....เนื้อของลูกสำรองเป็น Water soluble polysaccharide.....
-
จากบันทึกที่แล้ว ได้มีชาว blog สอบถามว่าลูกสำรองมีประโยชน์จริงหรือ....จึงขอบันทึกเพิ่มเติมค่ะ
-
จาก paper ของอาจารย์นุชนาฎ กิจเจริญ ภาควิชาเภสัท คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปกร นครปฐม ได้บอกไว้ว่า เนื้อลูกสำรอง เป็น water soluble dietary fiber เป็นพวกเยื่อใยที่สามารถละลายได้ในน้ำ (เป็นคาร์โบไฮเดรท ชนิดหนึ่ง) และกล่าวว่าขณะนี้กำลังมีการวิจัย เพื่อสกัดกัม เพื่อใช้แทนการนำเข้ากัม เช่น guar gum (polysaccharide ซึ่งก็คือคาร์โบไฮเดรทชนิดหนึ่ง)
- จากที่ได้ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับ water soluble polysaacharide พบว่า สารพวกนี้เมื่อเรารับประทานเข้าไปเราไม่สามารถย่อยได้เนื่องจากไม่มีน้ำย่อย ….จึงต้องถูกขับออกมา และเนื่องจากคุณสมบัติที่ลื่นคล้ายเยลลี ลื่น รวมทั้งเป็นเยื่อใยในตัวเองจึงสามารถดูดซับน้ำได้ จึงมีส่วนช่วยในการเป็นตัวระบาย หรือยาระบายได้
- นอกจากนี้ยังสามารถซับหรือจับกับน้ำดีซึ่งไขมันหรือคอเลสเตอรอลต้องอาศัยในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย.....เมื่อไม่มีน้ำดี หรือน้ำดีน้อยการดูดซึมของไขมันหรือคอเลสเตอรอลจึงลดลง
- นอกจากนี้การที่น้ำดีถูกขับออกมา ตับจึงต้องสร้างน้ำดีใหม่ ดังนั้นคอเลสเตอรอลที่อยู่ในร่างกายจึงถูกดึงนำมาใช้ผลิตน้ำดี....คอเลสเตอรอลจึงลดลงได้....แต่ไม่หมดนะค่ะ เพราะจริงๆแล้วคอเลสเตอรอลก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย
- อ้อ...มีบางสมมติฐานว่าไว้ว่า ลักษณะที่เป็นเยลลีของ Polysaccharide กลุ่มนี้ จะไปเคลือบผิวของท่อทางเดินอาหาร...โดยเฉพาะหากเคลือบที่ลำไส้เล็กซึ่งเป็นบริเวณที่ดูดซึมโภชนะ จึงทำให้โภชนะดูดซึมได้ลดลงด้วย....
- ที่กล่าวมาทั้งหมดอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่า เนื้อของลูกสำรองเป็น Water soluble polysaccharide หรือ water soluble dietary fiber นะค่ะ……..
ขอบคุณค่ะ เท่าที่อาจารย์อธิบายมาแป้นว่า มันก็มีส่วนในการช่วยลดความอ้วนได้ แล้วทำไมบางคนจึงบอกว่ามันมีโปรตีนและน้ำตาลมาก ซึ่งกินแล้วไม่ได้ทำให้ผอมลง
อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการทำรึเปล่าคะ เพราะ ปัจจุบัน น้ำสำรองที่ขายตามร้านทั่วไปมักจะผสมน้ำตาลลงไปด้วย เพราะบางคนกินแบบจืดๆไม่ได้
สวัสดีค่ะน้องแป้น (ขออนุญาติเรียกน้องตามอ.ขจิตนะค่ะ)
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
ขอบคุณค่ะอาจารย์ อย่างงี้ก็แสดงว่ายังกินได้อยู่ใช่มั้ยคะ กินแล้วคงไม่ทำให้อ้วนขึ้นแน่ ถ้าเราทำกินเองที่บ้าน
งานนี้แป้นกับพี่ขจิตต้องหันมากินแห้วกันเยอะๆ จะได้สมหวัง เนอะลุงเนอะ
confirmค่ะ ว่าระบบขับถ่ายดีขึ้นค่ะ
แต่สงสัยว่า...น้องแป้น กับลุงขจิต จะสมหวังอะไรกันน๊า.... 555 แซว ขำขำ ค๊า...
สวสัดีค่ะ น้องแป้น
สมหวังในทุกสิ่งค่ะคุณหนิง สาธุ
เอ่อ ถามอีกข้อได้มั้ยคะ ขอโทษนะคะที่รบกวน
ที่บ้านแป้นมีแบบแห้งค่ะ แม่เพิ่งซื้อมา แต่ไม่ทำให้ แล้วจะต้องทำเองยังงัยอะคะ
ได้ฟังเรื่องงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องลูกสำรองในวิทยุระหว่างขับรถมาทำงาน จึงจดรายละเอียดไม่ได้ แต่จำได้คร่าวๆ ว่าน้ำลูกสำรองไม่ได้มีคุณสมบัติในการลดไขมัน หรือลดความอ้วน แต่มีประโยชน์อย่างอื่น (จำไม่ได้ครับ) และควรดื่มประมาณวันละ 2 แก้วครับ
สูตรพี่หนิงนะคะน้องแป้น
1. ลูกสำรองแก่จัด 1-2 ลูก
2.น้ำชาเขียวรสไม่มีน้ำตาล
3.น้ำสะอาด(ขวดขุ่นที่ขายทั่วไป)
นำลูกสำรองไปล้างให้สะอาด จากนั้นนำไปแช่ทิ้งไว้ในน้ำสะอาด 1-2 ชม. สังเกตว่าวุ้นสำรองพองน้ำเต็มที่ จะมีสีน้ำตาลอ่อนใสๆ ช้อนเอาวุ้นสำรองใส่ขวดน้ำชาเขียวที่เตรียมไว้ เขย่าให้ทั่วกัน ดื่มได้เลยค่ะ
ส่วนเม็ดของลูกสำรองและน้ำที่ใช้แช่นั้นทิ้งไปไม่ได้นำมาใช้ค่ะ
ป้าเจี๊ยบเคยเห็นเค้าทำน้ำสำรองกันที่จันทบุรี นั่งใช้ปากคีบๆ เส้นขนๆ ออกกินเวลา นาน นน... กว่าจะได้ส่วนที่เป็นเยลลี่ เลยสงสัยว่าเอาลูกสำรองมาทำกินเองได้ยังไงคะ
สวัสดีค่ะ คุณหนิง และน้องแป้น
สวัสดีค่ะคุณเจษฎา ศุนาลัย
สวัสดีค่ะอาจารย์หมอสมบูรณ์
สวัสดีค่ะป้าเจี๊ยบ
หลายๆคนว่าดี สงสัยคงต้องลองกินแล้วครับ ขอบคุณมากครับที่แวะไปบ่อยๆและช่วยแก้คำพูด
ขอบคุณ อ.ขจิต เหมือนกันค่ะ ที่แวะมาบ่อยๆ
ขอบคุณค่ะพี่หนิง เดี๋ยววันี้จะกลับไปลองทำดู
ส่วนได้ผลเป็นงัยจะกลับมาบอกนะคะ อ.แป๋ว
ถ้าได้ลูกสำรองมาเมื่อไหร่ ป้าเจี๊ยบทำมาอวดอาจารย์แน่ๆ เลยค่ะ