วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ ผมได้รับอีเมล์จาก ผศ. กัลยาณื พรพิเนตพงศ์ ดังต่อไปนี้

กราบเรียน อาจารย์วิจารณ์ ที่เคารพอย่างสูง

ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงที่อาจารย์ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา
การกัดเซาะชายหาดต่อสาธารณะผ่าน GotoKnow ซึ่งจะช่วยให้เกิด
ความเข้าใจในปัญหากัดเซาะชายหาดมากขึ้น

พร้อมนี้ฉันขออนุญาตแก้ไขชื่อของบังนีค่ะ ชื่อทางการของบังนี คือ
นายรุ่งเรือง ระหมันยะ ต้องขอโทษอย่างมากค่ะ ที่ดิฉันไม่ได้แนะนำให้
ชัดเจนตอนออกพื้นที่ การปรับเวลาในวันทัศนะเนื่องจากฝนตก ทำให้
คุณกิตติภพ ติดภารกิจจึงมาไม่ได้มา วันนั้นจึงมีแต่บังนี และบังเหตุค่ะ

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ดิฉันมีโอกาสไปดูปัญหากัดเซาะชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี
กับคณะดำเนินงานฯตาม พรบ.ทช.ม.21 ของกรมทรัพยากรทางทะเล
และชายฝั่ง(ทช) ทำให้ทราบว่าสาเหตุหลักของการกัดเซาะในละแวก
นี้มีสาเหตุมาจากการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่น (Jetty) ที่อุทยาน
สิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เพื่อให้น้ำทะเลไหลเวียนสู่ป่าโกงกาง
(เดิมเป็นป่าเสม็ด) ภายในอุทยานฯ โดยก่อสร้างเขื่อนกันทรายฯ 2
แห่งที่ด้านทิศเหนือและใต้ของอุทยานฯ

เขื่อนกันทรายฯทิศใต้ ทำให้มีทรายกักอยู่ทางตอนใต้ และเกิดกัดเซาะ
ด้านเหนือซึ่งเป็นชายหาดภายในอุทยานฯ มีการแก้ปัญหาบริเวณนี้
ด้วยรอดักทราย (groyne) ทำให้ไม่เหลือสภาพของหาดทรายธรรมชาติ
ให้เห็น กลายเป็นศาลาลงสรงฯอยู่ท่ามกลางกองหิน (ทราบว่า เดิมที
ศาลาลงสรงตั้งอยู่บนชายหาด เป็นศาลาขนาดเล็กยกสูงด้วยเสา เช่น
เดียวกับบ้านชาวเล จึงไม่รบกวนระบบสมดุลของธรรมชาติ) นอกจาก
นี้ยังทราบว่า มีการทดลองวางโดมทะเล (ไม่ทราบว่ามากน้อยเท่าใด)
ที่ชายฝั่งด้านหน้าอุทยานฯ

ส่วนเขื่อนกันทรายฯทิศเหนือ ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะไปทางเหนือ
บริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชะอำ มีความพยายามแก้ไขด้วย
วิธีชั่วคราวแบบต่างๆ ทั้งเขื่อนหินกันคลื่น และถมทราย

เนื่องจากการกัดเซาะเกิดที่ชายหาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง
จึงมีความพยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีต่างๆ ล้วนแก้ที่ปลายเหตุ ทั้งที่
ทำไปแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการ เป็นโครงการขนาดใหญ่โตมาก
ดิฉันเห็นว่าหาก “ไม่แก้ไขที่ต้นเหตุ” งบประมาณจำนวนมากจะละลาย
ลงทะเลทุกปี (ที่หาดชลาทัศน์เล็กกว่าหลายเท่า ก็สูญเสียเงินไปราว
200 ล้านบาทแล้ว)

ดิฉันดีใจที่ตอนนี้ ทาง ทช. เริ่มเข้าใจระบบของหาดทรายมากขึ้น และ
ทราบแล้วว่าป่าโกงกางที่พยายามสร้างขึ้นในอุทยานฯนั้นต้องแลกด้วย
ผลกระทบไกลสุดสายตา ดิฉันก็ยังมีความหวังอยู่ว่าความเข้าใจที่ถูก
ต้องจะช่วยให้สถานการณ์แก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราวแบบตั้งรับ กลับ
เป็นเชิงรุก คือ แก้ที่สาเหตุให้ได้ในช่วงปฏิรูปประเทศนี้

ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงที่อาจารย์ให้เวลากับเรื่องนี้
ด้วยความเคารพอย่างสูง
กัลยาณี