เรื่องเล่าจากภาพเขียน คริสตินาคนสู้ชีวิต (ภาค2)

  ติดต่อ

  แต่ผมว่า อีตา Whyeth นี่แกเป็นคนที่เข้าใจเรื่องของชีวิตดีลึกซึ้งมากคนหนึ่ง และเป็นในแง่มุมของชีวิตที่ทุกคนเบือนหน้าหนี คือไม่อยากรู้จักมัน  
 

ผมลองไปค้นดูในอินเตอร์เน็ต พิมพ์คำว่า Christina

 
                  มีผลแสดงออกมาเยอะมาก ทำให้รู้ว่ามีคนรู้จักภาพนี้เยอะมากพอสมควร 
เพราะเป็นภาพที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Wyeth 
                  มีหนังสือและอัตตชีวิตของ คริสตินาออกมาหลายเล่มเลยครับ
                  หลายคนพูดว่า ดูภาพของ Wyeth แล้วเหงาๆ เศร้าและเปล่าเปลี่ยว 
                  บางคนบอกว่า ไม่ค่อยเห็น Wyeth เขียนภาพที่มีคนเกินหนึ่งคนเลย
                  บางรูปยิ่งร้ายไปกว่านั้นครับ คือไม่มีคนเลย
                  มีแต่ห้องที่ว่างเปล่า หรือมีเพียงเตียงนอนที่มีแมวนอนอยู่หนึ่งตัวเท่านั้น
                  บางภาพก็มีเพียงสายลม ที่พัดผ่านเข้ามาในห้อง
 
                  ดูแล้วเศร้าลึกๆ อยู่ในจิต
                  แต่ผมว่า อีตา Wyeth นี่แกเป็นคนที่เข้าใจเรื่องของชีวิตดีลึกซึ้งมากคนหนึ่ง                         
และเป็นในแง่มุมของชีวิตที่ทุกคนเบือนหน้าหนี คือไม่อยากรู้จักมัน
 
                 แต่มักปฏิเสธไม่ได้ เพราะมีเหตุต้องเจอะเจอในชีวิตจริง
 
                 และเมื่อเจอแล้ว มักบ่น ก่น โกรธ หรือโศกเศร้าหงอยเหงา พิไรรำพันนั่งซึมซึกอยู่
 เป็นไก่เหงาหาทางออกไม่ได้
                พอมาดูภาพเขียนของ Wyeth จึงเหมือนได้ไปหาหมอและถูกฉีดวัดซีน 
หรืออย่างน้อยก็หันมามองชีวิตตนเองด้วยหูตาสว่างขึ้น
                ผมไปอ่านเจอกลอนบทหนึ่ง ที่โพสลงในอินเตอร์เน็ต แกคงมีอารมณ์ร่วมหลังจากชมภาพคริสตินาแล้ว 
                จึงเก็บมาฝากครับ
 
 
As you know, Christina had polio. Andrew Wyeth often saw her alone
on the island where they lived. He captured her loneliness in his
painting "Christina's World." I wrote this poem about that
painting and Christina.



CHRISTINA'S WORLD
On Andrew Wyeth's Painting By Robert Mauro



Why do you lie like that
in the long grass
with your roundness
pink beneath your pink dress
you caress the damp warm Earth
gnarled fingers
clawing at the dirt
stare where
wind taking your stormy-night hair
white and black streaked loosened
falling, flowing as you stare
at the grey house on the bald hill
is someone in there
who knew you once
is someone in there
whom you have known


Bob Mauro, M...@Chelsea.Ios.Com
 
Christina 's World by Andrew Whyeth

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากอาจารย์

หมายเลขบันทึก: 71817, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:44:21+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 24, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ศิลปะ#เรื่องเล่า#วัฒนธรรม#ชีวิต#ความทุกข์#ภาพเขียน#มองโลกใหม่#เรื่องดีดีในชีวิต#andrew wyeth#ศิลปวิจารณ์

