GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สัตยาไส...สถานศึกษาส่งเสริมคุณธรรม

การปลูกฝังคุณธรรมนั้น ที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การพร่ำสอน หากอยู่ที่การเห็นตัวอย่างและได้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นประจำจนเกิดเป็นนิสัย


         
สัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงเรียนสัตยาไส จังหวัดลพบุรี หลายคนคงรู้จักกันดี ด้วยเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในด้านการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้แก่นักเรียน โดยมีท่านอาจารย์ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นผู้ดูแล การบริหารงานเป็นไปในรูปแบบมูลนิธิ ชื่อว่ามูลนิธิสัตยาไส นักเรียนทุกคนของที่นี่เรียนฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

                                 

          ดิฉันเองเคยได้ยินชื่อเสียงของสถานศึกษาแห่งนี้มาบ้าง และเคยพลาดโอกาสไปเยี่ยมชมโรงเรียนนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ดังนั้นในเช้าวันพุธที่ผ่านมาของสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันจึงไม่ยอมพลาดอีก และไม่ผิดหวังเมื่อไปพบเห็นเด็ก ๆ ของที่นี่ด้วยตนเอง

          ช่วงเช้าเราได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งท่านอาจารย์ ดร.อาจอง เป็นครูประจำชั้น และเป็นผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร์เอง ซึ่งท่านบอกว่าท่านเองมีหน้าที่นำพาให้เด็ก ๆ เหล่านี้เข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเด็ก ๆ สามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ 100 % ส่วนรุ่นนี้ได้เข้าเรียนต่อในสถาบันต่าง ๆ ด้วยวิธีสอบตรงเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่ 2 คนที่ยังสอบเข้าไม่ได้ ซึ่งเพื่อน ๆ กำลังช่วยกันติวให้อยู่ และคาดว่าไม่น่าเป็นห่วง

          จากการซักถามข้อมูลและความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ เราพบความพิเศษที่ต่างไปจากเด็กเก่งที่เราพบเห็นทั่วไปในเด็กกลุ่มนี้ คือ ความเก่งที่มีอยู่คู่กับคุณธรรมประจำใจ ที่เป็นอย่างนี้ได้ สังเกตว่าเป็นเพราะที่นี่มุ่งปลูกฝัง หล่อหลอมให้เด็กเป็นคนดีเสียก่อน ความเก่งก็จะตามมาในภายหลังได้

          โดยให้ความสำคัญกับเรื่องจิตใจเป็นอันดับแรก ทุกเช้าตรู่เวลา 05.30-06.30 น. เด็ก ๆ ทั้ง 363 คน ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 (นักเรียนกินนอน ยกเว้นระดับอนุบาลให้ไป-กลับ) จะมาสวดมนต์นั่งสมาธิพร้อมกัน (ทุกชั่วโมงเรียนก็จะสวดมนต์นั่งสมาธิด้วย แต่เป็นอย่างย่อ)

          การสวดมนต์ไม่ได้เป็นทำนองสรภัญญะแบบบ้านเรา แต่มีทำนองคล้าย ๆ การร้องเพลง ส่วนการทำสมาธิเป็นการฝึกจิตมุ่งไปที่แสงสว่าง ให้นำแสงสว่างไปอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เริ่มตั้งแต่หัว ตา หู ลิ้น แขน มือ ขา แล้วสอนให้คิดดี มองแต่ส่วนดี ฟังแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่เรื่องดี และก้าวไปในทิศทางที่ดี ตามลำดับ จากนั้นนำแสงสว่างกลับมาที่หัวใจ กลายเป็นความสุขใจมอบให้กับตัวเอง พ่อแม่พี่น้องและเพื่อนรอบข้าง

          คำสอนเหล่านี้เป็นไปตามแนวคำสอนของท่านไสบาบา (อธิการบดีของสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ผู้นำความคิดและการสอนธรรมะ โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นศาสนาใด มุ่งสอนให้มีความรัก ความกรุณา ความเมตตา รับใช้เพื่อนมนุษย์ ค้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และอยู่กับธรรมชาติ

          ในการสวดมนต์นั่งสมาธินี้ เริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ แม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าใจเท่าใดนัก นั่งไปหลับไป แต่การปฏิบัติเป็นประจำจะช่วยสร้างนิสัย และเป็นกิจวัตรประจำวันไปได้ในที่สุด เมื่อเขาโตขึ้นก็จะค่อย ๆ เรียนรู้ความหมายของการกระทำเหล่านั้นได้

          ดิฉันมีความเห็นว่า ข้อได้เปรียบของการฝึกฝนคุณธรรมของที่นี่ คือการตัดวงจรของที่บ้านไป ดิฉันหมายถึงนักเรียนจะอยู่ในโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ปีหนึ่งจะอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านได้ 2 ครั้งในช่วงปิดภาคเรียน เสาร์-อาทิตย์ ผู้ปกครองสามารถพาลูกไปทำธุระได้ แล้วพากลับมาส่ง เด็กจะมีเวลาอยู่ในโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ การหล่อหลอมและฝึกฝนอย่างจริงจังจึงทำได้ง่ายกว่าในโรงเรียนปกติที่อยู่โรงเรียนฝึกอย่างหนึ่ง กลับไปบ้านทำอีกอย่างหนึ่ง

