สวัสดีครับลูกศิษย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ชาว Blog
โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 2 ได้เข้ามาสู่ช่วงที 5 แล้ว ระหว่างวันที่27 - 29 พฤศจิกายน 2557
ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
...........................................................................
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้ของโครงการฯ
วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน2557
นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ เรื่อง "Search inside yourself"
Panel Discussion& Workshop
หัวข้อ "องค์กรแห่งความสุขที่ทรงประสิทธิภาพที่คณะแพทย์ฯ มอ."
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.สมโภชน์ นพคุณ
รศ.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต
รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
Panel Discussion
หัวข้อ เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทย์ศิริราชและกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทย์ มอ. ในอนาคต
โดย ศ.คลีนิกเกียรติคุณ ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร
หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2557
กิจกรรมรักษ์ใจ – รักษ์กาย (2)
จิตวิทยาการแก้ไขอาการ วิตก กังวล กลัว
รักษ์ใจ….ไม่เครียด ด้วยหัวเราะบำบัด
ฯลฯ
โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม
Learning Forum
หัวข้อ "ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์ฯ มอ."
โดย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา
วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2557
Learning Forum& Workshop
หัวข้อ "เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC 2015 และเศรษฐกิจไทย..ผลกระทบ การปรับตัว และกลยุทธ์ของคณะแพทย์ฯ มอ."
โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์







นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง "Search inside yourself" (Group Assignment 5)
วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2557
กลุ่ม 1
CHAPTER 8 : Being Effective and Loved at the Same Time
CHAPTER 9 : Three Easy Steps to World Peace
ผู้นำที่ดี ต้องเปลี่ยนจากคำว่า I เป็น We
สิ่งที่ได้จากการทำสมาธิ
1. สามารถมองเห็นความดีงานของตนเอง
2. มอบความดีงามให้ทุกคน
TONGLEN MEDITATION ใช้กับคนมีจิตใจกล้าหาญและเข้มแข็งพอ
SCARF model
1. Status
2. Certainly
3. Autonomy
4.Relatedness
5. Fairness
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ความดีเปลี่ยนชีวิตคนได้ใน 10 นาที
การสนทนาที่ยุงยาก มีวิธีการเตรียมดังนี้
Mindful E-Mailing การมีสติส่งผลต่อการสื่อสารทางอีเมล เรื่องแรกของการส่งอีเมลคือ โลกนี้มีที่เหมือนเราและไม่เหมือนเรา
บทที่ 9
1. Start with Me เริ่มที่ตัวเอง
2. Make Meditation a Field of Science
3. Align Meditation with Real Life การออกกำลังกาย
อ.จีระ: ผู้นำเสนอเป็นคนรุ่นใหม่ ประเด็นนำเสนอชัดเจนขอชมเชย หนังสือเล่มนี้ต่อเนื่องจาก How google works เนื่องจากคนเขียนเป็นชาวไต้หวัน
กลุ่ม 2
บทที่ 6
Making profits, rowing across oceans and changing the world
The art of self-motivation
ชนิดของแรงจูงใจ
1. Alignment: จัดลำดับงานตามความสำคัญและความปรารถนา
2. Envisioning: มองเห็นอนาคตที่ต้องการสำหรับตัวเอง
3. Resilience: ความสามารถในการเอาชนะอุปสรรค
Alignment
•Having Fun for a Living ต้องสนุกกับการใช้ชีวิต
• True of motivation
1. Autonomy การกระตุ้นให้เป็นตัวของตัวเอง
2. Mastery ความปรารถนาที่อยากทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
3. Purpose ความปรารถนาที่จะทำสิ่งที่ใหญ่กว่าเดิม
Envision
•Discover ideal future คิดไอเดียได้แล้ว
• Talk ideal future พูดออกมา
Resilience ผ่านอุปสรรคได้อย่างไร
•Inner calm สำรวจตัวเอง
• Emotional resilience: positive and negative
• Cognitive resilience: optimism
Learn optimism
1st step: awareness of negative experience bias
2nd: mindfulness
3rd transformation: success and failure เอาประสบการณ์มาคิดวิเคราะห์และเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
สรุป: เชื่อมโยงกับทฤษฎีทุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
•Human Capital ทุนมนุษย์
• Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
• Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
• Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
• Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
• Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
อ.จีระ: ระบบราชการเป็น Autonomy ยาก การไปสู่อิสระแล้วมีวัฒนธรรมองค์กรจะช่วยได้มาก
กลุ่ม 3
Search inside yourselfการค้นหาตัวคุณเอง 3 ขั้นตอน
1. ตั้งใจฝึกฝน
ความมุ่งมั่นเป็นพื้นฐานของความสามารถทางจิตและ การประจักษ์รู้ทางจิต
2. รู้จักตนเอง และรู้ความสามารถของตนเอง การฝึกฝนของคุณจะสร้างการรับรู้ในสายธาร
ของความคิด และคุณจะสามารถสังเกตกระบวนการของอารมณ์ได้อย่างแจ่มชัด
3. สร้างวินัยทางจิตให้มีประโยชน์ จินตนาการว่า เมื่อคุณพบใครก็ตาม คุณมีความคิดที่จะทำให้เขามีความสุข นิสัยนี้จะเปลี่ยนคุณ เพราะเกิดจากความจริงใจและความตั้งใจดีในระดับจิตใต้สำนึก และคุณได้สร้างความน่าเชื่อถือที่นำไปสู่ความร่วมมือในการสร้างผลงานที่สูงขึ้นในที่ทำงาน โดยนิสัยนี้สามารถฝึกฝนได้อย่างที่ต้องการ
องค์ประกอบของความฉลาดทางอารมณ์
1. การรู้ตัวเอง
2. ความเห็นอกเห็นใจ
3. แรงจูงใจ
4. ทักษะทางสังคม
5. การควบคุมอารมณ์
Cultivating Emotional Intelligence
•Train attention : ฝึกจดจ่ออยู่กับเรื่องราว/ เหตุการณ์เดียวในปัจจุบันขณะ
•Mindfulness meditation : การฝึกสติ การ เจริญสติ
ผลของการฝึกสติ
•ผลต่อจิตใจ
• ผลต่อสมอง
• ผลต่อสารเคมีในร่างกาย
ผลต่อจิตใจ
•การตระหนักรู้ ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น เบี่ยงเบนอารมณ์ไวขึ้น
• เห็นตามความเป็นจริง
• ยอมรับความเป็นจริงได้ง่ายขึ้น (ทุกสิ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ทำให้เกิดการปล่อยวาง)
•ผลต่อสมอง : คลื่นสมองเป็นระเบียบมากขึ้น
• ทำให้เกิดการผ่อนคลายได้มากขึ้น
• ทำให้มีความสามารถในการเรียนรู้ เพิ่มขึ้น
• ทำให้มีความสุขมากขึ้น
•ผลต่อสารเคมีในร่างกาย
–เมื่อจิตใจสงบลง สารเคมี "สารสุข" ก็จะหลั่งออกมา สารสุขเหล่านี้ได้แก่
•สารเอนโดฟีน ทำให้เกิดความสุขลึกซึ้ง
ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันดีขึ้น
•สารโดปามีน ทำให้มีความรู้สึกดีกับตัวเอง และมีความจำดีขึ้น
•สารซีโรโตนิน ทำให้มีความรู้สึกเป็นสุข
มีความหวัง รู้สึกว่าอนาคตมีทางออก เป็นต้น
การฝึกสมาธิ ใช้เวลาแค่ 2 นาที ก่อนนอน
อ.จีระ: กลุ่มนี้สรุปประเด็นชัดมาก ความจริงเรื่องสมาธิก็เป็นเรื่องของศาสนาพุทธ แต่คนคิดที่เป็นฝรั่งค้นพบและเป็นเรื่องราวใหญ่โต
กลุ่ม 4 Riding Your Emotions like a Horse
เมื่อเรามีสิ่งเร้ามากระตุ้น เกิดอารมณ์ความรู้สึกแย่ขึ้น เราจะสามารถจัดการกับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร
เพราะจิตของเราเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เมื่อเราเจ็บป่วยหากเรามีจิตที่ไม่สบายเราก็จะยิ่งทุกข์มากขึ้น จิตที่เป็นทุกข์ อารมณ์ที่ไม่ดี ก็เปรียบเสมือนกับสิ่งชั่วร้ายหรือปีศาจที่อยู่ในตัวเรา
เส้นทางแห่งความหนาวเย็นแห่งไซบีเรีย (SBNRR)
S = Stop (หยุด) หยุดจิตเราเมื่อเจอสิ่งเร้า
B= Breathe (ลมหายใจ) กำหนดรู้ลมหายใจ เพื่อผ่อนคลาย
N= Notice (ระลึก) ระลึกได้เพื่อการมีสติ
R= Reflect (สะท้อน) พิจารณาเพื่อความเข้าใจ อย่าพิพากษาตัดสินถูกผิด
R= Response (ตอบสนอง) สนองตอบในแง่บวก ไม่ว่าคิดหรือทำออกมา
แนวพุทธวิธี
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น สอดคล้องกับพุทธวิธีที่เราทราบกัน คือ
- สติ
- สมาธิ
- อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)
เมื่อเราเรียนรู้อารมณ์ รู้จักกับอารมณ์ รับมือกับอารมณ์ เราก็จะสามารถควบคุมอารมณ์ได้ เปรียบเสมือนกับการขี่ม้า เมื่อเรารู้จักม้าของเราดี และสามารถควบคุมมันได้ เราก็สามารถกำหนดทิศทางที่จะให้ม้าพาเราไปได้
อ.จีระ: ทุนทางจริยธรรมเหมือนกรอบควบคุมไม่ให้เราหลุดออกไป บทนี้เป็นบทที่ดีมาก คนที่มีคุณธรรม ต้องมีการควบคุมอารมณ์ได้ถึงจะเป็นใหญ่
กลุ่ม 5
บทที่ 4
Clarity เริ่มจากการเล่านิทาน เป็นนิทานอินเดีย ให้มองว่าภาพ ภาพต่างกันอย่างไร ประเด็นคือ หากเราปรับอารมณ์ได้ก็จะมองภาพได้ชัดเจนขึ้น
-Emotional awareness
-Accurate self-assessment
-Self-confidence
-A flagpole
-Body Scan
-Journaling
-My Emotions Are Not Me
เมื่อมีอารมณ์โกรธ ให้ออกมาจากอารมณ์นั้นโดยเร็ว
สรุป ถ้าเราเข้าใจตัวเองก็จะเปลี่ยนแปลงอารมณ์ตัวเองได้ เพื่อผลประโยชน์ขององค์กร
รศ.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต: ทั้ง 5 กลุ่ม มีความโดดเด่นที่สามารถสอดประสานได้เป็นอย่างดี ประเด็นที่ประสานมา พบว่ามีประเด็นว่าความสุข และความสุขของคนทำงานคืออะไร อ.จีระ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เป็นประสบการณ์ของคนเรา เราเอาพยายามเอาความสุข บวกกับสิ่งที่เราอยากให้เป็น ทางมีทุนทางอารมณ์ดี อ.จีระสรุปว่าถ้าเราเป็นนายของอารมณ์ทุกอย่างก็ไปได้ดี
แนวคิดของการทำงานเพื่อไปสู่ความสุข เป็นเรื่องสำคัญต้องติดตามให้ยั่งยืน ประสบการณ์ดี และประสบการณ์ที่ล้มเหลว ต้องคิดว่าประสบการณ์ที่ดีจะทำอย่างไรให้ยั่งยืน ส่วนประสบการณ์ที่ล้มเหลวจะลบมันออกไปได้อย่างไร อันไหนที่มีมากกว่าต้องบริหารจัดการ
ถ้าเราเอาใจเขามาใส่ใจเราตลอดเวลาก็จะเครียด ต้องมีการบริหารจัดการ
เทคนิคที่สามารถใช้ได้ คือ ต้องมีการรู้จักตนเอง ฉายภาพตนเองและอย่าเข้าข้างตัวเอง เราต้องมีการตั้งเป้า มีแรงจูงใจ และความมุ่งมั่น
ดร.สมโภชน์ นพคุณ: เราต้องหาตัวตนของเรา สิ่งที่สำคัญคือ Reflection เราย้อนมองกลับหาตัวเรา
หากมีความอดทน และพยายาม สิ่งที่ตามมาก็มีความสำเร็จ เพราะมีการปรับบริบท และปรับตัวเราเอง
สิ่งที่อ.จีระเน้นคือ Human capital และวันนี้การพัฒนาคนที่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่สำคัญ ทีกล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐคือ คนเราคือคน human being เป็นความตัวตนของคน ซึ่งคนมีลักษณะพิเศษ คือ เป็น Autonomy มีอิสระทางความคิด มีความเป็นคนเต็มคน แต่ Human resource เป็นการถูกจ้างทำงานตามสิ่งที่กำหนด
เวลามีความสุข เคมีในร่างกายเปลี่ยนให้มีความสดใส ต้องมีการสวดมนต์ เพื่อทำให้จิตใจสบาย
อ.จีระ: หลักของทุน คือมีการเสียการลงทุนก่อน
Panel Discussion& Workshop
หัวข้อ "องค์กรแห่งความสุขที่ทรงประสิทธิภาพที่คณะแพทย์ฯ มอ."
