ผลพวงจากการศึกษาเรื่องพาราดาม  ทำให้ผมได้แนวคิดแปลกๆ ลองคุยให้เพื่อนฟังมันก็ขำ  ฮาแตกบอกว่าฟังดูไร้สาระแต่ก็ยอมรับว่าเป็นจริงตามเหตุการณ์ปัจจุบันแต้ๆ

    จากการเปิดโลกทัศน์  มุมมอง  แนวคิดและพาราดาม  หลังจากได้รับคำชี้แนะจากอาจารย์หลายๆท่าน  ผมจึงคิดว่าอะไรคือแนวคิดที่เราจะบูรณาการเพื่อจดจำได้ง่ายๆ  นึกในใจว่าคุ้นๆ  ว่าเคยมีคนพูดถึงม้าลำปางว่ามันวิ่งตรงได้อย่างเดียวจะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็ต้องรอให้คนสั่งเนื่องจากว่ามองไม่เห็นด้านข้าง(มีของครอบตาอยู่) 

    หากเปรียบนักวิจัยรุ่นใหม่(นักศึกษาป.โท) เหมือนกับม้าลำปาง  ที่เดิมทีต้องการทำงานวิจัยตามแนวคิดของตนเอง  ก็จะมีวิถีคิดด้านเดียวคือมองเท่ากับสิ่งที่ตนเองเห็น 

     หลายคนคงคิดว่าอาจารย์ที่ปรึกษาคงเป็นคนขี่หรือคนบังคับใช่ไหม...คำตอบ คือ อาจจะใช่และอาจจะไม่ใช่อยู่ที่มุมมองของเราเอง  หากมองว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นคนขี่หรือคนบังคับนั่นย่อมหมายความว่างานวิจัยนั่นไม่ได้เป็นไปตามแนวคิดของเราเปรียบเสมือนม้าที่คนขับอยากให้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาได้

     หากมองว่าอาจารย์ไม่ใช่คนขี่หรือคนบังคับแต่เป็นเจ้าของที่ดูแลม้าอย่างดี  เฝ้าสั่งสอนว่าให้ทำงานให้ดีอย่าได้ดื้อรั้น  อย่าวิ่งออกนอกเส้นทาง  เตลิดเปิดเปิงไปใหนก็ขอให้กลับบ้านได้ถูก  เอ...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมุมมองของม้าล่ะเพราะว่าเจ้าของก็ยังไม่ได้ถอดที่ครอบตาให้ม้า  ม้าก็ต้องเอาออกเองน่ะสิครับ.... เฮ้ย  หลายคนอุทานว่าม้ามันจะเอาออกเองได้อย่างไร  ก็นั่นนะสิมันเป็นม้าไม่ได้มีมือนิ  อันนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ม้าลำปางก็ยังคงเป็นม้าลำปาง 

     คนเรานี่สิมือก็มี 2 ข้าง  ฉไหนเลยจะเอาฝาครอบตาออกไม่ได้  แต่สิ่งที่ครอบเราอยู่ไม่ได้ครอบที่ตานะครับ  มันครอบที่ความคิดมันไม่ได้ง่ายเหมือนเอาฝาครอบตาออก  หลายคนๆ ที่ผมรู้จักมองไม่เห็นฝาครอบความคิดจึงทำให้คิดได้เพียงด้านเดียวเหมือนม้าลำปาง  การเอาฝาครอบความคิดออกไม่ได้หมายความว่าเราจะเปลี่ยนแนวคิดเดิมของตนเองหากแต่ได้ยอมรับมุมมองอื่นๆด้วย

     ผมคิดว่าหากนักวิจัยรุ่นใหม่ได้เอาฝาครอบความคิดออกจะทำให้ผลงานวิจัยมีความครอบคลุมและ  ผู้วิจัยเองก็จะไม่หลงทางหรือมีมุมมองแนวคิดเพียงด้านเดียว