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (24)

  • มาขอบคุณครับผม
  • ดีใจที่ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับศิลปะครับ
  • คงได้มีโอกาสพบอาจารย์นะครับ
        
nash
เขียนเมื่อ 

หนูเห็นด้วยกับอาจารย์มาก ๆ  เลยค่ะว่า

  1. คุณ Whyeth นี่เป็นผู้ที่เข้าใจชีวิตอย่างที่มันเป็นได้จริง ๆ   
  2. แง่มุมที่เขานำเสนอ  เป็นแง่มุมที่คนส่วนใหญ่ "ไม่อยากรู้จักมัน"

ประเด็นแรกนี้ ทำให้หนูนึกต่อยอดไปอีกเรื่องหนึ่งที่หนูเองก็คิดว่าจะเขียนเหมือนกันเลยค่ะอาจารย์ เพราะมัน theme  เดียวกัน คือ  ความสามารถเข้าใจชีวิตในอย่างที่มันเป็นจริงๆ ของศิลปิน   

แต่เนื่องจากหนูเป็นคนไม่เอาอ่าวเลยด้านภาพวาด หนูเลยจะเขียนเรื่องนักแต่งเพลงในดวงใจของหนูแทนฮิ  ๆ  เขาคือ จอห์น เลนนอน นั่นเองค่ะ    หนูชอบเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ จำความได้แล้ว  แต่มาหลัง ๆ  นี่หนูรู้สึกว่าเขาลึกซึ้งในเรื่องธรรมะมากเลยล่ะค่ะ 

นี่ล่ะค่ะหนูถึงชอบอ่านบล๊อกอาจารย์  เพราะอาจารย์มักมีประเด็นอะไรที่ทำให้หนูไปคิดต่อได้เรื่อยเลย  ขอบพระคุณค่ะ

กลับมาที่ภาพวาดของศิลปินที่อาจารย์ชอบนี้ หนูว่าภาพเขียนเขาถ้าดูเป็นแล้ว (คือถ้าอ่านวิธีดูจากอาจารย์แล้ว  แหะๆ) เป็นอะไรที่ใช้เตือนสติให้ไม่ประมาทได้ดีเหมือนกันนะคะอาจารย์  อารมณ์เหมือนไปปฏิบัติธรรมยังไงยังงั้น

ทั้งหมดนี้ทำให้หนูตั้งสมมติฐานลมๆ แล้ง ๆ  ของหนูเองขึ้นมาว่า  ศิลปินน่าจะเป็นกลุ่มที่ปฏิบัติธรรมได้ดีและไปเร็วมาก เพราะช่างสังเกตุในรายละเอียดปลีกย่อยในชีวิตจริงของมนุษย์

และศิลปินที่ดี  ที่เก่ง ที่มีพรสวรรค์ หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ ก็น่าจะเป็นผู้ที่สามารถเข้าไปเห็นใน "รายละเอียดของธรรมชาติอย่างที่มันเป็นตามความเป็นจริง" ในสิ่งที่คนทั่วไปอาจมองไม่เห็นได้

ว่าแล้วก็ต้องขออนุโมทนากับท่านเหล่านั้น  ที่เห็นแล้วนำมาถ่ายทอดและเผยแพร่ด้วย ซึ่งก็ต้องรวมถึงอาจารย์ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

ก่อนไป เกือบลืมค่ะ  หนูเผลอไปตอบที่อาจารย์ไปคอมเม้นท์ไว้อย่างเมามัน (อย่างยาว) ไว้ที่บล๊อกตัวเองน่ะนะคะ   เลยคิดว่านำมาแปะอำนวยความสะดวกไว้ให้อาจารย์ที่นี่ด้วยเลยดีกว่า

http://gotoknow.org/blog/gonash/71805

สวัสดีค่ะ อาจารย์,

ณัชร

nash
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์,

หนูเข้ามาอ่านกลอนนี้อีกครั้ง  รู้สึกซาบซึ้งไปกับคำกลอน (และกลัวน้อยกว่าภาพวาด) มากค่ะ

