วิชาพัฒนานิสิต (๒๒) : กระบวนการเรียนรู้ (โครงการ/กิจกรรมในฝัน)

กระบวนการเช่นนี้ คือการส่งเสริมให้นิสิตได้เรียนรู้การเป็น "นักออกแบบการเรียนรู้" ไปในตัวแบบเนียนๆ เสมือนการจัดการความรู้ (KM) แบบธรรมชาติๆ เป็นการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม และเป็นการละลายพฤติกรรมของนิสิตในกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง เพื่อวางรากฐานสู่การทำงานกลุ่ม/โครงการที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้

ประเด็นหลักของการจัดการเรียนการสอนวิชาการพัฒนานิสิตในวันที่ 22-23 มิถุนายน 2558 จะเป็นเรื่องกระบวนการ “โครงการในฝัน” กล่าวคือเป็นกระบวนการเรียนรู้ต่อยอดจากภาคทฤษฎีที่ ผศ.ดร.สมชาย แก้ววังชัย ได้บรรยายในหัวข้อ “แนวคิดและหลักการเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต” ประกอบด้วยกระบวนการเรียนรู้ตามลำดับ ดังนี้




: คลิปบันเทิงเริงปัญญา


เฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ทีมกระบวนกร นำคลิป หรือสื่อสร้างสรรค์มาเปิดให้นิสิตได้เรียนรู้ ทั้งเพื่อคั่นเวลา และเพื่อบ่มเพาะแนวคิดสำคัญๆ ที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาที่ได้เรียนรู้ในชั่วโมงที่ผ่านมา เป็นต้นว่า ประเด็นจิตสาธารณะ ประชาธิปไตย ภูมิปัญญาวิถีไทย ตลอดจนเพื่อฝึกให้นิสิตได้วิเคราะห์สัญญะของสื่อเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ชีวิตจริง หรือสถานการณ์จริงของสังคม



สื่อวิดีทัศน์สภาพัฒนาการเมือง เรื่อง ฉันประถม


สื่อวิดีทัศน์สภาพัฒนาการเมือง เรื่อง กอดบ้าน



และเฉกเช่นทุกครั้ง เมื่อดูวีดิทัศน์เสร็จสิ้นแล้ว กระบวนกร (ผู้ช่วยสอน) จะทำให้ที่สร้างสรรค์บรรยากาศการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม หรือการฝึกความกล้าแสดงออก ฝึกการถอดรหัส หรือสัญญะความรู้จากสื่อด้วยการชักชวนให้นิสิตได้แสดงความคิดเห็นว่า “ได้เรียนรู้จากอะไรจากสื่อเหล่านั้นบ้าง”



: ทวนซ้ำการเรียนรู้ผ่านผังมโนทัศน์


กระบวนการถัดมา จะเป็นช่วงของการให้แต่ละกลุ่มได้สะท้อนผลการเรียนรู้ตั้งแต่ชั่วโมงแรกมาจนถึงชั่วโมงที่ผ่านมา โดยให้แต่ละกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียนผ่าน “ผังมโนทัศน์”(Mind Map) ซึ่งเกี่ยวกับผังมโนทัศน์นี้ เราเปิดกว้างให้นิสิตมีเสรีภาพในการที่จะออกแบบร่วมกันอย่างเป็นทีม โดยไม่ได้จำกัดรูปแบบ สุดแท้แต่นิสิตจะศึกษาค้นคว้าแนวคิกของการจัดทำผังมโนทัศน์อย่างไร เสมือนเสริมสร้างให้นิสิตได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองดีๆ นั่นเอง


กระบวนการดังกล่าวนี้ หลักๆ คือการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้นิสิตได้ร่วมกันทบทวนความรู้ด้วยตนเอง และนำเสนอผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมถึงการนำเข้าสู่การเรียนรู้ในต้นชั่วโมงด้วยตนเอง – เรียกได้ว่าเป็นกระบวนการตามหลักคิด “โดยนิสิตเพื่อนิสิต” หรือใช้ “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” ในอีกมิติก็ว่าได้