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.สมโภชน์ นพคุณ
รศ.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต
27 พฤศจิกายน 2557
รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต: ทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียนมาก
องค์กรแห่งความสุข มีองค์ประกอบ
การบริหารจัดการความสุข
มีการวัดจาก Happinometer เป็นเครื่องมือวัดความสุขด้วยตนเอง
ความสุข คืออะไร ประสบการณ์และความรู้สึกที่มนุษย์สามารถบริหารจัดการได้อย่างสม่ำเสมอตามความปรารถนาในภาพรวม จนเกิดได้จริง และทำให้บุคคลนั้นเกิดความยินดี และอิ่มเอมใจทั้งนี้ ต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ความสุขของคนทำงาน คือ จะวัดยากขึ้น เพราะมีทั้งเจ้านาย
HAPPINOMETER
มี 9 มิติ 56 ตัวชี้วัด
Happy Body สุขภาพดี มี 6 ตัวชี้วัด
Happy Relax ผ่อนคลายดี มี 5 ตัวชี้วัด
Happy Heart น้ำใจดี มี 9 ตัวชี้วัด
Happy Soul จิตวิญญาณดี มี 5 ตัวชี้วัด
Happy Family ครอบครัวดี มี 3 ตัวชี้วัด
Happy Society สังคมดี มี 6 ตัวชี้วัด
Happy Brain ใฝ่รู้ดี มี 3 ตัวชี้วัด
Happy Money สุขภาพเงินดี มี 4 ตัวชี้วัด
Happy Work Life การงานดี มี 15 ตัวชี้วัด
ข้อตกลงเบื้องต้น
ข้อสำคัญในการวัดความสุขระดับบุคคล
ดร.สมโภชน์ นพคุณ: การทำงานต้องมี Passion ในการทำงาน หากไม่มีก็จะทำงานแบบเสร็จไป เวลาทำงานทุกคนจะรู้แก่ใจว่าคิดอะไร รู้ดีว่าเราเป็นอย่างไร แต่บางครั้งไม่สามารถปรับตัวของเราได้
ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของ DNAในงานที่เราทำ เราจะทำงานอย่างเป็นสุข
ไม่มีความสุขใดเหมือนทำงานราชการ เพราะไม่มีเจ้าของ หากคิดได้แบบนี้ คือ การทำงานราชการ คือการทำบุญ
ถ้าทำให้งานราชการ มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีปรัชญาของชีวิต
เด็กสมัยก่อนที่จบ และเด็กสมัยใหม่ที่จบต่างกันมาก สมัยนี้การศึกษาไทยอยู่ลำดับที่ 8 ของอาเซียน รู้สึกผิดหวังกับจุดนี้มาก
การเปลี่ยนวิธีคิดสำคัญที่สุด
การลงทุนเรื่อง Managing change มีความสำคัญมาก แต่ทางราชการยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ
การทำงาน คือ การสร้างความสุขในชีวิต การทำงานต้องฉลาดขึ้น เพราะมีการเรียนรู้ในแต่ละวัน และงานต้องเป็นงานที่ท้าทาย จึงเป็นงานที่สนุก
ถ้าเรารักงานที่ทำ มีเป้าหมายในงานและชีวิต และทำให้เป็น DNA เดียวกัน จะทำให้มีความสุขในงาน
ศ.ดร.จีระ: ขอพูดเรื่องทุนมนุษย์กับทุนแห่งความสุขและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
การปลูก ทุนแห่งความสุข
โจทย์คือ อยากให้คนมอ.มีความสุข และมีความยั่งยืน
Human capital เป็นตัวหลัก
"จากการสำรวจของชาวอังกฤษพบว่าในปี 1957 คนมีความสุข 52% แต่ในปี 2005 คนมีความสุขเหลือแค่ 36%"
"สหภาพแรงงานของเยอรมันเคยทำงาน 35 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ แต่ปัจจุบันมีข้อเรียกร้องให้ลดชั่วโมงการทำงานเหลือ 32 ชั่วโมง"
"จากการวิจัยของ Prof. Layard บอกว่า Index ของความสุขใน 24 ชั่วโมง ต่ำที่สุดคือช่วงที่ทำงาน 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น"
ผมจะเน้นแค่ทุนทางความสุข เพื่อทำงานที่มีประสิทธิภาพของตัวเราเอง และองค์กรก่อนไม่ได้เน้นเรื่อง ครอบครัว หรือประเทศ แต่ก็จะเกี่ยวโยงกัน
การมีทุนแห่งความสุข เป็นจุดเริ่มต้น คือ จำเป็น แต่เป็นสิ่งที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับทุนอื่น ๆ เช่น มี Heart (Happiness) ต้องมี Head ปัญญา และต้องมี Execution ต้องทำให้สำเร็จ
คล้ายกับทฤษฎี Fact หรือ Feeling แต่การมี Happiness อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Strategy ต้องมี Data ด้วย จึงไปสู่ความสำเร็จ
การเรียนเรื่อง Happiness Capital ของเรา จึงถือว่า นำ เพราะ มหาวิทยาลัย Harvard เองเริ่มหลักสูตรนี้ เมื่อ 1998 ปัจจุบัน เด็ก Harvard ทั้งมหาวิทยาลัย กว่า 20 % ลงทะเบียนเรียน
ทฤษฎี 8K's ของผม Happiness Capital ได้มาจากตัวผมเองที่ทำงานมาก แต่ขาดความสุขในการทำงาน จนกระทั่งช่วง 10 ปีที่แล้วผมจึงได้ วิเคราะห์เรื่องทุนมนุษย์และทุนแห่งความสุขเป็นทุนที่สำคัญของทุกคน
1. สุขภาพทางร่างกายและจิตใจพร้อมไม่หักโหม(Healthy)
2. ชอบงานที่ทำ(Passion)
1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ(Exercise)
2.อย่าแบกงานที่หนักเกินไป
(Put down your burden)
3. ศักยภาพในการถ่ายทอดในงาน
(Communicate Effectively)
4. ทำงานในจุดแข็งของตัวเอง
(Recognize your strengths)
5. มุ่งมั่นในงาน(Keep Focus)
6. ทำในสิ่งที่อยากทำไม่ใช่เพราะต้องทำ
(Reduce the 'shoulds')
7ทำงานในองค์กรที่มองคุณค่าของคนและงานคล้าย ๆ กัน(Clarify your values)
8. อย่าทำงานเครียดและวิตกกังวล
(Overcome worry and stress)
9. บริหารภาระงานให้เหมาะกับตัวเอง
10.ใช้คำว่าขอบคุณกับลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน
11.สร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความสุขร่วมกัน(Create good environment)
Happiness Workers จำเป็นจะต้องอยู่ในบรรยากาศการบริหารจัดการให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุดดังนั้น ตัวละคร 3 กลุ่ม ต้องมีความสามารถและจะต้องทำงานร่วมกันกลุ่มแรก คือ CEO – ต้องเป็นคนที่มีความสุขด้วยไม่ใช่เป็น "Unhappy CEO" ก็คงไม่มีใครอยากทำงานด้วย แต่มี "Happy CEO" ก็ไม่พอต้องมี "Smart and Happy CEO" คือ รู้จักใช้ศักยภาพของเขาเหล่านั้นอย่างเต็มที่ เช่น มอบหมายงานที่เพิ่มความสุข (ท้าทาย)
MED PSU 2020: Case Studies & Learn – Share – Care Intensive Workshop (3)
: เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทย์ศิริราชและกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทย์ มอ. ในอนาคต
โดย ศ.คลีนิกเกียรติคุณ ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร
หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
27 พฤศจิกายน 2557
ศ.คลีนิกเกียรติคุณ ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์: ประสบการณ์ การบริหารคณะแพทย์ ในหลวงทรงมีพระราชกระแส ให้ตั้งใจทำงาน ต้องพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ ตั้งใจทำงาน จึงจะทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองในการทำงาน
- รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด
- รักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล
- กรรมการฝ่ายแพทย์ของสหพันธ์กีฬามหาวิทยาลัยโลก
ควรนั่งสมาธิให้ความคิดความอ่านดี
การออกนอกระบบ
โรงพยาบาลศิริราชเป็นโรงพยาบาลของแผ่นดิน
โรงพยาบาลเพื่อผู้ยากไร้
บุคลากรต้องมีความสุข
การพูด ต้องพูดความจริง พูดเป็นประโยชน์ เพื่อให้คนเชื่อถือ
ความเจริญของศิริราช
-วิสัยทัศน์, พันธกิจ ก้าวต่อเนื่อง
-ให้ความสำคัญทุกภาควิชาและหน่วยงานอย่างยุติธรรมเดินทางไปพร้อม ๆ กัน
-สร้างเครือข่ายวิจัยวิชาการ การศึกษา และบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
-คุณภาพความเป็นสากลและเทคโนโลยี
ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
-ดูแลตนเองได้ โดยเฉพาะด้านจิตใจ
- ดูแลพระสงฆ์
- ดำเนินการกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
คุณภาพทางวิชาการ
สร้างกลไกที่จะสนับสนุนงานวิจัยอย่างจริงจัง
- ศูนย์วิจัย
- อาจารย์นักวิจัย (Ph.D) ตามภาควิชาต่างๆ
- ผู้ช่วยงานวิจัยของอาจารย์