โดยเฉพาะท่อนสุดท้าย  ที่เขาสอดรับกับประโยคแรกของกลอนที่ถามว่า Why do you lie like that  ได้อย่างกลมกลืน

is someone in there
who knew you once
is someone in there
whom you have known

โห....สะเทือนใจหนอ ๆ ๆ

 

จริงสิ คริสตินาพยายามคืบคลานไปหาบ้านนั้นเพราะอะไร

 

What does that house mean  to her?

Memories. 

She is crawling towards  her memories.

 

อืมม...หนูก็เลยพลอยวิเคราะห์เป็น soundtrack เสียงในฟิล์มไปกับคุณ Bob เจ้าของกลอนด้วยเลย

 

หนูว่ามนุษย์เป็นเหยื่อของการหวนหาความทรงจำของตนเองน่ะนะคะอาจารย์

 

In every sense of the word.

 

ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้   จะบอกว่าไปตอบอาจารย์เรื่องอนุบาลหมีน้อยมาแล้วค่ะ ฮิ ๆ ที่นี่ค่ะ

http://gotoknow.org/blog/gonash/71379

 

และถ้าเสียงเพลงในบล๊อกรบกวนอาจารย์  ก็ปิดได้นะคะ  ปุ่มคอนโซลจะอยู่ตรงขวามือน่ะค่ะ  ถ้าใช้ Internet Explorer จะไม่มีปัญหา  แต่ถ้าใช้ Browswer อื่น ๆ อาจมองไม่เห็นก็ได้  (ก็ต้องทนฟังไปจนจบเพลง  แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  เพลงแผ่เมตตานั่นเอง)

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร

ขอบคุณทั้งคุณขจิตและหนูณัชร

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ธาตุเดียวกันย่อมดึงดูดซึ่งกันและกัน

ดังนั้นต้องได้พบกันแน่ครับ

ปล.ภาพโมนาลิซ่า ที่มาแปะไว้นั้น สยองกว่าภาพเขียนของ Whyeth มาก

ดาวินซี มาเห็นคงต้องตีอกชกหัว

อ้อ! หนูณัชร อาจารย์ว่าหนูตกแต่งบล็อกหนูเริ่ดมาก มีสไตล์ของตนเอง ว่าแต่ท่าที่หนูเอาซามูไรชี้ฟ้านั่นนะ อาจารย์แอบตั้งชื่อตามท่าโยคะที่เคยเล่นว่า

ท่าชี้นิ้ว "ไชสะดือฟ้า"

และชอบใจคำกลอนต่อคุณบ็อบนะครับ

คริสติน่า ตะกายไปหาบ้านจริงๆ บ้านคือสัญลักษณ์เดียวที่เธอมีอยู่  คือ"ความรัก"

เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่ และน้องที่เข้าใจเธอ มีความรักที่โอบรอบห่อหุ้มเธอไว้ จึงไม่รู้สึกสิ้นหวังที่ตนเองพิการ

คริสตินาจึงเป็นสัญลักษณ์ของคนทั้งโลกที่แสวงหาความรักและความเห็นใจจากคนรอบข้าง

ดูภาพนี้แล้ว จะเข้าใจและเห็นใจคนพิการมากขึ้น

ศิลปินอย่างอาจารย์ คิดมาก แก่แดดตั้งแต่เล็กๆมาแล้ว

ตอนอายุ๑๒-๑๓ รู้สึกว่าตนเองคิดอะไรเหมือนคนอายุ ๔๐ พออายุ ๔๐ รู้สึกว่าตนเองเป็นเด็กอายุ ๑๕ อีกครั้งอยู่ร่ำไป ตอนนี้ใกล้จะ ๖๐ ยิ่งรู้สึกว่าใจมันไม่แก่ตามกายไปด้วย

