวิรัติ และวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า และช่วงเดียวกัน นี้ก็ไปบริจากเลือดทุก 3 เดือน ใน 3 ครั้งหลังนี้ ออกกำลังกายตอนเช้าแล้วสายๆ ก็ไปบริจาคเลือด เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง จนร่างกายไม่ไหว หมดแรง ตาลาย เหมือนคนใกล้จะตายครับ เลยต้องนอนพักอยู่เฉยๆ 1 อาทิตย์ จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่กล้าไปบริจาคเลือดครับ (บริจาคได้ 13 ครั้งแล้ว) แม้จะได้เคล็ดลับจากคุณหมอวัลลภแล้วก็ยังไม่กล้าครับ
- ความลับที่ 2 ผมเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 ครับ (ไม่อยากบอกว่าผมหงอกตั้งแต่ยังไม่แก่) เป็นเหตุต่อมาจากความลับที่ 1 ครับ หลังจากร่างกายไปไม่ไหว ทำให้ไม่กี่เดือนต่อมา ผมที่ดกดำก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีขาวตอนนี้ก็อาศัยการเสริมความหล่อเข้าช่วยครับ
- ความลับที่ 3 เป็นคนไม่ค่อยพูดครับ ปกติผมจะเป็นคนที่ค่อนข้างจะเก็บตัว พูดน้อย ได้แต่ยิ้มและนั่งฟังและคิดตามเสียเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันเลยกลายมาเป็นคนที่ชอบการเขียน และถนัดการเขียนมากว่าการพูด
- ความลับที่ 4 ไม่ชอบออกงานสังคมครับ คล้ายๆ กับครูนงครับ มักจะเลี่ยงงานเลี้ยงอยู่เป็นประจำ เหตุที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะในจิตใจลึกๆ ไม่อยากทานเนื้อสัตว์ครับ หากไปร่วมงานมักจะเลี่ยงอาหารที่มีพวกเนื้อสัตว์ลำบาก เลยกลายเป็นคนชอบอยู่กับบ้าน และไม่ค่อยจะชอบการไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ตามมาด้วย
- ความลับที่ 5 ชอบทานอาหารที่ปรุงด้วยถั่วเหลือง ที่ทางภาพเหนือเรียกว่าถั่วเน่าครับ (ลิงค์) เ ป็นผลพวงมาจากการที่ผมเคยไปเป็นครูอาสาที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่อยู่หลายปี บนดอยจะไม่ค่อยมีเนื้อสัตว์ทาน ชาวบ้านก็จะนำถั่วเหลืองมาหมักเพื่อเก็บไว้เป็นแหล่งอาหารโปรตีน ผมทานแล้วก็ติดใจครับ ไปที่จังหวัดไหนทางภาคเหนือ ผมก็จะไปเดินตลาดและหาซื้อมาทานไม่เคยเว้น ไม่ว่าจะเป็นที่แม่ฮ่องสอน น่าน เชียงใหม่ ลำพูน(บ้านเกิด) ตาก หรือแม้แต่ที่กำแพงเพชรนี้ก็ไม่เคยเว้น
5 ความลับของสิงห์ป่าสัก ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ชาว Gotoknow ครับ
ตามมาอ่านความลับของสิงห์พูดน้อย ค่ะ
แต่ละข้อ น่าสนใจมากเลยค่ะ โดยเฉพาะข้อที่ 5 สงสัยมากว่า อะไรคือ ถั่วเน่า แต่พอตามไปดูรูป หน้าตาก็ยิ่งดูประหลาด แต่น่าทึ่งมากเลยค่ะ สำหรับวิธีการถนอมอาหารของชาวเขา
คุณสิงห์ป่าสักพูดน้อยจริงๆ ด้วย ดิฉันเคยชวนนั่งรถไปโรงแรม (ไม่ใช่ชวนกันเข้าโรงแรม อย่าเข้าใจผิด) ตอนงานมหกรรม KM III ก็ไม่ปฏิเสธเลย
ดีใจที่เหมือนกันในข้อ 4 ไม่ชอบออกงานสังคม ได้เพื่อนชวนเกเรแล้วเชียว ยุทธการหลบไมค์
ไม่อยากเชื่อความลับข้อที่ ๓ ครับ
เพราะเคยพูดกับพี่วีรยุทธ หลายครั้งและแต่ละครั้งก็นานๆครับ
จริงมั้ยครับ ท่านอาจารย์หมอนนทลี
คุณเอกคะ ยืนยันความถูกต้องค่ะ … หยั่งงี้ต้องเรียกว่า ถ่อมตัว
เห็นว่าเป็นสิงห์ด้วยกัน ก็เลยแวะเข้ามาทักทาย
ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมได้ร้องอ๋อ..เข้าใจ รู้จักตัวเองมากขึ้น ว่า ทำไมชอบเขียน ก็เพราะไม่ค่อยพูด เหมือนคุณสิงห์ป่าสักนี่เอง
เราเป็นสิงห์ที่เหมือนกันตั้ง ๒ ข้อแหนะครับ ข้อ ๓ กับ ๔
ส่วนเรื่องเนื้อสัตว์นี่ ผมเปล่าเป็นมังสวิรัติครับ แต่คนมักจะชอบเข้าใจผิดอยู่เรื่อย เตรียมอาหารมังสวิรัติให้ผมเวลาไปเป็นวิทยากรอยู่บ่อยๆ ไม่รู้หน้าตาผมมันบ่งบอกยังไง
มาอ่านความลับค่ะ...ทำไมไม่ tag ต่ออีก 5 คนล่ะคะ...คุณพูดน้อย...ช่างตรงกันข้ามกันกับดิฉั้นเสียจริงๆ...แต่น่าจะเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้...ดิฉั้นพูดมาก...จึงเขียนอะไรไม่ค่อยได้ความค่ะ...
เรียน คุณรัตติยา
ขอบพระคุณมากครับที่แวะเข้ามาอ่าน(ล้วง)ความลับ
คุณบอย สหเวช
สวัสดีค่ะ
Infinities of Love.Tenderly in our hearts.In our World of Love.
ขอบคุณสำหรับรัก....
นับว่าเป็นสิงห์ที่ซ่อนเล็บที่น่ารักนะคะ
ครูอ้อย
เรียน ดร.วัลลา ครูนงและ พี่โอ๋-อโณ
เรียน คุณหมอนนทลี ,น้องจตุพร
เรียน คุณหมอเต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี
เรียน ท่านพี่เมตตา
เรียน ครูอ้อย