"รับน้อง " แต่เดี๋ยวนี้ที่มหาสารคาม เขาเรียก  "ประชุมเชียร์"  เมื่อปี  41  ที่ผมเข้าเรียนใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ผม "ขนหัวลุก" เลยทีเดียว  กับการรับน้อง  10 วัน  ที่ส่วนกลาง  และ  5  วัน  ที่  คณะ  รุ่นพี่บอกว่า  "น้องสมัยพี่  1  เดือน"   ผมงี้เสียวสันหลังเลย  ผมไม่ค่อยเข้าใจในระบบการ  "รับน้อง"  เท่าที่ควร  ไม่เข้าใจว่า  ทำไมต้องมีคนมาด่าเรา (ไม่ด่าตรง ๆ นะ พูดประเภทแทงใจดำ) ทำไมคนหัวแถวทำผิด  คนหางแถวต้องโดนทำโทษด้วย  ทำไมต้องได้กลิ้ง  ต้องได้หมอบ ต้องได้คลาน กอดคอ  ย่อเข่า ฯลฯ  ซึ่งเราไม่เคยเจอมาก่อนเลย  ความคิดในตอนนั้น  มีแต่ - - - - และ -  แถมตอนท้ายทุกวัน  จะมีรุ่นพี่  "หน้าตาไม่ค่อยดี" ประเภทลูกคุณหนูเห็นแล้วน้ำตาร่วง  มาด่า  มาว่า  และทำให้เราต้อง "เคียด"(โกรธ)  และ "สูน" (โมโห) เพื่อนผมบางคนเกือบ  "ชก"  รุ่นพี่เข้าให้   ต้องห้ามไว้  รุ่นพี่ก็  "ยิ่งยุ" ให้ต่อยตัวเอง  ผมนึกในใจ  "เอาซะดีไหม"  แต่ก็ไม่กล้า  ตกเย็นผมกลับมาห้อง  นอนไม่หลับ  "คิดมาก"  "วันแรกยังขนาดนี้"  อีก  9 วัน  จะขนานไหน   5 วันที่คณะอีกหละ  หลับยังฝันเห็นเลยครับ  เหตุการณ์ยังคงเป็นอยู่อย่างนี้แหละครับ ทุกวันโดนพูดกระทบกระแทกบ้าง  กลิ้งบ้างเป็นบางวัน  แต่ทุกวันจะมีการซ้อมร้องเพลงมหาวิทยาลัย  โดยการแบ่งกลุ่ม ๆ ละประมาณ  100  คน  ชาย-หญิง  คละกันพอมาถึง  โดนสั่งให้เข้าแถวเลยครับ เหมือนฝึกทหาร  แถวตอนบ้าง  แถวหน้ากระดานบ้าง  แต่ชอบมากกับคำสั่ง  "ชายห้ามติดกัน"  ว้าว  ผมก็วิ่งเลยครับ  แล้วพี่เขาก็ให้ถามชื่อเพื่อนที่อยู่รอบ ๆ และจำให้ได้  แล้วก็สอนร้องเพลง  สักพักไม่รู้มาจากไหน  "รุ่นพี่หน้าตาไม่ค่อยดี"  มาแล้วบอกร้องให้ฟัง  ไม่ต้องดูหนังสือ  ผมอุทานในใจ  "เอ๋า" (เป็นคำอุทานบ่งบอกถึงความไม่ค่อยพอใจ)ก็พึ่งหัดร้องได้รอบเดียวเอง นึกในใจ  "โดนแน่" เป็นไปตามคาดหมาย  "ทั้งหมดกอดคอ"  ผมมองหน้าเพื่อนสองข้างซ้าย-ขวา ผู้หญิงทั้งนั้นผมจะกล้าได้ไง  "บ้า" "เพื่อนคุณทั้งนั้น  กอดคอกัน"  เสียงพอดุมา  จำเป็นแล้วสิ  "ขอโทษนะครับ"  แล้วผมก็กอดคอเพื่อนเลยครับ เหตุการณ์ก็ผ่านไปทีละวัน ๆ ๆ จากวันที่ 2 ไป 3 4 5 6 7 8 9 และ 10 กิจกรรมก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ ทุกวัน  จนเสร็จรับน้อง
       วันที่  11  ไม่ได้ไปรับน้อง  "มันทำไมรู้สึกเหงา ๆ ชอบกล"  ไม่รู้จะทำอะไรในขณะเวลานั้น  ชีวิตเหมือนขาดอะไรไปซักอย่างหนึ่ง  ใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะชินกับมัน
       1  ปี  ผ่านไป  น้องใหม่เข้ามา  กิจกรรมก็ดำเนินไปตามปกติ
        ผมไม่ได้มีส่วนร่วมกับการรับน้องอีกแล้ว  ไม่ได้เป็นพี่ staff  ทั้งที่เพื่อนผมหลายคนแห่แหนกันไปทำงานนี้กัน
        ผมกลับมานั่งนึกว่าผมได้อะไรบ้างจากการ  "รับน้อง"  ในปีที่ผ่านมา
        1.เพื่อน  ที่เราพูดคุยกันได้ทุกคณะ  ในมหาวิทยาลัย  ผมมั่นในว่า  ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  รุ่น  41 ผมรู้จักและรู้จักผม
        2.ความเคยชิน  และความอดทน ที่มีต่อสิ่งยั่วยุ และแรงกดดันจากสิ่งต่าง ๆ ทำให้ปัญหาต่าง ๆ บางปัญหาดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กน้อยสำหรับผมเอง
        3.เรื่องเล่าที่ไม่มีวันจบ ?  เล่าได้ทุกโอกาส  ทุกงาน  ทุกวัน  และตลอดไป
        ทุกวันนี้กิจกรรมรับน้อง  เปลี่ยนเป็น  "ประชุมเชียร์" เนื่องด้วยเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่  "ป่าเถื่อน"  "รุ่นแรง" ใม่เหมาะกันโลกที่  "เจริญแล้ว" (ทางด้านวัตถุนะครับ  ไม่ใช่จิตใจที่ละเอียดอ่อน) วันเวลาในการจัดกิจกรรมลดน้อยลงไป  กิจกรรมเบาขึ้น  "ไม่มีการ  ว๊าก" ไม่มีระบบ  "sotus" (ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร) แต่เด็กถูกหามส่งโรงพยาบาลมากขึ้น
"วิ่งไปเข้าแถวก็เป็นลม"  บางคน  "เล่นกีฬาขาหัก" มาเข้าเชียร์  "วิ่งไปเข้าแถว" "เข่าหลุด"  ม.สารคาม  โดนสื่อโจมตี  "รับน้องโหดจนขาหัก"  อนิจจาโลก 
         ทุกอย่างมี 2 ด้าน  ดีและร้าย   แล้วแต่คนเราจะเลือกรับรู้และจดจำกับมันครับ