รู้สึกเหมือน ๑๕ อีกครั้ง

 

อนิศรา
IP: xxx.188.48.212
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

         มีคนบอกหมอว่า  ยุคนี้คือกลียุค  ซึ่งคือยุคที่คนจะยินดีในความฉิบหายของผู้อื่น  อันนี้จริงไหมคะอาจารย์  หมอฟังแล้วก็ดูเหมือนจะจริง เพราะหนังสือพิมพ์ก็ดูจะขายแต่ข่าวร้ายซึ่งดูเหมือนคนจะชอบอ่านกันเอาสะใจ  บางครั้งดูใจตัวเองยังตกใจเหมือนมันชินชากับข่าวร้ายๆ

          อาจารย์คะ รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กเรื่อยๆเหรอคะ นี่อาจเป็นอาการของ Alzheimer นะคะ แฮะแฮะ อาจารย์อย่าลืมหาแปะก้วยทานค่ะ

          ขอถามอีกคำถามค่ะ  คริสติน่าเค้าคลานไปบ้านยังงี้ทุกวันหรือเปล่าคะ 

อนิศรา
IP: xxx.188.48.212
เขียนเมื่อ 
อาจารย์คะ ลืมค่ะ  หนูเข้าไปค้นหา andrew Whyeth จากกูเกิ้ล แต่ทำไมดูรูปเค้าไม่ได้สักอันเลยค่ะ ต้องเป็นสมาชิกอะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ  อาจารย์มีlink รูปภาพเขาไหมคะ

หมอครับ

ต้องขอโทษที่พิมพ์ชื่อ Andrew Wyeth ผิด

หากค้น google คลิกคำว่ารูปภาพด้วยนะครับ

และสามารถเข้าไปได้ที่นี่ครับ

http://www.awyethgallery.com/artists.html

 www.beckettfineart.com/dynamic/category_artis...

www.tamsquare.net/pictures/W/Andrew-Wyeth-Up-...

http://www.andrew-wyeth-prints.com/museum.html

แปะก้วยชอบเฉพาะลูกครับ ส่วนใบไม่ค่อยได้มีโอกาสกิน

แต่จริงๆนา อาจารย์รู้สึกว่าเวลาพูดกับใครก็ตาม อาจารย์จะเห็นว่าเขากว่าอาจารย์ทั้งนั้น

แบบนี้คงไม่เรียกว่าอัลไซเมอร์กระมัง

อ้อ! อาจารย์คิดว่าส่วนใหญ่เขาพยายามช่วยเหลือตนเองมากที่สุด และศิลปินสร้างภาพนี้ขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ที่เห็นเธอ

ภาพในชีวิตจริงและภาพศิลปะ จะต่างกันตรงมุมมองและการสร้างจุดเน้นเพื่อสื่อสาระที่ศิลปินต้องการครับ

อย่างอาจารย์จะเขียนรูปหมอ คงต้องสร้างบรรยากาศและองค์ประกอบใหม่ขึ้นมา ในสิ่งแวดล้อมเดิมของคุณหมอ

เป็นภาพอาจารย์นอนแผ่พุงให้คุณหมออุลตราซาวน์ด ดูชั้นไขมัน ถ้าจะดี

อนิศรา
IP: xxx.188.3.160
เขียนเมื่อ 

อาจารย์คะ  หมอเข้าไปดูรูป Christina's world เห็นบางรูปทุ่งหญ้าเป็นโทนสีน้ำตาลแดงค่ะ แบบนั้นค่อยดูไม่เศร้าหน่อย แสดงว่าสีนี่มีอิทธิพลกับจิตใจไม่น้อยเลยนะคะ

