สวัสดีค่ะ เพิ่งทำงานวิชาการเขียนหนังสือถอดบทเรียนการดูแลแบบประคับประคองเสร็จหมาดๆ เลยอยากเปลี่ยนโหมดมาสู่เรื่องไม่มีสาระ แต่มีสีสันบ้างค่ะ

เมื่อปีที่แล้ว (2014) ในช่วงกลางเดือนตุลาคม เพื่อนผองพี่น้องรวม 6 คนใช้โอกาสตั๋วบินโปรโมชั่นไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น 12 วัน เที่ยววันละเมืองในเขตุคันโต กลับมานอนโตเกียวทุกวัน สบายตรงไม่ต้องเก็บกระเป๋า เปลี่ยนโรงแรม

เที่ยวด้วยรถไฟ ใช้ JR Kanto Area Pass ใบหนึ่งใช้ 3 วัน ใบละ 8300 เยน หรือราว 2700 บาท นั่งรถไฟของการรถไฟญี่ปุ่นได้ทุกประเภทรวมทั้งขบวนชิงคันเซ็น ไม่จำกัดจำนวนครั้งในเขตุที่กำหนด คุ้มค่ามาก เพราะเขตุคันโต โดยเอามหานครโตเกียวเป็นศูนย์กลางนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ออกไปไกลอีกหลายเมือง


แม้กลางตุลาคมจะเป็นช่วงที่ใบไม้แดงยังไม่ใช่สวยที่สุด ต้องรอถึงปลายพฤศจิกายนจะเจิดจ้ากว่านี้ แต่เราอยากไปให้ทันชมทุ่ง Kochia สีแดงที่ Hitachi Seaside Park จังหวัดIbaraki (ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ไปชมทุ่งสีฟ้าของดอกนิโมฟิล่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ)

Kochia - Bassia scoparia

Hitachi Seaside Park, Ibaraki

ตอนที่เราไปชม ทุ่งโคเชียที่นี่กำลังถึงช่วงปลายแล้ว บางส่วนเริ่มเป็นสีน้ำตาล แต่การเห็นเจ้าพุ่มโคเชียกลมๆ ดูฟูๆน่ารัก ภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสช่างน่าประทับใจมาก


อีกเมืองที่เคยไปมาแล้วแต่คนละฤดูกาล ได้มาเห็นช่วงฤดูใบไม้แดง ให้ความรู้สึกที่ต่างไป นั่นคือเมือง คารุยซาวะ Karuizawa นั่งชิงคันเซ็นรวดเดียวชั่วโมงนิดๆจากโตเกียวถึงเลยค่ะ ระยะทางแค่ 150 กิโลเมตร ชมวิวสองข้างทางเพลิดเพลิน

Karuizawa

จากตัวเมืองคารุยซาวะ นั่งรถบัสไปอีกสักชั่วโมงก็จะได้ชมน้ำตกชิราอิโตะที่มีความพิเศษมาก โอกาสต่อๆไปจะนำมาเล่าสู่กันนะคะ


ครั้งนี้ชมน้ำตกชื่อดังที่เป็นที่รู้จักกันดีก่อนนะคะ น้ำตกเคง่อน Kagon แห่งเมืองมรดกโลกนิกโก้ ก็งดงามจับตาจับใจในฤดูใบไม้แดง


Kagon Fall, Nikko


อีกสองเมืองต่อไปนี้เพิ่งเคยไปครั้งแรก คือ Ikaho Onsen และ Nasu-shiobara

คณะที่ไปด้วยถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าน่าไปสองที่นี้ ไม่ยากค่ะก็ดูว่าบัตรรถไฟที่ซื้อนั้นไปไกลๆให้คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป จะไปไหนดี ดูแล้วก็ไปหาข้อมูลค่ะว่าเมืองนั้นมีอะไรดี ส่วนใหญ่ญี่ปุ่นมีสิ่งน่าชมทุกเมืองนั่นแหละค่ะ



Ikaho Onsen

เป็นเมืองออนเซ็นที่มีชื่อเสียง สองข้างบันไดที่ทอดขึ้นเขาจะไปยังจุดชมวิวนั้น มีทั้งเรียวกังที่มีออนเซ็นในที่พัก และ ร้านรวงน่ารัก น่าแวะไปตลอดทาง เมืองนี้น้ำพุร้อนมีความแปลกที่มีธาตุเหล็กสูง น้ำจึงมีสีขุ่นๆถึงสีสนิมเลยทีเดียวค่ะ ปริมาณน้ำแร่ก็อุดมสมบูรณ์มีออนเซ็นแช่เท้าหรือ อะชิยุ ให้แช่ฟรี


ปิดท้ายกันที่เมืองซึ่งแสนประทับใจทุกคนเพราะไปหลายต่อ แถมฝนตก แต่เราก็ได้พบภาพสวยงามที่แสนดื่มด่ำสำหรับมื้อกลางวันแบบปิคนิก ต่อด้วยกาแฟปิดท้ายในร้านกาแฟที่อบอุ่น หรูสบาย ได้วิวเต็มตา


Nasu-shiobara

เมืองนาสุ-ชิโอบาระ ดูเงียบๆเข้าใจว่าเป็นเมืองตากอากาศพักผ่อน มีโรงแรมใหญ่ริมธารน้ำ ข้อมูลว่ามีที่เดินเล่นมากมายในธรรมชาติ เพราะอยู่ติดเขา แต่ฝนที่โปรยมากมาย เราทำได้แค่เดินไปที่บ่อน้ำร้อนแช่เท้าขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถจุคนได้ 100 คนพร้อมกัน สะอาดมาก เสียค่าฝากของเล็กน้อย น้ำร้อนดีจริงๆค่ะ

ภาพเหล่านี้เป็นช่วงเวลาความสุขเล็กๆที่ขอนำมาฝากหลังจากหายไปนานมาก

ที่หายไปนั้นได้ไปท่องเที่ยวเป็นเรื่องเป็นราวเพราะไปจากการเป็นนักเขียนกิตติมศักดิ์ให้นิตยสารคู่สร้างคู่สมอยู่พักใหญ่ ไปแล้วก็กลับมาเขียนลงนิตยสาร ได้ไป มาดริด เป็นแขกของการท่องเที่ยวมาดริด /อีสานใต้-เสียมเรียบ เป็นแขกของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย/มัณฑะเลย์-พุกาม เป็นแขกของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

มีเรื่องน่าสนใจเต็มไปด้วยรสชาติชีวิต จะทยอยนำมาฝากนะคะ

ไม่หลอกเหมือนวันHalloween ค่ะ ^_______^