ต้องสนับสนุนให้เกิดการวิจัยเชิงพาณิชย์
คุณภาพความเป็นสากล
- พร้อมสำหรับการแข่งขัน หลักสูตรนานาชาติ ลงนามสัญญาระหว่างประเทศ
- ไม่ละทิ้งแนวคิดหรือค่านิยมที่ดีของไทย
- การพัฒนาโครงการนานาชาติ (International Program)
- ต้องมีการควบคุมและประเมินคุณภาพ HA, JCIA, TQA
- Medical Hub บริการชาวต่างชาติ ( โดยไม่มี double standard สำหรับคนไทย )
เทคโนโลยีเพื่อคุณภาพการศึกษา
-ปัจจัยที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันคือ เทคโนโลยี
- เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มีราคาแพง ล้าสมัยเร็ว และต้องการ
- การฝึกฝนหรือประสบการณ์ จึงต้องมีการวางแผนระยะยาวที่ดี
- สนับสนุนด้านงบประมาณ กำลังคน
กิจการนักศึกษาที่มีคุณภาพ
- สร้างโอกาสหลากหลายให้มีนักศึกษาในการร่วมกิจกรรมต่างๆ
v ทั้งภายในและนอกประเทศ
v ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในนักศึกษาแพทย์อย่างจริงจัง
- สร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักศึกษาใกล้ชิด
- มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นเหตุที่จะทำให้นักศึกษาแพทย์ได้รับการถ่ายทอดทั้งความรู้และคุณธรรม
- กระจายความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาส
คุณภาพชีวิต
-บริหารจัดการให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดี
- สร้างเสริมสุขภาพทุกๆ ด้าน
- Fast Track (ระวังการร้องเรียน)
- ไม่สร้าง pressure ให้บุคคลากรโดยเฉพาะการประเมิน
คุณภาพบุคลากร
-ข้าราชการและลูกจ้างเป็นผู้มีคุณภาพ และมีคุณธรรม มีจิตสำนึกในการทำงาน และให้บริการ
- การดำเนินการใดๆ ที่เป็นนโยบายหลัก จะต้องมีการอธิบายให้ข้อมูลข่าวสาร และรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการ และลูกจ้างด้วย
-ให้ความสำคัญในการฝึกอบรมและพัฒนาคน (ใฝ่รู้ สู้สิ่งยาก)
-มีสภาพการทำงานที่เหมาะสม ระบุหน้าที่และสายงานการบังคับบัญชาที่ชัดเจน ข้าราชการ ลูกจ้างต้องไม่มีภาระงานจนเกินไป ให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น มีระบบค่าตอบแทนที่เหมาะสมและเที่ยงธรรม
-งานประกันคุณภาพต้องนำผลการประเมินไปในทางสร้างสรรค์ไม่ใช่การจับผิด
เรื่องเครือข่ายมีความสำคัญ นอกจากจะช่วยพัฒนาก็จะช่วยสร้างประโยชน์ซึ่งกันและกัน
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
เป็นสถาบันแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุด (122 ปี)
มีขนาดที่ใหญ่
- บุคลากร 13,696 คน (50 % ปฏิบัติงานด้านคลินิก)
- โรงพยาบาล 2,198 เตียง : ให้บริการ
ผู้ป่วยนอก >2.5 ล้านคน/ปี
ผู้ป่วยใน 8 หมื่นคน/ปี
- นักศึกษา ผู้ฝึกอบรม (3,600 คน/ปี)
มีพันธกิจหลัก 3 ด้าน : การศึกษา วิจัย และบริการสุขภาพ & วิชาการ (คุณธรรม จริยธรรม + ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม)
รักษาคนไข้ด้วยมาตรฐานเดียวกัน
ความท้าทายในการขับเคลื่อน
ความท้าทายภายใน
•การสนับสนุน & สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พัฒนาต่อเนื่อง อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน
•การประสานพลังความต่าง และ
พันธกิจหลักให้เกิดคุณค่าแก่ทุกฝ่าย
•การขยายบริการให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างเหมาะสม
•การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม คุ้มค่า
ความท้าทายภายนอก
ปริมาณผู้ป่วยที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้น
ความคาดหวัง & ความต้องการ
ของสังคมที่สูงขึ้น
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ กฎหมาย อย่างรวดเร็ว
ศักยภาพ & ความสามารถของสถาบันอื่นๆที่สูงขึ้น
ความรู้ & เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การตรวจประเมินจากองค์กรภายนอก
สิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่สุด คือ การบริหารและพัฒนาคน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของคณะฯ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และเหมาะสม
กลยุทธ์ในการขับเคลื่อน
•กำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินการ ร่วมกัน
•สนับสนุนทรัพยากรอย่างเหมาะสม คุ้มค่า
•สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม
•เพิ่มศักยภาพบุคลากร
•ต่อยอด & สร้างสรรค์คุณค่าในงานที่ทำ
•สร้างสมดุล
•เชิดชู ยกย่อง คนดี & คนเก่ง เป็นทีม
การเพิ่มศักยภาพบุคลากร
มุ่งเน้นการพัฒนาคน ให้มี
• วัฒนธรรมคุณภาพ
• วัฒนธรรมการเรียนรู้
โครงการโรงพยาบาลต้นแบบด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร: โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปรียบเป็นมวยวัด ทำงานนอกกรอบ
กว่าจะมาถึงวันนี้ อภัยภูเบศรนั้นมีที่มาในการพัฒนาสมุนไพรไทย จากเภสัชกรผู้หนึ่งนาม สุภาภรณ์ ปิติพร ซึ่งจบการศึกษาและมารับราชการที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เป็นผู้ที่มีความสนใจในการใช้สมุนไพร และได้ทำการฝึกอบรมและให้ความรู้ด้านสมุนไพรแก่ประชาชนตามนโยบายสาธารณสุขมูลฐาน ครั้งหนึ่งเมื่อได้มีโอกาสได้ติดตามออกไปสำรวจสมุนไพรในป่า กับหมอยาพื้นบ้าน นามพ่อประกาศ ใจทัศน์ ทำให้ตระหนักว่าความรู้เรื่องสมุนไพรที่ตนเองเรียนมานั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับความรู้ที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่น และขอเป็นลูกศิษย์ของพ่อประกาศ จากการเดินป่าและได้เรียนรู้จากหมอยาต่าง ๆ จึงพบว่าในป่ามีพืชสมุนไพรมากมายที่สามารถใช้เป็นยา อาหาร เครื่องสำอางต่าง ๆ ได้
งานวิจัยของรพ.อภัยภูเบศร์ มีการใฝ่ฝันสร้างยาแทนการนำเข้า บ้านเรานำเข้ายาและสารเคมีจำนวนมหาศาล จึงคิดว่าควรพึ่งตัวเอง และเก็บเงินไว้ใช้ด้วย
ตัวแรก คือ เด็กเป็นโรคปากเปื่อย หรือ เริม รพ.อภัยภูเบศร์จึงทดลองใช้ยา เป็นยาที่อยู่ในบัญชียาทีใช้ในการพัฒนา
ยาทาแผลฆ่าเชื้อจากเปลือกมังคุด ได้รับรางวัลจากการแพทย์
ได้รับโจทย์จากกระทรวงเนื้อจากต้องช่วยเหลือชาวบ้านจากระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้ชาวบ้านช่วยเหลือตนเองได้ มีการสอนเรื่องการทำยาแก้ไอสด ยาทาแผลสด เพื่อให้นำภูมิปัญญาดั่งเดิมมาใช้ในปัจจุบัน
จากการที่มีการพัฒนาเรื่องสมุนไพร ของชาวบ้านทำให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว และเป็นที่ดูงานของทั้งในและต่างประเทศ
หลังจากงานสมุนไพรก็เริ่มทำงานเพื่อชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน โดยการให้ความรู้ และสั่งสมองค์ความรู้ที่ได้จากหมอยาและหมอนวดพื้นบ้าน
โครงการเด็กกตัญญูรู้คุณพ่อแม่
ปี 2547 ตั้งวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย ร่วมกับม.บูรพา
รพ.อภัยภูเบศร์ Day Spa เป็นห้องรับแขกแพทย์แผนไทยในอาเซียน เพื่อทำเป็นสปา ตั้งใจทำเป็นโรงเรียน ให้ความรู้เรื่องธาตุ ควรรับประทานอาหาร และมีวิธีการนวดให้คนที่รูปร่างต่างกัน
ที่รพ.มีสวนสมุนไพร เป็นองค์กรที่มีจิตวิญญาณทำเพื่อเด็กและสังคม
Vision คือ จะเป็นเลิศในอาเซียน
หัวใจสำคัญ คือ การสร้างคน พัฒนาคนและทัศนคติของคน
ปรัชญาของอภัยภูเบศร์ ดูแลเพื่อนมนุษย์ สิ่งแวดล้อม เวลาทำอะไรไม่เคยสำรวจตลาด เพราะเลือกสิ่งที่ดีมีประโยชน์
อย่าหยุดจะเรียนรู้
อย่าหยุดจะช่วยคน
ศ.คลีนิกเกียรติคุณ ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์: พรบ.การแพทย์ มีการฟ้องแพทย์มาก มีความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน
กำหนดจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพคณะประจำปี SAEHI ปี 2551-53
1.ความปลอดภัย : การป้องกันหรือลดความเสี่ยง (Safety by prevention or reduction the risk)
2. การพัฒนางานสู่ความเป็นเลิศ (Area of excellence)
3. การสร้างเสริมสุขภาพ (Health promotion)
4. การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective communication)
5. การเพิ่มความพึงพอใจในการใช้บริการ (Increase customer satisfaction)
ศิริราชจึงต้องประหยัด
•หารายได้เพิ่มขึ้น
–รณรงค์หารายได้
–การดูแลผู้ป่วยในต้องมีประสิทธิภาพ โดยลดวันนอน หมุนเวียนคนไข้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบ discharge planning และ utilization management
–ศูนย์ประชุมศิริราชเพื่อหารายได้การฝึกอบรมวิชาการ
–โครงการวิจัยเชิงพาณิชย์
•ลดค่าใช้จ่าย
–การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
–โครงการโรงพยาบาลต้นแบบในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Lean, Green and Clean Hospital)
ความผิดพลาดจากการบริการ คือ การมองจากประโยชน์ตนไปหาบุคคลอื่น
ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ
•ศึกษาข้อมูลเบื้อต้น
•ค้นคว้าเพิ่มเติม
•ใช้แผนที่ประกอบ
•สอบถามบุคคลต่างๆทุกระดับ
•หาข้อมูลจากสถานที่จริง
ศ.ดร.จีระ: 3 ปีข้างหน้ามองอนาคตเมืองไทยอย่างไร มี Wisdom อะไรบ้าง
ศ.คลีนิกเกียรติคุณ ธีรวัฒน์: เรื่องระดับชาติ เมืองไทยต้องเน้นเรื่องการพัฒนาคน การศึกษา การวิจัย คุณธรรม จริยธรรม การพัฒนาคนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ
หัวข้อ "Business Alignment Strategy"
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.สมโภชน์ นพคุณ
27 พฤศจิกายน 2557
การวางแผนกลยุทธ์
การดำเนินการกำหนด เป้าหมาย ทิศทาง และแนวทางปฏิบัติกว้าง ๆ
เพื่อผลักดันและนำพา คน-กลุ่มคน-องค์การ ภายใต้สภาวการณ์ ปัจจุบันและที่คาดหวังจะเกิดขึ้น (Opportunity & threat) ด้วยศักยภาพ-ความสามารถ-จุดอ่อนของตนเองที่มีอยู่ ให้มีผลการปฏิบัติงานสูงขึ้น และเป็นไปได้ที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ (เป้าหมาย-ทิศทาง) ที่ต้องการ (คาดหวัง) นำไปสู่การสร้างความเติบโตและแข็งกล้าของคน-กลุ่มคน-องค์การ"
การวางแผนเพื่อเพิ่มผลการปฏิบัติงานขององค์กร
ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน
(เส้นทางเดินขององค์กรสู่อนาคต)
•ต้องรู้ วิธี
- คิดเชิงกลยุทธ์ - การตัดสินใจ
- การวางแผนเชิงกลยุทธ์
- การวางแผนปฏิบัติการ
- การบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนองค์กร
- การใช้ แรงผลักดัน เพื่อขับเคลื่อน
- การลด/ขจัด แรงต้าน เพื่อลดแรงเสียดทานในการ
ขับเคลื่อนองค์การ
- พัฒนาสมรรถนะของผู้นำ/ผู้บริหารเพื่อการเปลี่ยนแปลง
- การคิดวิเคราะห์การแก้ปัญหาขององค์กร
- การเสริมสร้าง Capacity ขององค์การ เป็นต้น
กระบวนการจัดการเชิงยุทธศาสตร์
ประเมินสถานการณ์
•สำรวจตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายใน และภายนอกองค์กร
•ประเมินจุดแข็งจุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม (SWOT)
•กำหนดสมรรถนะหลัก (Core Competency) ขององค์กรที่มีเหนือกว่าผู้อื่น
•กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic Issues)
พัฒนากำหนดยุทธศาสตร์
•ทบทวน/ปรับปรุง วิสัยทัศน์ - พันธกิจขององค์กร
•กำหนดเป้าประสงค์ยุทธศาสตร์ (Strategic Objectives)
•กำหนดโครงการ แผนงานที่จะต้องปฏิบัติ (ทำแผนปฏิบัติการ)
•จัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอ
กลุ่มคนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่ม 1
1. Happiness Capital ในระดับบุคคลของคณะแพทย์ฯ ควรจะมี
1.1) คุณลักษณะ หรือ ปัจจัยหลักคืออะไร
ลองเปรียบเทียบกับ กฎ 11 ข้อของ ดร.จีระว่าเห็นด้วยหรือจะเพิ่มเติม
อย่างไร?
1.2) จุดอ่อน คือ อะไร? การทำงานเลยเวลา
1.3) จุดแข็ง คือ อะไร? สู้งาน ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
1.4) ผู้นำจะต้องพัฒนาทุนแห่งความสุขให้เพิ่มขึ้นอย่างไร? วางคนให้ถูกกับงาน
มียุทธวิธีอย่างไร?
1.5) ทุนแห่งความสุขจะไปสู่ความสำเร็จขององค์กรได้อย่างไร?
1.6) ให้คะแนน 0 – 10 ทุนแห่งความสุขของคณะแพทย์ฯ อยู่ที่เท่าไหร่
(ค่าเฉลี่ยต่อกลุ่ม) 7.99
2. ทีมที่สามารถผนึกกำลังกัน (Synergy) มีองค์ประกอบที่สำคัญอะไร อย่างไร และเงื่อนไขความสำเร็จของการสร้าง/พัฒนา High Performance Team คือ อะไร? อย่างไร?
มีความไว้วางใจซึงกันและกัน มีการทำงานเป็นทีม
3. พฤติกรรมของคนเราแต่ละคน (ในฐานะสมาชิกทีม) ที่เป็นอยู่ และที่ควรจะเป็น เพื่อสร้าง High Performance Team/Organization เป็นอะไร อย่างไร? และเราจะมีแนวทางพัฒนา – ปรับตนเอง อย่างไร ถ้าจะให้เป็นคนที่มีคุณค่าต่อองค์กรที่มีสมรรถนะสูง
ทำงานตามหน้าที่ เป้าหมายไม่เป็นไปในทางเดียวกัน ทำให้มีแนวทางในการพัฒนา คือ ต้องได้รับโอกาส ผู้นำต้องรับฟัง และต้องพัฒนาการสื่อสาร ปรับ Mindset การพัฒนา ทำงานสร้างเครือข่าย
กลุ่ม 2
1. Happiness Capital ในระดับบุคคลของคณะแพทย์ฯ ควรจะมี
1.1) คุณลักษณะ หรือ ปัจจัยหลักคืออะไร
ลองเปรียบเทียบกับ กฎ 11 ข้อของ ดร.จีระว่าเห็นด้วยหรือจะเพิ่มเติม
อย่างไร?
เห็นด้วยทุกข้อ
1.2) จุดอ่อน คือ อะไร? การไม่มีจุดสมดุลในการทำงาน
1.3) จุดแข็ง คือ อะไร? การทุ่มเทกาทำงานเป็นทีม
1.4) ผู้นำจะต้องพัฒนาทุนแห่งความสุขให้เพิ่มขึ้นอย่างไร?
มียุทธวิธีอย่างไร? การส้รางบรรยากาศการทำงาน
1.5) ทุนแห่งความสุขจะไปสู่ความสำเร็จขององค์กรได้อย่างไร? เกิดความผูกพันนองค์กร
1.6) ให้คะแนน 0 – 10 ทุนแห่งความสุขของคณะแพทย์ฯ อยู่ที่เท่าไหร่
(ค่าเฉลี่ยต่อกลุ่ม) ให้คะแนน 4
2. ทีมที่สามารถผนึกกำลังกัน (Synergy) มีองค์ประกอบที่สำคัญอะไร อย่างไร และเงื่อนไข ความสำเร็จของการสร้าง/พัฒนา High Performance Team คือ อะไร? อย่างไร?
เห็นด้วยทั้ง 4 ข้อ ต้องแชร์วิสัยทัศน์ และกลยุทธ์
3. พฤติกรรมของคนเราแต่ละคน (ในฐานะสมาชิกทีม) ที่เป็นอยู่ และที่ควรจะเป็น เพื่อสร้าง High Performance Team/Organization เป็นอะไร อย่างไร? และเราจะมีแนวทางพัฒนา – ปรับตนเอง อย่างไร ถ้าจะให้เป็นคนที่มีคุณค่าต่อองค์กรที่มีสมรรถนะสูง
ตั้งใจทำงาน อ่อนน้อมถ่อมตน สร้างสมดุล work life balance
กลุ่ม 3
1. Happiness Capital ในระดับบุคคลของคณะแพทย์ฯ ควรจะมี
1.1) คุณลักษณะ หรือ ปัจจัยหลักคืออะไร
ลองเปรียบเทียบกับ กฎ 11 ข้อของ ดร.จีระว่าเห็นด้วยหรือจะเพิ่มเติม
อย่างไร?
เห็นด้วยทุกข้อ แต่ต้องรู้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไร ต้องมีการตรวจสุขภาพประจำปี
1.2) จุดอ่อน คือ อะไร? ภาระงานมากเกินไป รู้สึกท้อถอยในการทำงาน โอกาสเกิดงานท้าทายน้อย
1.3) จุดแข็ง คือ อะไร? ถือประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
1.4) ผู้นำจะต้องพัฒนาทุนแห่งความสุขให้เพิ่มขึ้นอย่างไร?
มียุทธวิธีอย่างไร? มีการสื่อสารไม่ทั่วองค์กร ต้องมีการสื่อสารหลายวิธี
1.5) ทุนแห่งความสุขจะไปสู่ความสำเร็จขององค์กรได้อย่างไร? ลดความขัดแย้งในองค์กร การเพิ่มศักยภาพของคน ผู้นำไม่บ้าอำนาจ
1.6) ให้คะแนน 0 – 10 ทุนแห่งความสุขของคณะแพทย์ฯ อยู่ที่เท่าไหร่
(ค่าเฉลี่ยต่อกลุ่ม) 6.8
2. ทีมที่สามารถผนึกกำลังกัน (Synergy) มีองค์ประกอบที่สำคัญอะไร อย่างไร และเงื่อนไขความสำเร็จของการสร้าง/พัฒนา High Performance Team คือ อะไร? อย่างไร?