เค้าวาดรูปโทนสีสดใสก็มีเหมือนกันนี่คะ มีรูปดอกไม้หลากสีด้วย แล้วก็บ้านสีขาวที่มีดอกไม้บานรอบๆบ้าน ชื่อรูป around the corner นี่แสดงว่า การวาดรูปของศิลปินก็ขึ้นกับอารมณ์เค้าใช่ไหมคะ  เวลาอารมณ์ดี สดชื่น รูปจะออกมาสดใส  เวลาเศร้าเขาจะวาดรูปทึมๆ  มีบ้างไหมคะที่เวลาศิลปินเศร้าแต่วาดรูปสดใสได้

มาตั้งชื่อรูปให้เลยค่ะ 555  Fat's sound. ทั้งคนตรวจและคนถูกตรวจเลยล่ะค่ะ

 

อนิศรา
IP: xxx.188.3.160
เขียนเมื่อ 

ที่คุณณัชรบอกว่า ศิลปินน่าจะเป็นกลุ่มที่ปฏิบัติธรรมได้ดีและไปเร็วมาก เพราะช่างสังเกตุในรายละเอียดปลีกย่อยในชีวิตจริงของมนุษย์

เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ เพราะเพิ่งไปเจอเด็กคนนึงมา อายุ 25 กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่  หมอรู้สึกว่าเค้ากำลังทุกข์มากกับความรู้สึกในใจเค้าเอง จนแสดงอาการออกมาทางกาย เค้าจบ interior design เหมือนนางเอกของอาจารย์เลยค่ะ ได้คุยแลกเปลี่ยนกัน พบว่าเค้าสามารถดูใจตัวเองในบางครั้งได้ เช่นกำลังรู้สึกไม่ดีอยู่ แต่สงสัยจะสมาธิแรงมากค่ะ เพราะคุมตัวเองไม่ได้ในบางครั้งถึงขนาดทำงานไม่ได้  หมอแนะนำให้เค้าปรึกษาจิตแพทย์ก่อน แต่ก็บอกว่าน่าจะหาโอกาสมาศึกษาวิปัสสนาดู  น่าจะดูใจตัวเองได้ดี อาจจะแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง

สวัสดีคุณหมอครับ

รูปที่คุณหมอเห็นนั้น บางทีสีจะเพี้ยนไปนะครับ

ผมพยายามเลือกรูปที่โทนสีส่วนรวมให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด ได้แก่ภาพที่เอามาลง

ส่วนสีสดใสนั้นเป็นเพราะเวลานำรูปเข้ามาไม่ค่อยพิถีพิถัน สีเพี้ยนไปเยอะครับ

แต่รูปของ wyeth นั้นมีสีสรรบ้างครับ แต่ส่วนใหญ่ค่อนข้างออกโทนน้ำตาลเขียว หรือ earth tone

หากเขียนสีน้ำก็เช่นกันครับ ต่างที่มีรายละเอียดมากกว่าหรือน้อยเท่านั้น

รูปที่เห็นเป็นสีฝุ่นครับ temperla มีเนื้อสีหนักกว่าสีน้ำ

และสามารถระบายทับได้ เหมาะสำหรับงานที่เก็บรายละเอียด

ส่วนสีน้ำนั้น ใช้ในการร่างภาพ หรือเก็บอารมณ์ภาพแบบรวดเร็ว

ส่วนใหญ่ weyth ใช้เขียนภาพทิวทัศน์หรือหุ่นนิ่ง

ส่วนใหญ่ศิลปินจะเขียนภาพตามความรู้สึกภายในครับ

เรียกว่ามี Concept หรือ theme อยู่ ไม่ค่อยแหกคอกออกไปเท่าใหร่

เรียกได้ว่า concept หนึ่งอาจทำงานออกมาได้เป็นหลายๆปี

หากทำงานตามอารมณเดี๋ยวมีความสุข เขียนสีสดใส เดี๋ยวทุกข์ใจสีหม่นหมอง ก็จะวูบวาบไปหน่อย

