บ่ายวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ หลังการประชุมสภาวิทยาเขตหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผมนัดให้ รศ. ดร. สมบูรณ์ พรพิเนตพงศ์ และ ผศ. กัลยาณี พรพิเนตพงศ์ พากรรมการสภาวิทยาเขตหาดใหญ่ที่สนใจ ไปดูสภาพการกัดเซาะชายฝั่ง ทะเลสงขลา ที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ที่เป็นราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมเจ้าท่า

จุดแรกที่เราไปแวะชมคือบ้าน นพ. อนันต์ - พญ. รัชนี บุญโสภณ ที่ชายทะเลบ้านบ่อโชน ต. สะกอม อ. จะนะ จ. สงขลา เราไปเห็นสภาพที่ เมื่อมีการสร้างเขื่อนกันทรายที่ปากน้ำสะกอม ก็ทำให้เกิดการกัดเซาะชายหาดด้านเหนือเขื่อน เข้ามาใกล้ที่ดิน ของ นพ. อนันต์ ทางกรมเจ้าท่าจึงไปสร้างเขื่อนกันคลื่นทางทิศใต้ของที่ของ นพ. อนันต์ มีผลให้ชายหาดที่ดินของ นพ. อนันต์พัง เฉลี่ยปีละ ๑๐ เมตร เวลานี้น้ำเซาะที่หายไป ๑๓๐ เมตร บ้านหายไปทั้งหลัง และอีกหลายหลัง มีการฟ้องร้องกรมเจ้าท่าต่อ ศาลปกครอง และศาลปกครองตัดสินให้กรมเจ้าท่าแพ้คดี แต่ยังมีการอุทธรณ์

ที่นี่เราพบคุณเจ๊ะหมัด สังข์แก้ว ที่มาเล่าให้เราฟังว่า ทางกรมเจ้าท่าไปประชุมชาวบ้าน เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ว่าจะไปเยียวยาความเสียหาย และจะดำเนินการสร้างเขื่อนกันคลื่นป้องกันตลิ่งพัง เพิ่มขึ้น ว่ามีงบประมาณกว่าสองพันล้านบาท

จุดที่สอง ชายหาดบ้านสวนกง อ. จะนะ จ. สงขลา เป็นจุดที่ชายหาดสมบูรณ์ และมีสันทรายชายหาด ที่สวยงามยิ่ง มีบทความเรื่องป่าสันทรายชายหาด เขียนโดย พญ. รัชนี บุญโสภณ เมื่อ ๑๑ ปีที่แล้ว ที่มีรูปสันทรายที่เราไปยืนชื่นชมธรรมชาติ อันสวยงาม และมีรูปพรรณไม้บนสันทรายนี้ อ่านได้ ที่นี่ ป่าสันทรายชายหาดที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่บางเบิด ชุมพร ดังเว็บไซต์นี้

จุดที่สาม ชายหาดหินนาทับ อ. จะนะ ที่เราไปเห็นกำแพงกันคลื่น และเห็นเขื่อนหินตัวละ ๓๐ ล้านบาท จำนวน ๑๘ ตัว และกำลังจะสร้างอีก ๒๕ ตัว ที่นี่ไม่มีหาดทราย มีแต่กำแพงหิน ทำให้พอจะเดาได้ว่าหากกรมเจ้าท่าได้งบประมาณมาแก้ปัญหา กัดเซาะชายฝั่งโดยวิธีเดิม (คือทำเขื่อนกันคลื่น) ไล่ขึ้นทางเหนือไปเรื่อยๆ ชายหาดของจังหวัดสงขลาก็จะหมดไป หรือมิฉนั้นก็จะมีหาดโค้งแบบของจังหวัดระยองที่ผมเคยลงรูป ที่นี่

จุดที่สี่มองจากรถไกลๆ คือปากคลองนาทับ ที่มีเขื่อนกันทราย เป็นต้นเหตุให้ชายหาดด้านเหนือถูกกัดเซาะ

ทั้งหมดนั้นผมสรุปตามคำอธิบายของ ดร. สมบูรณ์ได้ว่า หาดทรายอันทรงคุณค่าถูกทำลายเพราะมีการสร้างโครงสร้างแข็ง ขึ้นที่บริเวณชายหาด รบกวนระบบนิเวศตามธรรมชาติของชายหาด ทำให้ชายหาดด้านทิศเหนือของสิ่งรบกวนนั้นพัง และแผ่นดินทางทิศใต้งอกขึ้น เพราะกระแสน้ำที่ชายฝั่งตะวันออกของภาคใต้ไหลขึ้นเหนือ หากยังใช้วิธีการนี้ป้องกัน การกัดเซาะชายฝั่งไปเรื่อยๆ หาดทรายก็จะหมดไปเรื่อยๆ จนหมดสิ้นในที่สุด

แปลกมาก ที่เห็นตำตา ว่ายิ่งสร้างเขื่อนกันคลื่น หาดทรายยิ่งพัง แต่กรมเจ้าท่าก็ยิ่งก่อสร้าง ใช้เงินมหาศาล น่าจะมีหน่วยงานวิจัย จัดเวทีนโยบายสาธารณะเพื่อเอาข้อมูลหลักฐานทางวิชาการ มาบอกสาธารณชน ว่ามีการใช้เงินภาษี ของประชาชนไปทำลายทรัพยากรหาดทรายของชาติอย่างไร

ใครไม่เชื่อ ให้ไปดูชายหาด ต. นาทับ อ. จะนะ จ. สงขลา

ท่านที่สนใจ อ่านบันทึกเกี่ยวกับหาดทรายได้ ที่นี่

ขอขอบคุณ ผศ. กัลยาณี ที่ส่งรูปหาดนาทับในอดีตมาให้



1 เขื่อนกันคลื่นต้นเหตุที่ของ นพ. อนันต์พัง

2 ที่ดินชายหาดพังลึกเข้าไ ๑๓๐ เมตร บ้านพังทั้งหลัง

3 ป่าสันทราย หาดบ้านสวนกง

4 คนกลางบังนี หรือนายกิตติภพ สุทธิสว่าง คนขวาคือ ดร. สมบูรณ์

5 หาดบ้านสวนกง

6 หาดนาทับ มีแด่หิน

7 เขื่อนกันคลื่นที่อยู่ในทะเล ลูกละ ๓๐ ล้านบาท

8 ชายหาดนาทับ

9 ดอกหญ้า

10 หาดนาทับในปี ๒๕๕๐ ก่อนสร้างเขื่อนกันคลื่น

11 หาดนาทับ ปี ๒๕๕๐ ขณะเริ่มสร้างเขื่อนกันคลื่น

12 หาดนาทับในปี ๒๕๔๓


วิจารณ์ พานิช

๗ ส.ค. ๕๘