          รวมถึงส่วนหนึ่งเป็นเพราะเด็กทุกคนของที่นี่ที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่มีความคาดหวังให้ลูกเป็นคนดี ถือเป็นต้นทุนหนึ่งของการพัฒนา ข้อมูลนี้ทราบได้จากการสัมภาษณ์พ่อแม่เพื่อให้ลูกได้เข้าเรียน ที่นี่เวลารับนักเรียนเขาจะไม่มีการทดสอบเด็ก แต่จะทดสอบพ่อแม่โดยการสัมภาษณ์ ถ้าพ่อแม่ผ่าน ก็ถือว่าลูกสอบผ่าน และจะรับนักเรียนใหม่เฉพาะช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3) เท่านั้น ช่วงชั้นอื่น ๆ จะเป็นนักเรียนเดิมที่เลื่อนชั้นขึ้นไป จะไม่รับระหว่างปีเพราะโรงเรียนอยากได้เด็กเล็ก ๆ ไปฝึกมากกว่า

        

         
ข้อสังเกตที่พบเห็นอีก คือ เด็กที่นี่จะมีความมั่นใจในตัวเอง พูดจาฉลาด และเก่งภาษาอังกฤษ เพราะมีชาวต่างประเทศมาทำหน้าที่ครูอาสาสมัครอยู่ตลอดเวลา บางส่วนเป็นครูประจำรับเงินเดือนจากมูลนิธิเช่นเดียวกับครูไทย ซึ่งมีไม่มาก ครูต่างประเทศส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มาร่วมศึกษาเรียนรู้จากห้องเรียนจริงเพื่อนำไปจัดการศึกษาในบ้านเมืองเขา กลุ่มนี้จะเป็นครูอาสาสมัครให้กับที่นี่ ซึ่งมีอยู่ไม่เคยขาด โดยพวกเขาจะไม่รับค่าตอบแทนใด ๆ

          ครูทุกคนจะอยู่ประจำที่โรงเรียน มูลนิธิจะมีเงินสนับสนุนให้ครูปลูกบ้านอยู่บนพื้นที่แห่งนี้และสามารถพาครอบครัวมาพักอาศัยอยู่ด้วยได้ มีอาณาบริเวณของบ้านที่ครูจะปลูกพืชผักสำหรับรับประทาน เน้นว่าที่นี่จะทานมังสวิรัติทั้งเด็กและครู อาหารที่รับประทานจะมีทั้งปลูกเองทั้งหมด เช่น ข้าว หรือมีทั้งปลูกเองและซื้อมาเสริม ได้แก่พืชผักทั้งหลาย พืชที่ปลูกมากจนสามารถนำมาสกัดน้ำมันใช้เองได้ คือ ต้นละหุ่ง หากจะดูตัวอย่างของความพอเพียง ที่นี่ก็มีภาพนั้นให้คุณเห็น บนพื้นที่กว่า 200 ไร่

          การปลูกฝังคุณธรรมนั้น ที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การพร่ำสอน หากอยู่ที่การเห็นตัวอย่างและได้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นประจำจนเกิดเป็นนิสัย คุณครูของที่นี่จะปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่นักเรียน รุ่นพี่ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่รุ่นน้อง อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเมตตา เอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น

          จะสร้างเด็กสักคนให้เป็นคนดีของสังคม ทำได้ไม่ง่ายนัก โรงเรียนสัตยาไสเปิดดำเนินการมาถึง 15 ปี ขณะนี้มีผลผลิตที่แสดงให้สังคมเห็นถึงความสำเร็จจากนักเรียนที่จบการศึกษาในชั้น ม.6 มาสามรุ่นแล้ว บุคคลสำคัญที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของครูและนักเรียนก็คือ ท่านอาจารย์ ดร.อาจอง นั่นเอง สิ่งนี้บ่งบอกได้ว่าผู้บริหารสถานศึกษาต้องมุ่งมั่น คุณครูทุกคนต้องเสียสละทุ่มเท ต่อเนื่องยาวนานจึงจะเห็นผลได้

          แม้จะมีส่วนพัฒนาเยาวชนได้เพียงสามร้อยคนเศษ เมื่อเปรียบกับประชากรทั้งประเทศก็เป็นแค่เศษเสี้ยว แต่ที่นี่ทำแล้ว หากทุกโรงเรียนมองเห็นความสำคัญที่แท้จริงในการพัฒนามนุษย์ ไม่เพียงแค่เป็นไปตามกระแสเรียกร้องให้คุณธรรมกลับมา ก็น่าคิดว่า วันนี้เราเริ่มฝึกฝนพัฒนาคุณธรรมให้ลูกศิษย์ของเราอย่างจริงจังแล้วหรือยัง



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 74744
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 35
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (35)

  • ศรัทธาครับ..ศรัทธา
  • แล้วผมจะหาโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนนี้บ้างครับ
  • อาจเป็นสัปดาห์หน้า
  • รถกวนคุณปวีณา บอกเส้นทางการเดินทางด้วยครับ
  • เริ่มจากสุพรรณบุรีก็ได้ และถ้ามีเบอร์โทรติดต่อได้จะดีมาก
  • เรียน อ.beeman ค่ะ
  • จากพิษณุโลกเข้าลพบุรีคงมาไม่ยาก
  • โรงเรียนนี้อยู่ที่ ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
  • เรื่องเส้นทางอาจารย์สอบถามกับทางโรงเรียนคงจะสะดวกกว่านะคะ
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อ คือ 036-462-334, 335 และ 336 หรือ 081-853-0276 อ.ลัดดา ผู้อำนวยการโรงเรียนสัตยาไสค่ะ
  • วันนั้นที่ไปเยี่ยมชมโรงเรียน ได้มีโอกาสพบกับคณะนิสิตศึกษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่มาดูงานพร้อมกันด้วยค่ะ ทราบว่าอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พานิสิตนักศึกษามาดูงานที่นี่ไม่ขาดสายทีเดียว
  • จะรอติดตามข้อมูลจาก อ.beeman หลังจากไปเยี่ยมชมโรงเรียนนี้แล้ว เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านอาจารย์ค่ะ
  • ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
  • ขอบคุณครับ คุณปวีณา
  • หวังว่าผมคงได้ไปเยี่ยม และเก็บเรื่องเล่ามาฝากผู้อ่าน
  • ได้ทราบจากอ.หนึ่งว่า..ผอ.โรงเรียนเคยเรียนที่ม.นเรศวรครับ
  • และมีเรื่องเล่าสนุกมาก..ตอนรับครูเข้าทำงานที่โรงเรียนสัตยาไส