ใกล้เคียงกับอารมณ์กรรมฐานครับ คือต้องกำหนดตามความเป็นจริง ไม่ให้เลือกอารมณ์ชอบใจอย่างเดี๋ยว

ส่วนชื่อที่หมอตั้งนั้น ตกลงครับ เขียนเมื่อไหร่ เอาชื่อนี้เลย

nash
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อาจารย์ และ คุณหมอ,

แหะ ๆ อาจารย์ไปแซวหนูเรื่องพูดเป็นต่อยหอย หนูเลยเสีย  self เลยค่ะอาจารย์  ทำเอาเขียนอะไรไม่ค่อยจะออก  ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้  เป็นโรคกระเพาะเลยค่ะ  (ว่าแต่ว่า  เสียงต่อยหอยมันเป็นยังไงเหรอคะอาจารย์?)

 

ความจริงคำว่า เสีย self นี่น่าจะเป็นความหมายที่ดีนะคะ  เมื่อคิดว่าคนเราสามารถทำลายอัตตาตัวตนลงไปได้ ฮิ ๆ (แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นสิคะอาจารย์ แหะ ๆ)

 

คุณหมอสบายดีนะคะ?  ไม่ได้เจอกันเสียนาน  ปีนี้ไปเดือนไหนมั่งคะ?

 

หนูชื่อท่าที่อาจารย์ตั้งให้ฟังดูน่าจั๊กจี้ดีค่ะ ฮิ ๆ  ว่าแต่ว่าหนูไปตอบมาให้อาจารย์แล้วนะคะ   ตามคำขอ  เรื่องเกี่ยวกับการทำสมาธิด้วยท่านี้น่ะค่ะ

http://gotoknow.org/blog/gonash/72213

 

สวัสดีค่ะ,

 

ณัชร

การดูใจตน ไม่ใช่ศิลปินก็ดูได้ครับ คุณหมอ

เพียงว่าอาชีพศิลปินนั้น พึ่งใจของตนบ่อย

เพราะจุดเริ่มต้นต้องมาจากใจ เหมือน"ต้นจิต"          ในวิปัสสนา

หมอลองฝึกก่อนหยิบเจ้าเครื่องอุลตราซาวนด์ ขึ้นมาใช้ซิครับ ดูว่าใจของหมอเป็นอย่างไร

เวลาผมหยิบพู่กัน เพราะใจมันอยากจะระบายความคิดนึก ไม่ใช่ระบายสี

หนูณัชร อาจารย์เข้าไปอ่านและตอบในบล็อกของหนูแล้ว ขอบคุณมาก และขอถอนคำพูดเรื่องชื่อท่าซามูไรของหนู(แม้จะชอบชื่อนี้ก็ตาม)

เดี๋ยวเซนเซของหนูจะปรายตามองที่หางตา

แล้วเจออาจารย์ แค่นึกก็เสียวแล้ว

นึกถึงท่าที่ ตาจ้องเขม็งที่คู่ต่อสู้ แล้วตวัดปลายดาบค่อยๆสอดเข้าฝักแล้วเท่มาก เป็นอาจารย์ดาบนั้นคงบาดมือหลายครั้ง ก่อนจะเข้าฝักดาบได้

เสียself คือ กิเลสเสียความรู้สึก มิใช่เสียอัตตาจ๊ะ

ตามมากราบสวัสดี
IP: xxx.123.81.233
เขียนเมื่อ 

กราบอาจารย์ค่ะ

อาจารย์เล่นหนีลูกศิษย์มาเปิดบล็อกที่นี่แล้ว หนูพยายามเข้าไปตามอ่านที่ วิปัสสนาเชียงใหม่ แต่ไม่ค่อยเห็นอาจารย์เข้ามาตอบเหมือนเคย พอรู้จากเพื่อนจึงรีบตามมาอ่านต่อค่ะ