ข้อดีอื่นๆ ที่ซ่อนไว้ในกระบวนการคือ มุ่งให้นิสิตได้ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม เป็นการละลายพฤติกรรมภายในกลุ่มทีมก่อนการทำงานใหญ่ คือโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต หรือโครงการจิตอาสา (โครงการเรียนรู้ชุมชน) รวมถึงฝึกให้นิสิตได้ร่วมกันทบทวนบทเรียนร่วมกันอย่างเป็นทีม เสมือนเพื่อช่วยเพื่อน เพื่อนติวเพื่อน ผ่านวิธีการวิธีการหลากหลาย เช่น จดบันทึก เลคเชอร์ อินเทอร์เน็ต เอกสารประกอบการสอน Blog ฯลฯ

โดยทั้งปวงนั้น ย่อมเกิดมรรคผลหลากหลาย ทั้งเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมามากขึ้น เกิดทักษะการทำงานกลุ่ม เกิดทักษะการค้นคว้าเพิ่มเติม หรือกระทั่งเกิดทักษะในการนำเสนองานอย่างสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน




: สะท้อนสำนวน คำพังเพย สุภาษิตว่าด้วยเรื่องจิตสาธารณะ-ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เสร็จจากการทบทวนความรู้ข้างต้น ก็เป็นการสุ่มตัวอย่างให้บางกลุ่มออกมานำเสนอสำนวน คำพังเพย สุภาษิตว่าด้วยเรื่องจิตสาธารณะ-ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหน้าชั้นเรียนผ่านผังมโนทัศน์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อสรุปองค์ความรู้ว่าด้วยเรื่องดังกล่าว ผูกโยงกับวิถีความคิดความเชื่อของสังคมไทย ตลอดจนการถอดรหัสชีวิต (ตีความ) ผ่านวาทกรรม หรือสำนวน คำพังเพย สุภาษิต พร้อมๆ กับการเชื่อมโยงเข้าสู่ชีวิตและสังคมที่นิสิตกำลังเหยียบยืนอยู่

ซึ่งกระบวนการนี้ก็เรียกเสียงฮาในแบบ “บันเทิง-เริงปัญญา” ได้ดีเลยทีเดียว




: แบ่งกลุ่มโสเหล่ประเด็นโครงการในฝัน

กระบวนการถัดมาจะเป็นประเด็นหลักของการเรียนรู้ที่ผูกโยงต่อเนื่องจากเรื่อง “แนวคิดและหลักการเขียนโครงการเพื่อการพัฒนานิสิต” โดยหลักๆ แล้วจะให้นิสิตในแต่ละกลุ่มได้ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้” (Knowledge Sharing) ร่วมกันในประเด็นโครงการในฝัน หรือกิจกรรมในฝันที่แต่ละคนอยากจะทำ


กระบวนการดังกล่าวจะหนุนเสริมงานเดี่ยวที่นิสิตต้องฝึกเขียนโครงการฯ รวมถึงการเชื่อมโยงถึงโครงการฯ ที่กลุ่มต้องจัดทำขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเสมือนการเตรียมความพร้อมของการ “เขียนและทำโครงการ” จริงๆ นั่นเอง




ในทางกระบวนการจัดการเรียนรู้นั้น ทีมกระบวนกร ไม่พยายามที่จะบอก หรือเฉลยวัตถุประสงค์ของการสร้างการเรียนรู้อะไรอย่างเด่นชัดมากนัก เพียงเพราะต้องการให้นิสิตได้ออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น

  • จัดองค์ประกอบการเรียนของสถานที่และบรรยากาศ (Place)
  • บริการจัดการคน (People)
  • บริหารจัดการอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก (Infrastructure) เช่น อุปกรณ์ ตลอดจนการเรื่องเวลา-การพูด-การฟัง-การจดบันทึก-การนำเสนอ
  • ฯลฯ