ขอขอบพระคุณมาก ๆ ค่ะที่นำเรื่องดี ๆ แนวคิดและการกระทำของนักคิดระดับประเทศ ซึ่งมากด้วยคุณค่ามาถ่ายทอด     อยากให้บุคลากรทางการศึกษาได้รับรู้เรื่องดี ๆ เช่นนี้มากเลยค่ะ

เมื่อคืนดิฉันมีโอกาสดูรายการ The ICON  ปรากฏการณ์ คน จากช่อง ๙ ของคุณดู๋สัญญา  ได้รับฟังแนวคิด ในการจัดทำโรงเรียนของท่านมีชัย  ซึ่งต้องการพัฒนาเด็กในดินแดนทุรกันดาร แล้วทึ่งมาก ๆ เลยค่ะ  ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เน้นกระบวนการคิดและชุมชนผู้ปกครองมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ดีใจจังได้รับทราบแนวคิดดี ๆ การกระทำดี ๆ ของคนไทยที่เป็นนักคิดของประเทศถึง ๒ ท่านด้วยกัน

สนใจมากเลยค่ะ  คิดว่าต้องหาโอกาสตามรอยอาจารย์ปวีณาบ้างเช่นกันค่ะ

  • ว้าไกลจัง ไปไม่ถึงน่ะ
  • ส่งใจไปแล้วกันค่ะ
  • คิดถึงนะคะ
  • เอาใจช่วยท่าน อ.beeman เดินทางไปที่นั่นค่ะ
  • อยากฟังเรื่องสนุก ๆ เกี่ยวกับคุณครูของที่นี่บ้างค่ะ
  • วันนั้นเรายังรู้สึกไม่เต็มอิ่มกับการพูดคุยกับคุณครู แม้เพียงเวลาแค่น้อยนิด แต่เราก็สัมผัสได้ว่าคุณครูที่มาอยู่ที่นี่ต้องมีอุดมการณ์ระดับหนึ่ง ไม่คาดหวังกับค่าตอบแทน รักความพอเพียง และมีจิตใจดีงาม และมีคุณธรรมประจำใจค่ะ
  • ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
  • ขอบพระคุณคุณครูภาทิพ มากค่ะ
  • ดิฉันพลาดโอกาสชมรายการทีวีที่คุณครูพูดถึง ดูแล้วน่าสนใจมาก ๆ เสียดายที่ไม่ได้ชม
  • ขอความกรุณาให้คุณครูช่วยนำมาเล่าอย่างละเอียดในบล็อกของคุณครูภาทิพ ได้ไหมคะ เป็นวิทยาทานสำหรับผู้ไม่ได้ชมรายการนี้ค่ะ
  • ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ
  • อีกรายการหนึ่งที่คนเป็นครูน่าดูมาก ๆ คือ รายการ "คนค้นคน" คืนวันอังคารทางช่อง 9 ตอนครูผู้สอนวิชาพระพุทธศาสนา ออกอากาศตอนแรกไปเมื่อวันอังคารที่แล้ว และจะออกอากาศตอนที่สองในคืนวันอังคารที่ 30 ม.ค.นี้ค่ะ
  • อย่าลืมชมนะคะ...ดิฉันได้ชมตอนแรกแล้ว ดีมาก ๆ ค่ะ ได้แง่คิดสำหรับคนเป็นครูที่สอนทุก ๆ วิชา ไม่ใช่เพียงแค่วิชาพระพุทธศาสนาวิชาเดียวค่ะ และคาดว่าตอนต่อไปจะเข้มข้นยิ่งขึ้น
  • ลองติดตามชมดูนะคะ จะได้มีเรื่องมาคุยกันค่ะ
  • ขอบคุณคุณอร Bright Lily ค่ะ
  • โรงเรียนสัตยาไส มีพื้นที่กว้างขวางมากกว่า 20 ไร่ อยู่ท่ามกลางขุนเขาและลำน้ำ บรรยากาศดีมาก ๆ
  • ดูนักเรียนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีคุณครูดูแลเหมือนพ่อแม่ มีรุ่นพี่ช่วยดูแลน้อง ๆ แปลกนะคะที่เด็กเล็ก ๆ ในชั้น ป.1 ป.2 ไม่เห็นร้องไห้กลับบ้านเลย
  • เห็นบรรยากาศแล้วน่าทึ่งจริง ๆ ค่ะ ว่าเขามีระบบดูแลเด็ก ๆ กว่า 600 คน กันอย่างไรบ้างหนอ
  • ขอบคุณคุณอรที่แวะมาเยี่ยมกันเสมอ และคิดถึงคุณอรเช่นเดียวกันค่ะ
  • สวัสดีครับอาจารย์
  • เท่าที่อ่านบันทึกจึงไม่แปลกในว่าเด็กที่นี่ทำไมฉลาด และกล้าแสดงออก
  • ผมมองว่าประเด็นที่อาจารย์สรุปเกี่ยวกับคุณธรรมและการปลูกสร้างคุณธรรมนั้นเป็นเรื่องสำคัญนั้นชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะการเน้นย้ำให้เห็นกระบวนการปฏิบัติจริงและส่งต่อแบบมีต้นแบบที่ดี " การปลูกฝังคุณธรรมนั้น ที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การพร่ำสอน หากอยู่ที่การเห็นตัวอย่างและได้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นประจำจนเกิดเป็นนิสัย คุณครูของที่นี่จะปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่นักเรียน รุ่นพี่ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่รุ่นน้อง อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเมตตา เอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น "
  • ในโรงเรียนมาต้นไม้เยอะหรือเปล่าครับ และที่แน่ ๆคงมีลานดินโล่งให้เด็กเที่ยวเล่นมิใช่น้อย กระมัง,  ขอบคุณครับ

น่าประทับใจและตื่นเต้นมากครับ

.............