เรื่องของคริสตินาเศร้าจริงๆ แต่แฝงด้วยความจริงของชีวิต เรื่องชายชรากับทะเลหนูก็ชอบ ชอบตรงที่อาจารย์บรรยายได้ลึกมาก หนูรู้สึกตามไปเหมือนนอนอยู่ในเรือด้วยเลย อยากมีโอกาสอย่างนั้นบ้างแต่กลัวเรือลอยไปไม่กลับค่ะ

หนูนา
IP: xxx.29.60.164
เขียนเมื่อ 

สวัสดีอาจารย์ค่ะ

ขออนุญาตกราบอาจารย์ ณ ที่นี้งามๆนะค่ะ

หนูขออาจารย์เขียนเกี่ยวกับภาพศิลปะอย่างนี้อีก อยากดูภาพเป็นนะคะ

หนูนาศิษย์ที่เคยดื้อ

  • มีลุกศิษย์มามากแล้วนะครับ
  • ให้โปรโมตให้ไหมครับ
  • รับรองมากันตรึม(ขอใช้ภาษาวัยรุ่นหน่อยครับ)
  • ขอบคุณครับ
  •        

ขอบคุณในความกรุณาครับ

ขอพึ่งใบบุญหน่อยครับ

สุกกฤตา
IP: xxx.123.30.78
เขียนเมื่อ 

ตอนเด็กๆเคยเห็นภาพนี้แต่ก็ไม่เข้าใจความหมาย

มีแต่ความรู้สึกที่มองแล้วรู้สึกได้ถึงความพยายามไปถึงที่หมายของเค้าตอนนั้นก็ได้แต่ลุ้นว่าให้เค้าไปให้ถึง

กระทั่งเก็บเอาไปคิด  เมื่อมาอ่านความหมายที่อาจารย์เขียนก็เข้าใจมากขึ้น

สำหรับหนูอดรู้สึกไม่ได้ว่าความผูกพันความรักของมนุษย์เหมือนพันธนาการที่ทำให้เรามีทั้งความสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกันเลยนะคะ

การพลัดพรากของมนุษย์ทำให้เศร้าใจ

บางครั้งหนูก็อดคิดไม่ได้ว่าความรักความผูกพันนี้เป็นสิ่งที่ดีจริงๆมั้ยแต่ถ้าเราขาดก็คงไม่ดีอีก

เพียงแต่เราคงต้องรักอย่างระวังใจของเราให้มาก

ตลอดชีวิตของหนูได้รับความรักจากคุณพ่อและคุณแม่อย่างมากและอบอุ่นตลอดชีวิตที่ผ่านมา

เคยคิดว่าไม่ต้องการอะไรมากเท่านี้แล้ว  ทรัพย์สินเงินทองอะไรก็ไม่สำคัญสำหรับหนูเท่าความรักที่คุณพ่อและคุณแม่มอบให้

เมื่อโตมาก็รู้สึกเต็มอิ่มกระทั่งไม่ต้องการความรักจากผู้อื่นอีก  ไม่ต้องรู้สึกว่าต้องแสวงหาใดๆ

แต่เมื่อลองคิดว่าถ้าวันหนึ่งจะต้องสูญเสียท่านไปหนูก็รู้สึกว่าทนแทบจะไม่ได้เลย

หนูจึงคิดว่าความรักที่ได้รับนี้แท้จริงมีแต่ข้อดีจริงๆหรือเปล่า

รู้สึกว่าทุกอย่างมีข้อดีก็มีข้อเสียด้วยอยู่ที่ใจเราจะรับส่วนไหนขณะนั้น

คงต้องอาศัยสติและกำลังใจประกอบเป็นอย่างมากนะคะ

แต่ไม่ว่าอย่างไรหากให้ต้องเลือกหนูก็ขอเลือกครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุขก่อนทุกอย่างอยู่ดีเพราะสำหรับหนูถือเป็นสิ่งสำคัญและเป็นพื้นฐานของชีวิตก่อนทุกอย่างอย่างอื่นมาทีหลังไม่สำคัญเท่า

