โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่างานวิจัยมากมายไร้แก่นสาร ไม่มีประโยชน์ หรืออาจก่อให้เกิดผลเสียต่อส่วนรวมเสียด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่นระบบการศึกษาของไทย ณ ปัจจุบัน (พ.ศ.2551)กำลังจะเกิดระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ฟอนเฟะและสะท้อนให้เห็นถึงความเขลาเบาปัญญาของผู้ที่อ้างตนว่ามีความรู้(และอำนาจ)เพระการสอบระบบใหม่นี้สามารถสอบได้ถึง 6 ครั้ง ตั้งแต่ม.5 ..... คล้ายกลับไปสอบเทียบที่เคยบอกว่าเด็กมีความรู้ไม่มากพอ....เท่ากับส่งเสริมให้เรียนกวดวิชาทั้งที่เคยต่อต้าน(เนื่องจากหลักสุตรมีถึงม.6)....วัดเด็กไม่ได้เนื่องจากอาจหลับตากากบาทได้ถูกต้องมากกว่าเด็กที่อ่านมามากกว่า10เท่าตัว.....อื่นๆๆๆๆๆ.....สุดท้ายมหาวิทยาลัยเป็นเอกเทศ สอบตรงกันเองเนื่องจากการคัดเลือกของส่วนกลางไม่ได้มาตรฐานมหาวิทยาลัย(ชั้นนำ) ทำให้เพิ่มภาระผู้ปกครองในการนำเด็กมาเข้าสอบ---ค่าเดินทาง+เวลา เพราะประเทศไทยไม่ได้มีแค่เด็ก กทม. แล้วสกอ.ก็จะพังทลายไปในที่สุด ทั้งหมดนี้เกิดจากงานสถิติ การทำวิจัย การศึกษาดูงาน ...นี่ใช้สมองคิดกันบ้างหรือยัง

ปล.เดินหน้าหรือถอยหลังเข้าคลองอาจไม่สำคัญ สำคัญเพียงสิ่งนั้นดีเพียงพอสำหรับเราหรือยัง

ปากอย่างใจอย่างหาดูได้ที่ไหน แกว่งสากถือศีลดูที่ไทยได้เลย