โรงเรียนเป็นแหล่งเพาะต้นกล้า หากดินอุดม คนดูแลดี ต้นกล้าที่เติบใหญ่ก็จะเเข็งแรง ต่อไป

เพียงหกร้อยคนเศษ แต่นับว่าเป็น ส่วนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ คนหกร้อยกว่าคนที่เป็นคนที่มีคุณธรรมนอกเหนือจากมีความรู้ - เก่ง

อยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนนี้มากขึ้นครับ

รู้สึกว่า ผมเคยชมรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ทางโทรทัศน์แล้วครับ เห็น อ.ดร.อาจอง กับเด็กๆ ที่คลอเคลีย น่ารัก

น่าสนใจมากครับ

เรียนคุณปวีณา

    ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดี ๆ ค่ะ

    น่าคิดนะคะว่าโรงเรียนนี้ ทำอย่างไรถึงทำให้วิชาการกับคุณธรรม ไปด้วยกันได้   ที่สำคัญเขามีแนวทางการพัฒนาครูผู้สอนอย่างไร ถึงได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กได้

      ครูหลาย ๆ โรงเรียน ถ้ามีแนวทางแบบครูโรงเรียนนี้ ก็คงจะดีนะคะ

ประทับใจคนเล่าที่ทำให้เห็นภาพ แถมนึกอยากรู้อะไรก็มีเล่าได้เสียทุกเรื่องเลย เยี่ยมมากค่ะ เพราะประทับใจจากที่ได้ฟังอ.ดร.อาจองบรรยายไปครั้งหนึ่งแล้ว แนวปฏิบัติที่ท่านใช้ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้นะคะ แม้ว่าผลจะไม่ได้ 100% แบบที่เราได้ฝึกเด็กตั้งแต่เล็กๆ
  • ขอบคุณ อ.พนัส P ค่ะ ที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
  • วันนั้นเรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมนักเรียนที่ ท่านอาจารย์ ดร.อาจอง เป็นคุณครูประจำชั้น และนักเรียนชั้นป.1-3 (ช่วงชั้นที่ 1) ซึ่งกำลังเรียนในชั่วโมงบูรณาการเรื่อง "น้ำ" เขาจะจัดเป็นฐานการเรียน ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์, ศิลปะ, การงานฯ-สุขศึกษา-ภาษาไทย, สังคมฯ รวม 5 ฐาน
  • ก่อนแยกตามฐานจะมีการรวมตัวกันนั่งบนสื่อผืนยาว (เหมือนที่เราเห็นตามวัดน่ะค่ะ) เป็นแถวตอนลึก คละกันทั้งพี่ทั้งน้อง สวดมนต์-นั่งสมาธิก่อน สถานที่เป็นใจค่ะ เป็นลานกว้าง ร่มรื่น ปกคลุมไปด้วยไม้น้อยใหญ่ ด้านขวาเป็นลำน้ำกว้าง ลมพัดเย็นสบาย จึงมีเด็กตัวเล็ก ๆ บางคนนั่งสัปหงกโงกเงกเขกหลังเพื่อนตอนนั่งสมาธิค่ะ
  • จากนั้นเล่นเกมส่งลูกโป่งใส่น้ำ และร้องเพลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการกระตุ้นความตื่นตัวในการเรียน และให้เวลาคุณครูไปเตรียมตัวตามฐาน
  • ช่วงที่นักเรียนไปเรียนตามฐาน เขาสนุกและมีความสุขมากค่ะ เช่น เด็กชายตัวเล็กในภาพสุดท้ายที่ดิฉันนำมาประกอบเรื่อง คนขวาสุด ชื่อ "ด.ช.ต้นไทร" เรียนอยู่ชั้น ป.1 เห็นตอนนั่งสมาธิหลับสัปหงก คุณครูเริ่มร้องเพลงปลุกให้ตื่นแล้ว ก็ยังตาปรือ มาตื่นเต็มตาก็ตอนเล่นเกมส่งลูกโป่งน้ำ พอได้ไปเรียนตามฐาน ก็ได้เห็นต้นไทรเป็นคนละคนเลยค่ะ ไม่ว่าคุณครูจะให้ทำอะไร ต้นไทรเสนอหน้าเป็นคนแรกเชียว...น่ารักค่ะ
  • เมื่อเรียนมาจนครบทุกฐานแล้ว ก็จะมารวมตัวกันที่เดิมอีกครั้ง เพื่อสรุปและตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการเรียนรู้
  • อย่างที่บอกค่ะ ที่นี่เขามุ่งสอนให้เด็ก มีความรัก ความกรุณา ความเมตตา รับใช้เพื่อนมนุษย์ ค้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และอยู่กับธรรมชาติ
  • ขอบคุณคุณเอก P ค่ะ
  • เด็ก ๆ ที่นี่ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 จะอยู่ประจำกินนอนอยู่ที่นี่ ส่วนอนุบาลให้ไปกลับ เขาจะพักอยู่ในบ้านหลังโตเป็นหลัง ๆ มีคุณครูและพี่ ๆ ประจำบ้านดูแลน้องเล็ก ๆ แยกหญิงแยกชายอยู่ในบริเวณเดียวกัน ส่วนเด็กโตที่เป็นผู้ชายเขาจะแยกไปอยู่ต่างหากไกลกว่าบริเวณนี้ค่ะ
  • ภารกิจประจำวันเริ่มตั้งแต่เด็กโตจะตื่นนอนพร้อมกันเวลา 04.30 น. เด็กเล็กตื่นนอน 05.00 น. อาบน้ำแต่งตัวลงมาเตรียมตัวสวดมนต์-นั่งสมาธิพร้อมกัน เวลา 05.30-06.30 น. จากนั้นรับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน
  • 08.00 น. เข้าแถวเคารพธงชาติ ก่อนแยกย้ายเข้าห้องเรียนตามตาราง ที่เหมือนกันทุกชั้นทุกห้องอีกคือ ชั่วโมงแรกจะเป็นวิชาความเป็นมนุษย์ ฟังแล้วคล้าย ๆ โฮมรูม แบบโรงเรียนทั่วไป แต่ที่นี่จะเน้นคุณธรรมจริยธรรมค่ะ
  • ช่วงเช้าของทุกวันจันทร์ พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ จะเป็นการเรียนบูรณาการของช่วงชั้นที่ 1, 2, 3, 4 ตามลำดับ อาจมีการสลับสับเปลี่ยนกันบ้างตามสถานการณ์ ส่วนวันอังคารนั้นจะป็นการเรียนวิชาลูกเสือ และ ร.ด.