การมีอิสระในการคิด การทำงาน การมีteamwork มีวิสัยทัศน์ มีกลยุทธ์
3. พฤติกรรมของคนเราแต่ละคน (ในฐานะสมาชิกทีม) ที่เป็นอยู่ และที่ควรจะเป็น เพื่อสร้าง High Performance Team/Organization เป็นอะไร อย่างไร? และเราจะมีแนวทางพัฒนา – ปรับตนเอง อย่างไร ถ้าจะให้เป็นคนที่มีคุณค่าต่อองค์กรที่มีสมรรถนะสูง
ไว้วางใจ เปิดใจกว้างรับฟังกัน ความเข้าใจ ตระหนัก ไม่เอาเปรียบ ร่วมมือร่วมใจกัน
กลุ่ม 4
1. Happiness Capital ในระดับบุคคลของคณะแพทย์ฯ ควรจะมี
1.1) คุณลักษณะ หรือ ปัจจัยหลักคืออะไร
ลองเปรียบเทียบกับ กฎ 11 ข้อของ ดร.จีระว่าเห็นด้วยหรือจะเพิ่มเติม
อย่างไร?
- ต้องมีเป้าหมายร่วมกัน
- มุ่งมั่นในงาน
- เรียนรู้ตลอดเวลา
1.2) จุดอ่อน คือ อะไร?
- งานมากกว่าคน
1.3) จุดแข็ง คือ อะไร? รักในองค์กร รักงาน
1.4) ผู้นำจะต้องพัฒนาทุนแห่งความสุขให้เพิ่มขึ้นอย่างไร?
ต้องมี Vision and share
1.5) ทุนแห่งความสุขจะไปสู่ความสำเร็จขององค์กรได้อย่างไร?
หากมีความสุข ก็มีความคิดสร้างสรรค์
1.6) ให้คะแนน 0 – 10 ทุนแห่งความสุขของคณะแพทย์ฯ อยู่ที่เท่าไหร่
(ค่าเฉลี่ยต่อกลุ่ม) คะแนนเฉลี่ย 7.5
2. ทีมที่สามารถผนึกกำลังกัน (Synergy) มีองค์ประกอบที่สำคัญอะไร อย่างไร และเงื่อนไขความสำเร็จของการสร้าง/พัฒนา High Performance Team คือ อะไร? อย่างไร?
มีทีมงาน มีเป้าหมาย มีอิสระในการทำงาน มี trust ใจเปิดกว้างรับฟังความเห็นผู้อื่น
3. พฤติกรรมของคนเราแต่ละคน (ในฐานะสมาชิกทีม) ที่เป็นอยู่ และที่ควรจะเป็น เพื่อสร้าง High Performance Team/Organization เป็นอะไร อย่างไร? และเราจะมีแนวทางพัฒนา – ปรับตนเอง อย่างไร ถ้าจะให้เป็นคนที่มีคุณค่าต่อองค์กรที่มีสมรรถนะสูง
ต้องปรับ Mindset ของตัวเอง ตั้งใจดี ลืมอดีต มุ่งอนาคต
กลุ่ม 5
1. Happiness Capital ในระดับบุคคลของคณะแพทย์ฯ ควรจะมี
1.1) คุณลักษณะ หรือ ปัจจัยหลักคืออะไร
ลองเปรียบเทียบกับ กฎ 11 ข้อของ ดร.จีระว่าเห็นด้วยหรือจะเพิ่มเติม
อย่างไร?
เห็นด้วย แต่เน้นในข้อการรู้เป้าหมายงาน รู้ความหมายงาน
1.2) จุดอ่อน คือ อะไร? มี EGO สูง
1.3) จุดแข็ง คือ อะไร? มีความมุ่งมั่นในการทำงาน
1.4) ผู้นำจะต้องพัฒนาทุนแห่งความสุขให้เพิ่มขึ้นอย่างไร?
มียุทธวิธีอย่างไร? มีความเป็นตัวของตัวเอง
1.5) ทุนแห่งความสุขจะไปสู่ความสำเร็จขององค์กรได้อย่างไร? ทุ่มเทในการทำงานมากขึ้น
1.6) ให้คะแนน 0 – 10 ทุนแห่งความสุขของคณะแพทย์ฯ อยู่ที่เท่าไหร่
(ค่าเฉลี่ยต่อกลุ่ม) 6 คะแนน
2. ทีมที่สามารถผนึกกำลังกัน (Synergy) มีองค์ประกอบที่สำคัญอะไร อย่างไร และเงื่อนไขความสำเร็จของการสร้าง/พัฒนา High Performance Team คือ อะไร? อย่างไร?
มีการแชร์ความคิด มีความเชื่อมั่น
3. พฤติกรรมของคนเราแต่ละคน (ในฐานะสมาชิกทีม) ที่เป็นอยู่ และที่ควรจะเป็น เพื่อสร้าง High Performance Team/Organization เป็นอะไร อย่างไร? และเราจะมีแนวทางพัฒนา – ปรับตนเอง อย่างไร ถ้าจะให้เป็นคนที่มีคุณค่าต่อองค์กรที่มีสมรรถนะสูง
ทุกคนในองค์กรต้องร่วมมือ และเปิดใจกว้าง ยึดมั่นในค่านิยมขององค์กร
เส้นทางแห่งความหนาวเย็นแห่งไซบีเรีย
(SBNRR: Siberian North Rail road)
S = Stop (หยุด) หยุดจิตเราเมื่อเจอสิ่งเร้า
B= Breathe (ลมหายใจ) กำหนดรู้ลมหายใจ เพื่อผ่อนคลาย
N= Notice (ระลึก) ระลึกได้เพื่อการมีสติ
R= Reflect (สะท้อน) พิจารณาเพื่อความเข้าใจ อย่าพิพากษาตัดสินถูกผิด
R= Response (ตอบสนอง) สนองตอบในแง่บวก ไม่ว่าคิดหรือทำออกมา
1.ชอบเรื่องราวในมิติทางจิตวิญญาน ที่แต่ละกลุ่มถ่ายทอด
2.รับฟัง กรณีศึกษา จาก ศิริราชและอภัยภูเบศวร น่าสนใจมาก
3.ชอบคำกล่าว ""งานที่ท่านทำไม่ใช่ภาระ
แต่เป็นหน้าที่ ที่ทำให้ท่านมีความสุข"
ดร.สมโภชน์ นพคุณ
สรุปบทเรียนวันที่ 27 พฤศจิกายน 2557
1. ผู้นำที่ดี ต้องเปลี่ยนจากคำว่า I เป็น We
2. การทำสมาธิอย่างง่ายๆ คือ การฝึกความสนใจ
3. Happiness ต้องมาจาก pleasure passion และ purpose
4. painful experience ทุกคนต้องเจอ พยายามอย่าปล่อยให้เป็นแผลเป็น ต้อง
ปล่อยวางอย่าปล่อยให้เป็นอุปสรรค
5. work life balance ต้องบริหารจัดการเวลา เอางานมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
6. การพัฒนาคน เพื่อความยั่งยืน ต้องพัฒนาในด้าน
- IQ ความรู้ ความสามารถ
- EQ การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น
- PQ สุขภาพ ความแข็งแรงของร่างกาย
- SQ จิตวิญญาณ การมีคุณธรรม จริยธรรม
7. เป็นหัวหน้าอย่าสร้าง pressure ให้ลูกน้อง
8. พุทธวจนะ ประกอบด้วย การพูดความจริง พูดในสิ่งที่มีประโยชน์ ถูกกาลเวลา ด้วยความเมตตาและอ่อนหวาน
9. พระราชดำรัสของในหลวง ที่ต้องยึดถือไว้ คือ การอ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับบเรียนในวันนี้ค่ะ คนเราส่วนใหญ่ใช้เวลากับการทำงานมากกว่าครึ่งของเวลาในแต่ละวัน การมีความสุขในการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ ความมั่นคงทางจิตใจและรู้บทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคคล เพื่อนร่วมงาน และหัวหน้าสัมพันธ์กัน ถ้าทุกคนทราบแนวทาง หน้าที่ และการแสดงออกในทางบวก คำนึงถึงประโยชน์ กาละเทศะ และเมตตา จะทำให้สิ่งแวดล้อมในการทำงานสมบูรณ์และส่งผลถึงองค์กรที่ดี
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ เวลาในการทำงานของแต่ละคนจะมากกว่าเวลาที่อยู่บ้าน ดังนั้นการมีความสุขในการทำงาน ที่ทำงานเป็นองค์กรแห่งความสุขที่ทรงประสิทธืภาพ จึงเป็นสิ่งทีสำคัญมาก เมื่อบุคลากรมีความสุข ส่งผลดีต่อองค์กร ก็จะเป็นโจทย์ให้ผู้บริหารองค์กร ผู้ทีจะเป็นผู้บริหารในอนาคตตระหนักถึง ความสุขของบุคลากร
วันแรกของช่วงที่ 5 จากหนังสือค้นหาตนเองที่พวกเราช่วยกันแปลและนำมาปะติดปะต่อกันจนได้ภาพที่ชัดเจนจนทำให้พวกเราได้องค์ความรู้ในการที่จะทำให้ตนเองประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิต จากหนังสือฉบับนี้พวกเราได้เรียนรู้ว่า สติเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญที่เราพึงมีไว้กับตัวให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนง่ายที่จะทำ แต่มันกลับยากมากหากไม่ได้มีการฝึกฝน นั่นคือการเปลี่ยนมุมมองในชีวิตให้เป็นบวก การมองแบบบวกๆและการตอบสนองด้านบวกทำให้เรามีความสุขในการทำงาน การคิดพิจารณาไตร่ตรองและสำรวจตนเองก็เป็นวิธีที่แนะนำในการเรียนรู้ตนเองเช่นกัน ซึ่งเกี่ยวเนื่องไปถึงการจัดการอารมณ์ที่เมื่อสามารถควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ เรื่องอื่นก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดการ และหลายคนที่เก่ง ฉลาดมีความสามารถแต่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ก็ไปไม่ถึงเป้าหมาย นั่นเป็นเพราะคนที่องค์กรต้องการและเป็นที่ยอมรับต้องมีสิ่งเหล่านี้ คือ
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557
การวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ Search Inside Yourself
เป็นหนังสือที่ Google นำมาใช้ในการพัฒนาพนักงานเพื่อให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข เป็นความสุขที่มาจากข้างใน ซึ่งการฝึกให้มีความสุขจากข้างในจะต้องมีความชอบหรือหลงใหลในงานของตัวเอง มีความชอบความพอใจและก็ต้องมีเป้าหมายและรู้ความหมายของงานที่ทำ นอกจากนี้เราจะต้องมีความสมดุลแห่งชีวิตโดยการนำเอาการทำสมาธิเข้ามาฝึกร่วมกับมีความฉลาดทางอารมณ์ รู้เท่าทันอารมณ์และการจัดการอารมณ์ของตนเอง รู้วิธีในการรับมือกับอารมณ์หรือความทุกข์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ ตลอดจนการรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง การมีอิสระ การเป็นตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี่เราสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตของเราได้ เมื่อเรามีทุนแห่งความสุขร่วมกับทุนทางอารมณ์และทุนทางจริยธรรมแล้วก็จะส่งผลทำให้เราพัฒนาไปสู่ 3V ได้
Panel Discussion & Workshop หัวข้อ "องค์กรแห่งความสุขที่ทรงประสิทธิภาพที่คณะแพทย์ มอ."