รวมถึงการไม่บอกย้ำอย่างชัดเจนว่า โครงการ หรือกิจกรรมที่แต่ละคนอยากทำนั้น จะเป็นเรื่องภายในมหาวิทยาลัยฯ หรือภายนอกมหาวิทยาลัยฯ ก็ได้ เพราะอยากให้นิสิตได้มีเสรีภาพในการคิดฝันเป็นสำคัญ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมือนการ “ขายฝัน” หรือ “ชำระความฝัน” ของนิสิตในอีกมิติ รวมถึงการซ่อนนัยสำคัญของการให้นิสิตได้สำรวจสถานการณ์รอบตัว เพื่อผูกโยงมาสู่การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้คู่บริการ หรือการบริการสังคม


แน่นอนครับ-กระบวนการเช่นนี้ คือการส่งเสริมให้นิสิตได้เรียนรู้การเป็น "นักออกแบบการเรียนรู้" ไปในตัวแบบเนียนๆเสมือนการจัดการความรู้ (KM) แบบธรรมชาติๆ เป็นการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม และเป็นการละลายพฤติกรรมของนิสิตในกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง เพื่อวางรากฐานสู่การทำงานกลุ่ม/โครงการที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้




: สะท้อนโครงการในฝัน (กิจกรรมในฝัน)

เมื่อเสร็จสิ้นการกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทีมกระบวนกรให้แต่ละกลุ่มได้สะท้อนดอกผลของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่ม ซึ่งมีทั้งการนำเสนอผ่านผู้แทนภายในกลุ่ม และการนำเสนอผ่านการให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มได้อ่านพร้อมๆ กัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม หรือกระตุกให้เกิดการใส่ใจฟังร่วมกัน มิใช่ไม่สนใจใยดีต่อกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่กำลังฟังกลุ่มอื่นสะท้อน กระบวนกรก็จะให้กลุ่มที่เหลือได้ฝึกจับประเด็น วิเคราะห์ว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่เหมือน หรือซ้ำกันบ้าง โดยถึงคราวที่ตนเองต้องนำเสนอ ก็ให้นำเสนอแต่เฉพาะประเด็นที่ไม่ซ้ำกัน




: สรุปผลการเรียนรู้ผ่าน “ใบงาน”

ก่อนแยกย้ายกลับ ทีมกระบวนกรให้นิสิตแต่ละคนสรุปการเรียนรู้ประจำวันลงในใบงานตามหลัก “สุ-จิ-ปุ-ลิ” เหมือนเช่นทุกชั่วโมงของการเรียนรู้ จากนั้นจึงทวนซ้ำกระบวนการเรียนรู้เล็กๆ น้อยๆ พร้อมกับการทวนซ้ำการงานที่ต้องทำ ทั้งในระบบงานเดี่ยวและงานกลุ่ม รวมถึงการเน้นย้ำให้ศึกษาล่วงหน้าในประเด็น “การประเมินผลโครงการ” ที่จะต้องเรียนในชั่วโมงถัดไป



ครับ-นี่คือกระบวนการเรียนรู้ในแบบบันเทิงเริงปัญญาในชั้นเรียนตามสไตล์ของวิชาการพัฒนานิสิตที่ประกอบด้วยทักษะสำคัญๆ ที่นิสิตสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ในชีวิตและองค์กรได้อย่างไม่ต้องกังขา เช่น

  • ทักษะการทบทวนชีวิตทบความความรู้
  • ทักษะการเรียนรู้แบบกลุ่มทีม
  • ทักษะการศึกษาค้นความด้วยตนเอง
  • ทักษะการจัดระบบระเบียบความคิดและความรู้ร่วมกัน
  • ทักษะการเป็นนักออกแบบการเรียนรู้
  • ทักษะในการพูด (สุนทรียะสนทนา) ฟัง (ฟังแบบฝังลึก) นำเสนอ (นำเสนออย่างสร้างสรรค์)
  • ฯลฯ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เป็นโครงการที่ดีมากค่ะ ... การเรียนแบบนี้น่าสนใจนะคะ นศ.ได้ลงมือทำจริงนะคะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ครับ Dr. Ple

ก็ยังเป็นการทดลอง ทำไปเรียนรู้ไป ปรับแต่งอยู่ตลอดเวลาครับ
กระบวนการเรียนการสอนทำนองนี้ เรายึดแบบบันเทิงเริงปัญญา - เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ครับ