  • ตอนกลางวันเด็ก ๆ จะมารับประทานอาหารพร้อมกัน เป็นถาดหลุม ทานเสร็จต้องล้างเอง เด็กเล็ก ๆ จะมีพี่โต ๆ คอยดูแล อาหารทุกมื้อจะมีแม่ครัวปรุงให้ทุกมื้อ แต่เด็กก็สามารถช่วยทำทานเองได้ที่บ้านเป็นบางมื้อค่ะ เรื่องเสื้อผ้าก็มีแม่บ้านซักให้เช่นกัน ยกเว้น เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน ถุงเท้า พวกนี้เด็กจะต้องซักเอง
  • กลางคืนเด็กเล็ก ๆ จะนอนตอนสองทุ่ม เด็กโตได้มากกว่านั้นแต่ต้องไม่ดึกเกินไป คุณครูจะเป็นผู้ดูแลด้วย
  • สังเกตว่าเด็กไม่เหงา เพราะอยู่รวมกันเยอะ มีกิจกรรมตลอดเวลาตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตานอนในและวัน เหมือนเข้าค่ายแต่เป็นการเข้าค่ายที่ใช้ระยะเวลานานไม่ใช่แค่ 2-3 คืน
  • สำหรับท่านอาจารย์ ดร.อาจอง นั้นเปรียบเสมือน "พ่อ" ของเด็ก ๆ ทุกคน เวลาที่ทำกิจกรรมรวม ๆ กันท่านจะไปร่วมกิจกรรมกับเด็ก ๆ ด้วย เดินไปทางไหนเด็กเล็กจะจับไม้จับมือท่านมาแนบแก้ม ท่านเองก็โอบกอด สัมผัส จับแก้ม ทักทายเด็ก ๆ ทุกคน เห็นแล้วตื้นตันใจค่ะ
  • ท่านคงมีความสุขใจเช่นกัน ที่ได้เสียสละ อุทิศตน สร้างเยาวชนให้เป็นคนมีคุณธรรม อ.ลัดดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่า มีครูไทยมาอยู่ที่นี่ค่อนข้างน้อย แรก ๆ ต้องเปิดสอนเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ เพราะหาครูไทยไม่ได้ เนื่องจากเงินเดือนไม่มาก สวัสดิการแบบข้าราชการก็ไม่มี ที่นี่ต้องใช้งบประมาณเยอะ เพราะเด็กเรียนฟรี เงินที่ใช้มาจากมูลนิธิ สำหรับท่านอาจารย์ ดร.อาจอง นั้น ท่านไม่ขอรับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใด ๆ มาตั้งแต่เริ่มแรกจวบจนปัจจุบันมากว่า 15 ปีแล้วค่ะ
  • ทั้งหมดนี่ คงเป็นข้อมูลเพิ่มเติมให้คุณเอกได้บ้างนะคะ
ติดตามเรื่องนี้อยู่ ขอบคุณมากค่ะ
  • ขอบคุณคุณรัตติยา P ค่ะ
  • โอกาสต่อไป ดิฉันอยากไปเรียนรู้จากที่นี่เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ด้วยคำถามที่คุณรัตติยาสงสัยนั่นแหละค่ะ ว่าเขามีกระบวนการหรือแนวทางการพัฒนาครูผู้สอนกันอย่างไรบ้าง
  • เป็นข้อมูลสำคัญของอาชีพศึกษานิเทศก์อย่างพวกเรามากเชียวค่ะ
  • วันนั้นมุ่งเป้าไปที่ตัวผู้เรียน เพราะเราพาคุณครูจากโรงเรียนวัดเขากำแพง ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดของเรา ไปศึกษาดูงานด้วย เพราะทางเขตฯ เรากำลังผลักดันให้โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนส่งเสริมคุณธรรมที่รับเด็กขาดโอกาสมาอยู่แบบกินนอนค่ะ
  • แต่เท่าที่สัมผัสได้ คือ คุณครูของที่นี่ จะมีทุนเดิมอยู่แล้ว ในเรื่องคุณธรรมประจำใจ มีอุดมการณ์มุ่งมั่น ก่อนจะได้ประจำที่นี่โรงเรียนก็จะคัดเลือกมาลำดับหนึ่งก่อนแล้ว ส่วนข้อมูลที่ดิฉันยังไม่ทราบก็คือ ช่วงที่มาประจำอยู่ที่นี่เขามีแนวทางในการพัฒนาอย่างไร ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ค่ะ
  • เรามารอติดตามข้อมูลจากท่าน อ.beeman กันนะคะ เพราะเห็นอาจารย์บอกว่า ผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้เป็นศิษย์เก่า ม.นเรศวร และมีเรื่องเล่าสนุกตอนรับครูเข้าทำงาน
  • สำหรับตัวเองต้องคิดหาช่องทางสัมภาษณ์คุณครูที่นั่นบ้างแล้วค่ะ หากมีข้อมูลจะมานำเสนออีกนะคะ
  • ขอบคุณพี่โอ๋ P ค่ะ
  • เพียงเวลาน้อยนิดที่เราได้ไปสัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ เราก็สามารถรับรู้บรรยากาศและข้อมูลมากมายจากพวกเด็ก ๆ และคุณครู ปะติดปะต่อกันได้เป็นเรื่องราวอย่างที่พี่โอ๋เห็น
  • เสียดายว่าได้ข้อมูลมาไม่ครบรอบด้าน อย่างนี้ต้องขอไปอยู่ด้วยสักอาทิตย์หนึ่งค่ะ เพราะยังมีข้อมูลที่ตัวเองสนใจอยู่มากเช่นกัน
  • ขอบพระคุณสำหรับคำกล่าวชมสั้น ๆ ที่เป็นกำลังใจมอบให้อยู่เสมอ
  • ท่านอาจารย์ ดร.อาจอง เป็นบุคคลที่ควรแก่การเคารพศรัทธา กว่า 15 ปีที่ท่านทุ่มเทอุทิศแรงกาย แรงใจ สติปัญญาและสมอง ขณะนี้แตกดอกออกผลให้สังคมได้ชื่นชมแล้วค่ะ
  • Tacit ของท่านในเรื่องการจัดการเรียนรู้ และการบริหารสถานศึกษามุ่งเน้นคุณธรรมจริยธรรม นั้นน่าสนใจและมีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งค่ะ...วันนั้นเรามีโอกาสได้พูดคุยกับท่านน้อยมาก อยากพบท่านอีกค่ะ
  • ขอบพระคุณคุณหมอรวิวรรณ P ค่ะ
  • เรื่องของคุณธรรมกำลังเป็นกระแสของสังคมในขณะนี้ค่ะ คนทุกวงการกำลังให้ความสนใจ และค่อนข้างมีความตื่นตัวในเรื่องนี้
  • "สัตยาไส" ถือเป็น Best Practice ของเรื่องนี้ได้ จึงมีคนเข้าไปศึกษาดูงานมากในระยะนี้
  • และอีกกลุ่มหนึ่งคือ ผู้สนใจในบทบาทของท่านอาจารย์ ดร.อาจอง ผู้ที่เปรียบเหมือนอัญมณีลำค่าในการส่งเสริมคุณธรรมของสังคมบ้านเราค่ะ
  • ขอบพระคุณที่คุณหมอใกรุณาห้ความสนใจ และติดตามเรื่องราวในวงการศึกษาค่ะ