ได้เรียนรู้ว่า หัวใจของวัฒนธรรมองค์กรที่มีความสุข คือ Work-life Balance ซึ่งจะต้องมีความสุขในระดับบุคคลก่อน คือ จะต้องมีสุขภาพที่ดี ผ่อนคลายดี น้ำใจดี วิญญาณดี ใฝ่รู้ดีและสุขภาพจิตดี ความสุขในระดับครอบครัวและสังคมก็จะต้องดี ซึ่งจะนำไปสู่ความสุขในระดับองค์กรได้
การทำงานคือการสร้างความสุขให้กับชีวิต ต้องให้การทำงานอยู่ใน DNA ของเรา ต้องฉลาดขึ้นทุกวัน จะทำให้เราทำงานอย่างมีความสุขและสนุกกับการทำงาน
Case studies & Learn-Share-Care Intensive Workshop : เรียนรู้กรณีศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชและกรณีศึกษาของ ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่าให้กับงานของคณะพทย์ มอ.ในอนาคต
พระราชกระแสของในหลวง : ให้เป็นนักเรียนใหม่ ตั้งใจทำงาน พัฒนาตนเองตลอดเวลา
ผู้นำที่ดีต้องไม่สร้างความกดดันให้กับลูกน้อง บุคลากรต้องมีความสุข จะต้องมีการพูดแบบพุทธวจน คือ ต้องพูดความจริง ต้องเป็นประโยชน์ ถูกกาลเทศะ มีความเมตตา และพูดไพเราะอ่อนหวาน ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต คุณภาพบุคลากร คุณภาพการบริหารซึ่งจะต้องมีความซื่อสัตย์ ขยัน กตัญญู ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ สร้างเครือข่าย มียุทธศาสตร์ในการชี้นำสังคม ในภูมิสังคมนั้นๆ มีแผนการพัฒนางาน ส่งเสริมให้เป็นองค์กรที่มีชีวิตและเรียนรู้ร่วมกัน
อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ อย่าหยุดที่จะช่วยคน
พระราชดำรัสในหลวง : อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร ต้องรู้จักให้เกียรติคน
ควรมีความสุขจากการเป็นผู้ให้
Panel Discussion & Workshop หัวข้อ "Business Alignment Strategy"
ผู้นำยุคใหม่ จะต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา การสร้างความไว้วางใจ มีคุณธรรม ยิ้มอยู่ตลอดเวลา เปิดใจคุย ไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีการเอาเปรียบกัน นำองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้นำต้องสร้าง : share vision , Mission , value and strategy
ผู้นำต้องสร้าง High Performance Team โดยใช้ "TORI"
เป็นวันที่เต็มไปด้วยความรู้อีกวันหนึ่ง ทำให้ได้เปิดโลกทัศน์เพิ่มเติม เรียนรู้และนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านนะคะที่ได้มาให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและต่อองค์กร
การเรียนรู้ในวันนี้...เราต้องรับมือกับอารมณ์และความทุกข์ให้ได้. ความล้มเหลวเอามาเป็นบทเรียนและต้องลบออกจากใจให้ได้อย่าให้เป็นแผลเป็น.นำอดีต ปัจจุบันและอนาคตมาเป็นแผนในการมีชีวิตอยู่ต่อไป
องค์กรแห่งความสุข. ต้องมีการทำงานเป็นทีม มีความพร้อมทั้งกายจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นสังคมปัญญาและมีวัฒนธรรมองค์กรคือความรักความผูกพัน. เราน่าจะได้เข้าทดสอบHappinometer เพื่อประเมินตนเองว่าความสุขในการทำงานของเราเป็นเช่นไร ทุกครั้งที่ท้อเหนื่อยล้าให้นึกถึงพ่อหลวงของเรา ที่สำคัญต้องเป็นคนดี. มีความรัก พูดความจริง พูดที่เป็นประโยชน์ถูกกาละเทศ
สัปดาห์ที่ 5 วันที่1 (วันที่ 27 พ.ย.57) เช้าวันนี้ทุกคนสดใสที่ได้มาเจอกัน หายไปตั้งสองสัปดาห์กับ 1วัน
ช่วงแรกเช่นเคยค่ะ มานำเสนอการวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ "Search inside yourself"
ในแต่ละกลุ่มอาจารย์ชื่นชมว่าแปลได้ดีมากๆ คงเป็นสิ่งนี้กระมังที่ทำให้เราแปลกันได้โดยไม่รู้จักเบื่อและเหน็ดเหนื่อย
โดยสรุป Human capital เป็นทุนที่สำคัญ human being คนที่มีความตัวของตัวเอง เป็นอิสระในความคิดในการกระทำ (Autonomy )ต่างจากHuman resource คนที่ถูกว่าจ้างให้มาทำงานตามที่กำหนดความเป็นคนเต็มคน human being จะต้องประกอบด้วย 4ด้านคือ
-IQ สติปัญญา
-EQ การอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ต้องคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้
-PQ ความแข็งแรงของสุขภาพ
-SQ Spiritual Quotient การมีจิตวิญญาณ การที่ไม่ทำให้คนอื่นมีความทุกข์
หัวข้อต่อมา "องค์กรแห่งความสุขที่ทรงประสิทธิภาพที่คณะแพทย์ฯ มอ."
รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต ได้ให้แง่คิดว่า องค์กรแห่งความสุขจะต้องมี3ส่วนมาร่วมกันคือการทำงานเป็นทีม
ความพร้อมทั้งด้านกาย จิต วิญญาณ สังคมและปัญญาและที่สำคัญต้องมีวัฒนธรรมองค์กรคือความรักความผูกพัน
องค์กรแห่งความสุขที่ทรงประสิทธิภาพ
-คนทำงานอย่างมีความสุข(Happy People)
-ที่ทำงานน่าอยู่ (Happy Home)
-สมาชิกสมานฉันท์ (Happy Teamwork)
-ต้องเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ
-มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าทำ
-สร้างนวัตกรรม ที่ทำได้จริง ตรงจุด ตรงใจ และต่อเนื่อง
-สร้างคุณค่า เช่นการหาวิธีการนำประสบการณ์ของคนที่กำลังจะเกษียณมาถ่ายทอดให้คนรุ่นหลัง ให้ความรู้เหล่านั้นอยู่กับองค์การต่อไป
ได้รับความรู้ใหม่คือการบริหารความสุข และนวัตกรรมวัดความสุขทางด้านสังคมศาสตร์คือ Happinometer ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดความสุขด้วยตนเอง ประยุกต์จากทฤษฎีความต้องการพื้นฐานของมาสโลว์ มีทั้งหมด มี 9 มิติ 56 ตัวชี้วัด
Happy Body สุขภาพดี มี 6 ตัวชี้วัด
Happy Relax ผ่อนคลายดี มี 5 ตัวชี้วัด
Happy Heart น้ำใจดี มี 9 ตัวชี้วัด
Happy Soul จิตวิญญาณดี มี 5 ตัวชี้วัด
Happy Family ครอบครัวดี มี 3 ตัวชี้วัด
Happy Society สังคมดี มี 6 ตัวชี้วัด
Happy Brain ใฝ่รู้ดี มี 3 ตัวชี้วัด
Happy Money สุขภาพเงินดี มี 4 ตัวชี้วัด
Happy Work Life การงานดี มี 15 ตัวชี้วัด
คะแนนรวมที่ได้จะมี happy level
0.00-24.99 very unhappy
25.00-49.99 unhappy
50.00-74.99 happy
75.00-100.00 very happy
เป็นเครื่องมือวัดความสุขระดับบุคคลมุ่งไปที่คนทำงานและสะท้อนเป็นความสุขรวมของบุคคลในองค์กรได้
ดร.สมโภชน์ นพคุณ ได้บรรยายแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแก่ตัวเองให้ประสบความสำเร็จ มีความสุขในการทำงาน โดยอาจารย์ให้แนวคิดว่าการทำงานต้องมี Passion ในการทำงาน หากไม่มีก็จะทำงานแบบเสร็จไป เวลาทำงานจะรู้แก่ใจว่าคิดอะไร รู้ดีว่าเราเป็นอย่างไร แต่บางครั้งไม่สามารถปรับตัวของเราได้ ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของ DNAในงานที่เราทำ เราจะทำงานอย่างเป็นสุข การทำงานที่เป็นอยู่เป็นการทำงานของราชการ เหมือนเป็นการทำบุญ ทุกคนเป็นเจ้าของ การทำให้งานราชการต้องเปลี่ยนระบบความคิดmanaging change จะต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีปรัชญาของการทำงาน การสร้างความสุขในชีวิต การทำงานต้องฉลาดขึ้น เพราะมีการเรียนรู้ในแต่ละวัน และงานที่ทำต้องเป็นงานที่ท้าทาย จึงจะเป็นงานที่สนุก
อาจารย์จีระ กับหัวข้อทุนมนุษย์กับทุนแห่งความสุขและการทำงานที่มีประสิทธิภาพทุนทางความสุข
การมีทุนแห่งความสุข เป็นทุนเริ่มต้นจะเชื่อมโยงกับทุนอื่น ๆโดยต้องมี Heart (Happiness) ต้องมี Head ปัญญา และต้องมี Execution ต้องทำให้สำเร็จ
Happiness Capital ของอาจารย์จีระ มี 11 ข้อดังนี้
1. สุขภาพทางร่างกายและจิตใจพร้อมไม่หักโหม (Healthy)
2. ชอบงานที่ทำ (Passion)
3. รู้เป้าหมายของงาน (Purpose)
4. รู้ความหมายของงาน (Meaning)
5. มีความสามารถที่จะทำให้งานสำเร็จ (Capability)
6. เรียนรู้จากงานและลูกค้าตลอดเวลา (Learning)
7. เตรียมตัวให้พร้อม (Prepare)
