ประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ผ่านมาได้สั่งสมการเรียนรู้เป็น "ทักษะ" เฉพาะตน โดยเฉพาะเมื่อมีหลายเรื่องราวเข้ามาพัวพันก็อาจจะทำให้เรางง ๆ และสับสนได้ว่า "ตกลงแล้ว...เราทำเป็นจริงหรือ...หรือเราเผลอไปตรงไหน?"
แต่สิ่งดังกล่าวไม่สำคัญ...ถ้าเราหันมาดูแลตัวเราเอง หมั่นฝึกฝนตนเองสม่ำเสมอ หมั่นแลกเปลี่ยนเรียนรู้บ่อย ๆ และหมั่นทบทวนและบันทึกเป็นประจำ ก็จะทำให้เราไม่เป็นโรค แต่ถ้าเราเป็นโรคแล้วก็อย่าทำให้เกิดความเรื้อรัง รีบไปหาหมอรักษาและดูแลตัวเองทันที
ที่ผ่านมาดิฉันได้ดูแลตัวเองโดยการศึกษาหาความรู้จากการอ่านหนังสือ จากการสนทนากับผู้รู้จริง และทดลองลงไปเรียนรู้งานส่งเสริมการเกษตรกับพื้นที่ แต่มักจะไม่ค่อยชอบการจดบันทึก ฉะนั้น จึงปรับปรุงตนเองใหม่โดยเราต้องอดทนและขยันเพิ่มขึ้นอีก 20 % เพื่อเขียนสิ่งที่คิดและเขียนสิ่งที่ทำ
โดยเริ่มแรกได้รับการพัฒนาและฝึกฝนตนเองให้เรียนรู้เครื่องมือในการทำงานเพื่อไปชวนเจ้าหน้าที่คุย ส่วนสถานที่คุยก็จะเป็นกลุ่มเกษตรกรและชุมชนเป็นส่วนใหญ่ ภายใต้เทคนิค PAP หลังจากนั้นก็จะถอดเครื่องมือที่ใช้ “วางแผนชุมชนแบบมีส่วนร่วม”(Participatory Assessment and Planning = PAP) นั้นมีอะไรบ้าง? <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
ชื่อเครื่องมือ
</tbody></table><p> หมายเหตุ : ยังมีเครื่องมือเหลืออยู่อีก…จึงขอเชิญทุกท่านเพิ่มเติมได้และช่วยเติมช่องว่างที่เหลือให้ด้วยนะ…</p><p> และวันนี้ดิฉันจึงเริ่มหันกลับมาทบทวนเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหรือองค์กรเรานำมาใช้ทำงานนั้นมีอะไรบ้าง? อาทิเช่น PAP AIC PRA FFS PAR KM และอื่น ๆ ว่า… ตกลงแล้ว...แต่ละเทคนิค "ทำเพื่ออะไร? มีกระบวนการอย่างไร? และเป้าหมายสุดท้ายมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?"</p><p> เพราะเวลาหมอรักษาคนไข้ก็จะซักประวัติคนไข้ ถามอาการ วินิจฉัย และจะได้สั่งยาให้กินได้ถูก หรือถ้าคนไข้ดูแลรักษาตัวเองดี ถูกต้อง ก็จะป้องกันไม่ให้เป็นโรคได้ ค่อยมาตรวจร่างกายประจำปีก็พอ.</p>
ขอบคุณมากครับ สำหรับเทคนิคดี ๆ ที่มีมาให้ศึกษาตลอดเลยชื่นชมมาก ๆ เลยครับ