ตามมาอ่านเรื่องเล่าดีๆ  ขอบคุณมากค่ะ  ในงานมหกรรม ก็ได้ฟังในห้องที่อาจารย์ ดร.อาจองบรรยาย  แล้วก็ได้ดูการสัมภาษณ์ ดร.อาจอง ในรายการ ICON ช่องเก้า มาอ่านบันทึกของคุณปวีณา ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความงดงามของสัตยาไส  อยากให้โรงเรียนอื่นๆ นำแนวคิดและแนวทางของสัตยาไสไปปรับใช้  เด็กไทยคงจะมีความสุขกับการเรียนมากกว่านี้หลายร้อยเท่า  

อ่านที่คุณกุ้งตอบความเห็นต่อๆมาแล้ว นึกได้ถึงคำบอกเล่าของท่านอ.ดร.อาจองที่ว่า มีคนถามเด็กที่โรงเรียนว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แล้วเด็กตอบว่าอยากเป็นบันได ให้คนอื่นได้ก้าวไปข้างหน้า ตอนฟังก็ซาบซึ้งไปทีนึงแล้วนะคะ เพราะคำตอบแบบนี้ตัวเองก็เคยคิดอยากตอบ แต่ไม่เคยกล้าพูด เพราะใครๆคงคิดว่าเราบ้า เรียนเก่งๆแล้วจะอยากเป็นคนช่วยให้คนอื่นได้ดีทำไม ทำไมไม่ทำให้ตัวเองได้ดีซะก่อนแล้วช่วยคนอื่น คือฟังแล้วเข้าใจเด็กคนนั้นนะคะ พออ่านเพิ่มเติมที่คุณกุ้งเล่าแล้วเลยยิ่งเข้าใจ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ นี่แหละคือที่ที่ตัวเองค้นหาค่ะ 

ขอบคุณเรื่องเล่าดีๆ...โรงเรียนนี้อยู่ในความสนใจอยากรู้กระบวนการของเขา..เพียงแต่คิดก็มีคนเล่าให้ฟัง...เสนห์ Go2k นะคะเนี่ย..