8. ทำงานเป็นทีม อย่าทำงานคนเดียว (Teamwork)
9. ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้แก่ทีมงานและลูกทีม (Coaching)
10. ทำงานที่ท้าทาย (Challenge)
11. ทำงานที่มีคุณค่า
สรุปทุนแห่งความสุขคือสิ่งที่มนุษย์แต่ละคนควรจะมี ถ้ายังไม่มีก็จะไม่มีทุนซึ่งต้องสร้างขึ้นมา สิ่งที่อาจารย์อยากให้พวกเราทำคืออยากให้คนมอ.มีความสุข และมีความยั่งยืนในการทำงาน เกิดทั้ง happy workplace and happy at work
ในช่วงบ่าย ได้เรียนรู้ : กรณีศึกษาของคณะแพทย์ศิริราชและกรณีศึกษาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อปรับใช้กับการสร้างคุณค่ากับงานของคณะแพทย์ มอ. ในอนาคต
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร อาจารย์เป็นผู้นำคนเก่ง คนดีที่มุ่งมั่นพัฒนาโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรให้เป็นโรงพยาบาลที่มีความเป็นเลิศในด้านสมุนไพร ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ท่านได้ให้แนวคิดที่เป็นพันธะสัญญาคืออย่าหยุดที่จะเรียนรู้ และอย่าหยุดที่จะช่วยสังคม มีความกตัญญู คนดีจะเห็นค่าของคนดี
ศ.คลีนิกเกียรติคุณ ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ ได้เล่าประสบการณ์ การบริหารคณะแพทย์ ต้องพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ จึงจะทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองในการทำงาน การพูด ต้องพูดความจริง พูดเป็นประโยชน์ เพื่อให้คนเชื่อถือ ประทับใจมากมายและจะจดจำพระราชกระแสของในหลวงคือให้เป็นนักเรียนใหม่ ตั้งใจทำงาน และให้อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร ทุกสิ่งที่อาจารย์ได้สอนในวันนี้ จะนำมาพัฒนาคณะแพทย์ให้มีความก้าวหน้า อาจารย์ได้บอกส่วนตัวว่าการช่วยสงขลาคือการช่วยในหลวงตามที่ตั้งเจตนาไว้แล้ว
ในหัวข้อสุดท้าย หัวข้อ "Business Alignment Strategy" ดร.สมโภชน์ นพคุณ ได้ให้ความรู้ในการวางแผนกลยุทธ์
เป็นการดำเนินการกำหนด เป้าหมาย ทิศทาง และแนวทางปฏิบัติกว้าง ๆ เพื่อผลักดันและนำพา คน กลุ่มคนและองค์กร ภายใต้สภาวการณ์ ปัจจุบันและที่คาดหวังจะเกิดขึ้น (Opportunity & threat) ด้วยศักยภาพ ความสามารถ จุดอ่อนของตนเองที่มีอยู่ ให้มีผลการปฏิบัติงานสูงขึ้น และเป็นไปได้ที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ (เป้าหมาย ทิศทาง) ที่ต้องการ (คาดหวัง) นำไปสู่การสร้างความเติบโตและแข็งแกร่งของคน กลุ่มคนและองค์กรได้เรียนรู้หลักในการพัฒนาองค์กร หลักการ walk the talk และ การใช้ The High Performance Model (TORI) ตบท้ายด้วยการทำworkshopและนำเสนอของแต่ละกลุ่ม
ความรู้วันนี้แน่น คุ้มค่าและมีประโยชน์มากจริงๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ---------------------------------------------
หนังสือที่ อ.จีระให้อ่าน Google ได้นำการฝึกสมาธิ มาใช้กับพนักงาน เพื่อให้รู้จักตัวตนของตัวเอง การรู้จักควบคุมอารมณ์ รวมถึงการเข้าใจผู้อื่น ซึ่งทำให้พนักงานมีสติรู้คิดอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีสติ ปัญญาก็จะเกิด ทำให้พนักงานสามารถคิดพัฒนานวตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ต้องรู้จัการให้และการรับ
อ.สมโภชน์ ได้กล่าวว่า ความเป็นคนเราจะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1. IQ คือ มีปัญญา
2. EQ คือ การควบคุมอารมณ์ตัวเอง เพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
3. PQ คือ สุขภาพร่างกายต้องแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย
4. SQ คือ ต้องมีจิตวิญญาณ จริยธรรม คุณธรรม
ซึ่งการทำสติจะช่วยให้มี EQ , SQ ซึ่งจะช่วยเสริมให้ IQ ดีขึ้น
การทำงานอย่างมีความสุข จะต้องมีทั้งกายพร้อม ใจพร้อม ที่จะทำงาน และเราจะต้องสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิตด้วย
อ.ธีระวัฒน์ ได้มาเล่าเรื่องเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงาน ว่าท่านจะมีแนวทาง ดังนี้
1. จะศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อน ว่ามีปัญหาอะไร ติดขัดอะไรบ้าง
2. จะค้นคว้าเพิ่มเติม
3. จะใช้แผนที่ประกอบในการค้นคว้าและหาข้อมูล
4. สอบถามจากบุคคล ๆ ต่าง ๆ ทุกระดับ
5. หาข้อมูลจากสถานที่จริง
เรียนรู้การบริหารจัดการ รพ. ศิริราช จาก อ.ธีรวัฒน์ ทำให้เห็นมุมมองที่เป็นประสบการณ์เพื่อนำมาปรับกับการทำงาน ผู้บรอหารต้องลงลึกถึงระดับปฏิบัติการ โน้มทุกคนให้มุ่งศรไปทาวเดียวกัน เอาใจแลกใจ
นอกจากนี้การทำงานทีามีความสุขจะมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อ.สมโภชน์ชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารและลูกน้องควร ใช้หลักTORI คือ เชื่อใจ เปิดใจ พูดความจริง และเป็นอิสระ ในสัดส่วนที่เหมาะสมจึงจะทำให้เกิดการทำงานเป็นทีม นำมาซึ่งความสำเร็จขององค์การ
เรียนรู้การบริหารจัดการ รพ. ศิริราช จาก อ.ธีรวัฒน์ ทำให้เห็นมุมมองที่เป็นประสบการณ์เพื่อนำมาปรับกับการทำงาน ผู้บรอหารต้องลงลึกถึงระดับปฏิบัติการ โน้มทุกคนให้มุ่งศรไปทาวเดียวกัน เอาใจแลกใจ
นอกจากนี้การทำงานทีามีความสุขจะมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อ.สมโภชน์ชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารและลูกน้องควร ใช้หลักTORI คือ เชื่อใจ เปิดใจ พูดความจริง และเป็นอิสระ ในสัดส่วนที่เหมาะสมจึงจะทำให้เกิดการทำงานเป็นทีม นำมาซึ่งความสำเร็จขององค์การ
เรียนรู้การบริหารจัดการ รพ. ศิริราช จาก อ.ธีรวัฒน์ ทำให้เห็นมุมมองที่เป็นประสบการณ์เพื่อนำมาปรับกับการทำงาน ผู้บรอหารต้องลงลึกถึงระดับปฏิบัติการ โน้มทุกคนให้มุ่งศรไปทาวเดียวกัน เอาใจแลกใจ
นอกจากนี้การทำงานทีามีความสุขจะมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อ.สมโภชน์ชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารและลูกน้องควร ใช้หลักTORI คือ เชื่อใจ เปิดใจ พูดความจริง และเป็นอิสระ ในสัดส่วนที่เหมาะสมจึงจะทำให้เกิดการทำงานเป็นทีม นำมาซึ่งความสำเร็จขององค์การ
สำหรับวันแรกของสัปดาห์ที่ 5 ของการเรียน วันได้เรียนรู้เรื่องราวมากมาย ตั้งแต่เริ่มจาก การสรุปหนังสือ ซึ่งทำให้เรารู้และเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการฝึกจิต สมาธิ และได้เรียนรู้รู้ราวมากมายจากอ.สมโภชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว ประสบการณ์ต่างๆ ของการทำงาน หรือชีวิตของอาจารย์ ซึ่งทำให้เราได้ข้อคิดมากมาย และช่วงบ่าย ได้ฟังประสบการณ์ ของท่านอาจารย์อีก 2 ท่าน อ.ธีรวัฒน์ และ อ.สุภาภรณ์ ทำให้ได้แง่คิด แนวคิด ในการทำงานได้มายิ่งขึ้น ได้ความรู้มากมายค่
- search inside yourself ได้เรียนรู้การฝึกสติ หากเกิดสติก็จะเกิดปัญญาที่ดีตามมา
- ความสุขในที่ทำงาน จะก่อให้เกิดความรักต่อองค์กร และตามมาด้วยผลงานที่มีประสิทธิภาพ
- การบริหารและพัฒนาคน ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด การ walk the talk เป็นแนวคิดที่ดีในการเข้าถึงคนในองค์กร
- พระราชดำรัสของในหลวงเป็นปรัชญาที่ชี้นำการทำงานให้มีความสุขและรักในงานที่ทำได้เป็นอย่างด
สรุปการบรรยาย
กิจกรรมรักษ์ใจ – รักษ์กาย (2)
จิตวิทยาการแก้ไขอาการ วิตก กังวล กลัว
รักษ์ใจ….ไม่เครียด ด้วยหัวเราะบำบัด
ฯลฯ
โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม
28 พฤศจิกายน 2557
ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม: การเรียนรู้มีความสำคัญมากผ่านสายตาถึง 76% ข้อตกลงวันนี้ขอให้ฟังให้ชัดและฟังให้จบก่อนลงมือทำ