แม้นจะต้องระวังใจในการพลัดพรากสูญเสียในภายหลังก็ตาม

ถูกแล้วครับ คุณสุกกฤตา

ความรักจากคุณพ่อคุณแม่เป็นรักที่บริสุทธิ์และสร้างความอบอุ่นให้แก่ชีวิตดีที่สุด

และจริงของคุณ อีกเหมือนกันที่ความรักนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี คือตัวความรักนั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่มนุษย์สามารถให้แก่กันได้ ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบใดก็ตาม

ข้อเสียคือ ใจของคนที่ยึดติดแน่นในความรักนั้น...โดยยึดว่าเป็นของเราเสมอ และยึดว่าไม่เปลี่ยนแปลงและเป็นความสุขนิรันดร์

ครั้นเมื่อประสบกับการพลัดพราก

ไม่ว่าเราพรากจากเขาหรือเขาพลัดจากเราไป

ไม่ได้ทำใจไว้ก่อน...จึงเกิดทุกข์ยิ่ง

ฉนั้น ทำใจไว้ก่อน เตรียมสติ ระลึกไว้อยู่เสมอว่า ทุกอย่างเป็นของชั่วคราว ที่เข้ามาในชีวิต ทั้งสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม

จะได้ไม่ต้องตีอกชกหัว เมื่อความโศกเศร้ามาเยือน

หรือพลันหัวร่อเหมือนคนบ้า เมื่อสุขมาหา

beerthai
IP: xxx.155.176.100
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

หลายครั้งที่เข้ามาอ่าน blog ของอาจารย์แล้วได้ความคิดกลับไปต่อเยอะเลยค่ะ เห็นภาพข้างบนนี้แล้วดูเหนื่อยจังเลยค่ะ ห็นแล้วให้นึกถึงสภาพของทั้งเด็กวัยรุ่น และเด็กไม่รุ่นที่อยู่ตามร้านแถวเหล้าทั้งในเชียงใหม่เองและที่อื่นๆ

เห็นภาพแล้วให้นึกถึงความห่างไกล.... แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะห่างไกลอะไรดี

หลายภาพที่อาจารย์นำมาให้ ลปรร ก็ขำ บางรูปก็ให้แง่คิดชีวิตดีมา

ด้วยความเคารพค่ะ

ปล. ไม่ทราบว่าศูนย์ปฏิบัติธรรมในเชียงใหม่นี้อยู่ที่ไหนคะ สนใจอยากไปร่วมปฏิบัติค่ะ

 

nash
เขียนเมื่อ 

คุณ beerthai คะ  สวัสดีค่ะ  เคยไปที่เวบคุณค่ะ  จำได้ไหมคะ   ดีใจที่เห็นคุณที่นี่ค่ะ  ขออนุญาตนำลิ้งค์ศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่มาให้นะคะ คิดว่าในนั้นคงมีแผนที่น่ะค่ะ  และสมัครออนไลน์ได้เลยค่ะ

ขออนุโมทนาล่วงหน้านะคะ

ณัชร

IP: xxx.123.81.233
เขียนเมื่อ 

 อาจารย์ครับ

อยากรู้ประวัติคริสติน่าเพิ่มเติมจะกรุณาได้ไหมครับ

เด็กเพชรบุรีค่ะ
IP: xxx.113.66.9
เขียนเมื่อ 

อาจารย์ค่ะ หนูรบกวนขอรายละเอียดของภาพคริสติน่าได้ไหมค่ะ หนูต้องเอาไปทำศิลปวิจารณ์ส่งวันพรุ่งนี้แล้วค่ะ   ชวนหนูหน่อยนะค่ะ

ด้วยความเคารพอาจารย์มากค่ะ

และชื่นชมอาจารย์มากด้วย