  • ขอบพระคุณอาจารย์หมอปารมี P ค่ะ ที่แวะมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
  • สังคมไทยปัจจุบัน ยังพัฒนากันแบบองค์รวมไม่มากนัก การเรียนรู้ของเด็กจึงยังไม่มีความสุขเท่าที่ควร
  • เราอยากให้เด็กได้เรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติ เรียนรู้จากการกระทำ เรียนรู้ผ่านกระบวนการพัฒนาการคิด เรียนรู้คู่คุณธรรม โดยเฉพาะยุคสมัยนี้ต้องการให้คุณธรรมนำความรู้เสียด้วยซ้ำ ทั้งหลายทั้งมวลจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาในการหล่อหลอม
  • แต่ในทางปฏิบัติของโรงเรียนทั่วไป เวลาที่ควรจะเป็นความสุขของเด็ก อันเกิดจากการจัดการเรียนการสอนของครูที่เป็นไปตามทิศทางข้างต้น กลับถูกบั่นทอนด้วยสถานการณ์สอดแทรกที่มากมาย คุณครูต้องรับภาระมากมายนอกเหนือจากการสอน ครูต้องทำหน้าที่ธุรการ การเงิน พัสดุ อนามัย โครงการอาหารกลางวัน ห้องสหกรณ์ ฯลฯ และกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ นอกเหนือจากกิจกรรมประจำในโรงเรียน
  • ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. นี้เด็ก ๆ ยังต้องผจญกับการเข้ารับการทดสอบหลายรายการด้วยกันจาก สพฐ. บ้าง สพท. บ้าง ได้ยินว่าช่วงนี้คุณครูบางท่านบ่นว่าไม่ได้สอนตามแผนที่วางไว้แล้ว ใช้วิธีนำข้อสอบเก่ามาติวให้นักเรียน หากมีข้อไหนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียนอยู่ ก็จะเชื่อมโยงอรรถาธิบายเพิ่มเติม
  • เรียกว่าเป็นเฮือกสุดท้าย ที่จะเร่งติวกันเพื่อให้ผลการทดสอบ ได้ค่าเฉลี่ยที่ไม่ขายหน้า
  • เด็กจะมีความสุขได้อย่างไรเมื่อวิธีการทดสอบยังไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ เรียนวิธีหนึ่ง ทดสอบอีกวิธีหนึ่ง  สงสารเด็ก ๆ ค่ะ
  • ขอบพระคุณพีโอ๋ P อีกครั้ง
  • ที่นี่เขาสอนให้เด็กตั้งคำถาม 2 คำถามตลอดเวลา คือ 1) สิ่งที่ทำนั้นดีสำหรับเราไหม? 2) สิ่งที่ทำนั้นดีสำหรับผู้อื่นไหม? ถ้าดีให้ยึดถือและนำไปใช้
  • เวลาเด็กมาเข้าเรียนช้า เพื่อน ๆ ต้องคอย เขาจะรู้ว่าเขาทำให้เพื่อนเดือนร้อนเพราะเขา ต่อไปเขาจะไม่ทำ เด็กที่นี่จึงตรงต่อเวลา
  • ครูไม่ต้องบ่นว่า แต่ใช้สถานการณ์จริงเป็นตัวอย่างให้เขาได้คิด โดยใช้หลักการ educrae ดึงความดีออกจากจิตใจเด็ก และใช้ความเมตตาเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมดี
  • เด็กที่เรียนเก่งจะรักเพื่อน ไม่คิดแข่งขันกับเพื่อนอย่างสังคมข้างนอก แต่จะช่วยเหลือ แสดงถึงความเอื้อเฟื้อต่อกันค่ะ
  • คำตอบว่า "อยากเป็นบันได" จึงเป็นคำตอบของการจัดการศึกษา ณ ที่แห่งนี้ค่ะ
  • ขอบพระคุณพี่เมตตา P มากค่ะ
  • จากการสอบถามคุณครูของที่นี่ เขาบอกว่าโรงเรียนเปิดสอนมา 15 ปี ขึ้น 16 ปีแล้ว แต่สังคมภายนอกเริ่มรู้จักที่นี่ได้ประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากท่านอาจารย์ ดร.อาจอง ไปเปิดตัวโรงเรียนในที่ต่าง ๆ ในช่วงสามปีนี้
  • ดิฉันคิดว่าท่านคงรอคอยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจนแน่ใจ จึงบอกต่อ
  • ท่านให้ความสำคัญกับการฝึกฝนเด็ก ๆ ในเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา มีหลักการเรียนรู้ 3 ประการคือ
  • ประการแรก คือ แบบอย่าง มี 3 กระบวนการย่อย ได้แก่ 1) การฝึกสมาธิ 2) สร้างแรงบันดาลใจ 3) สร้างบรรยากาศ
  • ประการที่สอง คือ educare และ ประการที่สาม คือ การเรียนรู้แบบร่วมมือ ทั้งสองประการมีกระบวนการร่วมกันอยู่ 2 กระบวนการ คือ 1) การนำคุณค่าความเป็นมนุษย์ออกมาจากภายใน และ 2) การบูรณาการคุณค่าความเป็นมนุษย์เข้าไปในทุกวิชาและกิจกรรม
  • กิจกรรมเหล่านั้น ได้แก่ แรงบันดาลใจ คุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง การบูรณาการตรง การเปรียบเทียบ แก้บทเรียนด้านลบให้เป็นบทเรียนด้านบวก การตัดสินใจและการระดมความคิด นิทาน เล่นเกมคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เพลงคุณธรรมและดนตรี ละคร กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ การออกสนาม และ ชมรม
  • วิชาการจ๋า...หน่อยนะคะ เผื่อจะมีผู้สนใจเพิ่มเติม แต่บางท่านอาจทราบเรื่องเหล่านี้แล้วจากการฟังบรรยาย ของท่านอาจารย์ ดร.อาจอง ในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 3 เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2549 ที่ผ่านมาค่ะ
  • ขออภัยผู้อุปการะคุณทุกท่านค่ะ
  • ขอปรับข้อมูลตัวเลขให้ถูกต้อง เนื่องจากได้รับแจ้งจาก หน.ลำดวน ว่า....
  • นักเรียนทั้งหมดมี 363 คน ไม่ใช่ 636 คน ค่ะ...คือ ถนัดโต๊ดมากไปหน่อย
  • และพื้นที่ของโรงเรียนมีกว่า 200 ไร่ ไม่ใช่กว่า 20 ไร่ ค่ะ
  • ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ค่ะ

ตกลงอาจารย์ปวีณาสอนโรงเรียนสัตยาไสหรือปล่าวครับ...555

 

ผมพี่งได้ยินข่าวเมื่อปีที่แล้ว...คิดฝันอยู่เหมือนกันว่าคงได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่นั่นซักครั้ง...