ดูแลเรื่องปัญหาเรื่องเพศที่ 3 เปิดจิตวิทยาคลินิกแห่งแรกในประเทศไทย
คนที่ย้ำคิดย้ำทำ โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder : OCD) เกิดจากความคิด
อาการย้ำคิด (obsessive) : การมีความคิดหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองซ้ำๆ โดยไร้เหตุผล ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลใจ ความไม่สบายใจอย่างมาก และผู้ป่วยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ตนไม่สบายใจ (ego-dystonic) เช่น คิดซ้ำๆ ว่าจะทำร้ายหรือทำสิ่งไม่ดีกับคนที่ตนรัก คิดซ้ำๆ ว่าลบหลู่หรือด่าว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คิดซ้ำๆ ว่าลืมปิดแก๊สหรือลืมล๊อคประตู เป็นต้น โดยผู้ป่วยเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุจึงเกิดความคิดเช่นนั้น
อาการย้ำทำ (Compulsive) : การกระทำอย่างมีเป้าหมายชัดเจนซ้ำๆ เพื่อป้องกันหรือช่วยลดความไม่สบายใจจากความย้ำคิดข้างต้นและเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล เช่น เซ็คลูกบิดประตูหรือวาล์วแก๊สซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่าปิดเรียบร้อยแล้ว ล้างมือซ้ำ เพราะคิดว่ามือสกปรก เป็นต้น
โรคซึมเศร้า คนไทยเป็นมาก เพราะสาเหตุมีมากมาย 56 ปัจจัย
แก้ได้โดยการใช้การหัวเราะบำบัด เพราะจะมีสารเอนโดฟีนหลั่งออกมาก
อะไรที่ทำให้เครียดที่สุดในชีวิต
เราไม่ค่อยรู้จักตัวเอง บางครั้งรู้จักตนเองจากที่คนอื่นบอกมากกว่า
สะกดจิต คือ การพูดในสิ่งที่ให้คนอื่นเป็น การที่ให้คนอื่นดี
หากตอนเด็ก แม่พูดห้ามสิ่งต่างๆ ห้ามไปเที่ยวกลางคืน ห้ามเล่มเกมส์ ทำให้ตอนโตมีความเครียด และเด็กมักจะทำตามสิ่งที่แม่ห้าม
สิ่งที่ทำให้คนยุคนี้เครียดที่สุด เพราะดิ้นรนอยากได้สิ่งเหล่านี้กันมากที่สุด
1. มั่งมีเงินทอง
2. มีชื่อเสียง คนรู้จัก
3. ได้เลื่อนยศ ตำแหน่งสูง
4. อำนาจ มีอภิสิทธิ์ แก่งแย่ง แข่งก้าวร้าว
5. สวยหล่อ มีเสนหาทางเพศ ปัจจุบันนี้มีอิทธิพลมากไม่เคยหยุดทำศัลยกรรม ต่อไปเป็นโรคหวาดกลัว ย้ำคิด
ความสุขอยู่ที่ไหน คนไข้บางคนมีเงินล้าน แต่ไม่มีความสุข
ประสบความสุข อย่างมีความสำเร็จ คือ ทำในสิ่งที่รัก
มีท่าผ่อนคลายเส้นใยประสาทสมอง ยืนแอ่นแล้วหลังก้มตรงลงไปช้าๆ จึงค่อยๆแอ่นตัวขึ้นตรงๆ อีกสองครั้งแอ่นขึ้นโค้งไปทางซ้ายทีขวาที ให้วงจรประสาทสมองสมดุล คลายเครียดกาย-ใจ พร้อมที่จะเรียนรู้
ขอบคุณร่างกายด้วยการนวด ยิ้ม ต้องรักตัวเองเป็น
การนวดด้วยใจ คือ การใช้นิ้วของมือของตัวเอง
เซลล์ทุกเซลล์ทั่วร่างกายของคุณ เชื่อตามที่คุณคิด คุณพูด คุณรู้สึก หรือทำท่านั้นโดยเฉพาะช่วงที่กำลังอบอุ่น
บางครั้งตอนเช้า ทุกวันต้องรีบๆ การทักทายกันต้องเริ่มคำพูดดีๆ เสริมพลังด้านบวก
The Triune Brain ( สมองสามส่วน )
Paul MacLean (1952 หรือ พ.ศ.2495) พูดถึงกระบวนการทำงานของ สมองสามส่วน (ส่วนนอก ส่วนกลาง ส่วนใน)
สมองส่วนนึกคิด (Neocortex)
•การนึกคิด การทรงจำ ภาษาพูด สัญลักษณ์
สมองส่วนอารมณ์ความรู้สึก (Limbic Brain)
•การแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความสัมพันธ์
สมองส่วนสัญชาตญาณ (Reptilian Brain)
•ระบบการหายใจ การพักผ่อน การนอนหลับ การย่อยอาหาร การขับถ่าย การไหลเวียนของโลหิต การเจริญพันธุ์ และสัญชาตญาณการต่อสู้ (สู้ หนี นิ่ง) ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดอย่างอัตโนมัติ ( รักษาอาการโรคด้วยตัวมันเองได้ ) ศูนย์รวมชีวิตของการอยู่รอด การอยู่ได้ การอยู่ร่วม การอยู่ดี การอยู่ต่อ ( ไร้สิ่งคาใจ )
เวลานอนหลับ นอนท่าไหนดีที่สุดนอนตะแคง ท่าที่ดีคือตะแคงขวา
เวลาก่อนนอนไม่ควรใช้ความคิด ควรเอาเท้าแช่น้ำอุ่นจะหลับสบาย
อย่าพักผ่อนผิดวิธี เช่น ฟังเพลง เล่มเกมส์ เพราะไม่ได้พักผ่อนที่แท้จริง
การเคี้ยว ต้องเคี้ยว ซ้าย ขวา เพื่อไม่ให้เซลล์เสื่อม ออกกำลังสมอง สุขภาพดี
ถ้าเคี้ยวด้านใดด้านหนึ่ง เหงือกจะเสีย ฟันเสีย
การถ่ายต้องมีการโยกท้อง เพื่อบริหารสำไส้ เพื่อช่วยการขับถ่าย
เวลาอุจจาระ ให้ออกเสียง เพื่อผ่อนคลาย
เวลาสีฟันใช้มือซ้าย ขวาสลับกัน บริหารสมอง
นวดหน้าด้วย 7 อารมณ์ใบหน้าความรู้สึก ต้องเปล่งเสียงเป็นภาษาพูด What shall I do o today
ผู้หญิง เป็นโรคไมเกรมมากกว่าผู้ชายมากกว่า 7 เท่า
เซลล์สมองงอกเงยจากสมองส่วนล่างขึ้นถึงส่วนของความนึกคิด
เซลล์งอกเงยจากเท้าค่อยๆขึ้นมาถึงศีรษะ
เท้ามีความสำคัญมาก ก่อนนอนหากนอนไม่หลับ ต้องแช่ในอ่างน้ำอุ่น 15 นาที จะทำให้หลับสบายขึ้น
บริหารหัวแม้โป้งทั้งสอง เพื่อพัฒนาสมองคิดด้านบวก
ขยับเท้าจากส้นเท้าขึ้น แนบเต็มฝ่าเท้า แล้วจึงยกปลายเท้าขึ้นลงๆ สัก 10 เที่ยว ช่วยให้สมองดี มีพลัง
บริหารไตทั้งสองข้างให้ดี และยังช่วยเพิ่มพลังสมอง
กวาดสายตามองไปรอบๆ ให้คิดในสิ่งทมอง มองในสิ่งที่เห็น อยู่กับปัจจุบัน
วิตกจริต: เมื่อความคิดกระโดดจากปัจจุบันยังอนาคตแต่เรื่องร้ายๆ แก้โดยให้ความคิดมารู้สึกคิดในขณะปัจจุบัน และจะย้อนอดีต
ในชีวิตประจำวัน ความคิดคนเรามักจะกระโดดไปล่วงหน้าว่าจะต้องทำอะไรต่อจากที่กำลังทำอยู่ ซึ่งมักจะเป็นเรื่องป้องกันตัวเป็นเรื่องลบๆ เกิดเป็นอาการวิตกจริตกันได้ จึงต้องรู้จักให้ฝึกความคิดให้อยู่กับปัจจุบันขณะเป็นฐานชีวิตได้ แล้วจะคิดอนาคตนึกอดีตก็ไม่เป็นไร
กังวลจริต : เมื่อเราต้องการความแน่นอน แน่ใจ ความมั่นคง รู่รั่วทางจิต ก็จะผุดขึ้นมาเป็น ความกังวล แก้ได้โดย ทำให้ดีสุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะนี้ เดี๋ยวนี้ ณ ที่ตรงนี้
ความกลัว เกิดขึ้นได้ 3 ทาง ถูกกระตุ้นให้นึกคิดไปทางด้านลบ
การแก้ไขความกลัว คือ ต้องรู้จักค่อยๆเผชิญความกลัวนั้นๆ
ความคิดสงบ
ความคิดคนเราสงบนิ่งลงได้เมื่อ
1. ช่วงการหายใจแรงๆให้เต็ม แน่น ลึก
2. ช่วงเปล่งเสียงออกไปยาวๆอย่างหนักแน่น
3. ช่วงออกกำลังกายอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
4. ช่วงทำอะไรอย่างรู้สึกตัว
5. ช่วงที่กำลังมีเพศสัมพันธ์
คุณหัวเราะเต็มที่ครั้งสุดท้าย เมื่อไหร่?
คุณคิดว่าคนจิตดีมีสุข หัวเราะวันละกี่ครั้ง?
การรับรู้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆเริ่มจากเข้าสมองซีกขวาก่อน การปรับเปลี่ยนพัฒนา จึงต้องคอยกระตุ้นสมองซีกขวาให้ทำงาน
การหายใจที่เกิดพลังปราณ ช่วยให้สุขภาพชีวิตที่แข็งแกร่ง ต้องหายใจเข้า 7 หายใจออก 11 วินาที
ทำให้ลำไส้ใหญ่-เล็ก ผนังอก ผนังเอว ผนังท้อง สะอาดไว้เสมอ
ผนังปอด กะบังลม และผนังท้องไม่ขยับขับเคลื่อนช่องแลกเปลี่ยนก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์
และออกซิเจนติดขัด
โดยหายใจให้เต็ม-แน่น-ลึกไว้ รู้จักเปล่งเสียงออกจากท้องสม่ำเสมอ การหัวเราะเสียงก้องขยับขับเคลื่อนส่วนท้อง+ออกเป็นจังหวะ
พลังสัมผัสบำบัด
- ใช้ฝ่ามือ แตะ บนเซลล์กายที่เป็นอาการเครียด หรืออาการ โรคที่รู้ตัว หรือยังไม่รู้ตัว เป็นอาการที่กำลังจะเป็นโรค คือ อวัยวะกายส่วนที่กำลังสั่นอยู่ รู้สึกมันอ่อนแอ อ่อนไหว ชา กระตุก ปวด ตึง เกร็ง หนาวเหน็บ หรือรู้สึกร้อนวูบๆวาบ เพื่อให้พลังชีวิต(Life energy) หรือความอุ่นร้อนจากฝ่ามือ ตนเองในขณะนั้น ส่งผ่านเข้าไปเพิ่มพลังเซลล์ส่วนนั้นๆให้ เกิดการงอกเงยอย่างแข็งแกร่ง แข็งแรงดีขึ้นมาใหม่ ละลายสารชีวเคมีที่ไม่ดีทั้งหลายให้จางหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นการแผ่พลังเข้าไปให้เซลล์กายเริ่มรักษาตัวมันเองได้
สมองหัวเราะ ปิดปากให้เสียงก้องอยู่ในสมอง