ไม่ทราบว่าควรใช้รูปแบบ-ช่องทางใดเข้าไปเรียนรู้ได้ครับ...ช่วยแนะนำด้วยครับ...ผมอาจจะพาทีมน้อง ๆ ในสถาบันไปซัก 5-6 คน...น่าจะขอดูกิจกรรมหลัก ๆ ทั้งหมดอ่ะครับ...ควรใช้เวลากี่วัน-ช่วงไหนดีครับ...

 

 

  • ขอบคุณนายขำ (ขำปลอด แต่ไม่ปลอดขำ) P ที่ทำให้ดิฉันขำได้ ว่าสอนอยู่สัตยาไสหรือปล่าว เพราะดูเหมือนจะรู้มากจังใช่มั๊ยคะ...555
  • เอาเป็นว่าหากอาจารย์จะไปที่สัตยาไสเมื่อไร โทรไปที่โรงเรียนนะคะ (ตามเบอร์โทรด้านบน) และทางโรงเรียนจะแจ้งว่าอาจารย์สามารถเข้าไปได้วันไหนค่ะ เขาจะนัดเราเอง
  • หากจะซึมซับให้ได้มากควรไปถึงโรงเรียนก่อนตีห้าเล็กน้อย หรือม่ายงั้นก็ลองติดต่อดูนะคะว่าจะขอพักค้างกับเขาเลยได้ไหม...แบบว่ากลัวจะมาไม่ทัน....555
  • จากที่ตัวเองเข้าไปเรียนรู้แค่วันเดียว ก็อยากบอกอาจารย์ว่า ถ้าจะให้เรียนรู้กิจกรรมหลัก ๆ ในแต่ละวันได้ ตัวเองอยากอยู่กับเขาสักสัปดาห์หนึ่งค่ะ แล้วอาจารย์ล่ะคะ....สักกี่วันดี

 

 

มีหลานสาวซึ่งถูกพ่อแม่ของตนทิ้งให้อยู่กับป้า  แต่เนื่องจากป้าไม่ค่อยมีเวลาอบรมสั่งสอน  จึงทำให้เด็กเป็นคนที่ก้าวราว  เอาแต่ใจตนเอง  อยากให้เค้ามีจิตใจที่ดี  กล้าทำในสิ่งที่ถูกที่ควร  ปัจจุบันไม่ยอมไปโรงเรียนไม่ทราบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร  ตอนนี้อายุประมาณ  11  ปี  แล้วเรียนอยู่ชั้น ป.4  แต่ก็ไม่ยอมไปโรงเรียนเหมือนเดิม  ทางโรงเรียนของท่านพอที่จะรับนักเรียนคนนี้อีกสักคนได้ไหมค่ะ  สงสารแกพ่อแม่มีก็เหมือนไม่มี  คนทางบ้านก็ไม่ค่อยมีเวลาให้  เพราะต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว  ขอให้ทางโรงเรียนช่วยเด็กคนนี้ให้เป็นคนดีอีกสักคนนะค่ะจะเป็นพระคุณอย่างสูง

ไม่เกิน 3 วันครับ.....55555(อาจารย์คงจะ...33333333...อิอิ)

 

ผมกำลังจะถูกให้รับผิด....ชอบ....เรื่องคุณธรรมจริยธรรมอ่ะครับ...ขอคุยกับทีมก่อน...พร้อมแล้วจะนัดไปนะครับ...

 

โทษทีครับอาจารย์...พอดีผมช่วยสมัครให้พี่เขาแล้วลืมออกก่อน....55555

 

อยากให้เขาอ่านบล็อกอาจารย์เลยเอาขึ้นทำเนียบให้เขาแล้วลืมตัว...นึกว่าเป็นของตัวเอง...อิอิ

  • ตามมาอ่าน
  • อยากชวนมาทักทายพ่อครูบาสุทธินันท์จังเลยครับพี่กุ้ง

ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า ควรจะพัฒนาเด็กให้เป็นคนดีอย่างจริง จัง จริง ใจ ให้เขาเป็นพลังของดแผ่นดิน ข้าพเจ้ารู้สึกว่าปัจจุนบันเราสร้างสื่อที่เป็นขยะให้เด็กอย่างเราๆ มากเหมือนที่ท่าน ดร.อาจองเคยกล่าว ข้าพเจ้าได้ฟังก็เห็นด้วยเป็นอย่างมาก ถ้าเราไม่ปลูกฝังความดีให้เจริญงอกงามกับเด็กของเรา สังคมก็วุ่นวายและโหดร้ายในพริบตา ข้าพเจ้าก็หวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นโรงเรียนแบบนี้งอกเงยขึ้นบนแผ่นดินนี้ สร้างคนดีมาดูแลโลกของเรา...

สวัสดีค่ะ

ต้องการทราบว่าเมื่อเปิดโรงเรียนแล้วทำไมไม่รับเด็กอื่นด้วย  ถ้าเปิดโรงเรียนแล้วเอาเด็กของเดิมเรียนไปเรื่อย ๆ เด็กอื่น ๆ จะมีโอกาสได้อย่างไร  ไม่เข้าใจเปิดเพื่ออะไร