Panel Discussion& Workshop

หัวข้อ "องค์กรแห่งความสุขที่ทรงประสิทธิภาพที่คณะแพทย์ฯ มอ."

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ดร.สมโภชน์ นพคุณ

รศ.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต

27 พฤศจิกายน 2557

รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต: ทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียนมาก

องค์กรแห่งความสุข มีองค์ประกอบ

  • -การทำงานเป็นทีม
  • -ความพร้อม ( กาย จิต วิญญาณ สังคม ปัญญา)
  • -วัฒนธรรมองค์กร (ความรัก ผูกพัน)
  • องค์กรแห่งความสุขที่ทรงประสิทธิภาพ
  • -คนทำงานมีความสุข(Happy People)
  • -ที่ทำงานน่าอยู่(Happy Home)
  • -สมาชิกสมานฉันท์(Happy Teamwork)
  • -ต้องเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ
  • -มีความคิดสร้างสรร กล้าคิด กล้าทำ
  • -สร้างนวัตกรรม /ทำได้จริง ตรงจุด ตรงใจ และต่อเนื่อง
  • -สร้างคุณค่า
  • วัฒนธรรมองค์กร
  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
  • การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
  • การสร้างทีมทำงาน (Teamwork) ให้ไปด้วยกันได้ตามเป้าหมาย
  • ความพร้อมในการก้าวเดินไปด้วยกัน คนในทีมช่วยกันคิดสร้างสรรค์ ให้องค์กรอยู่รอดและเติบโต นำไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุขที่แท้จริง
  • Work-life Balance
  • ความสุขระดับบุคคล
  • •สุขภาพกายดี (Happy body)
  • •ผ่อนคลายดี (Happy Relax)
  • •น้ำใจดี (Happy Heart)
  • •จิตวิญญาณดี (Happy Soul)
  • • ใฝ่รู้ดี (Happy Brain)
  • •สุขภาพเงินดี (Happy Money)

การบริหารจัดการความสุข

มีการวัดจาก Happinometer เป็นเครื่องมือวัดความสุขด้วยตนเอง

ความสุข คืออะไร ประสบการณ์และความรู้สึกที่มนุษย์สามารถบริหารจัดการได้อย่างสม่ำเสมอตามความปรารถนาในภาพรวม จนเกิดได้จริง และทำให้บุคคลนั้นเกิดความยินดี และอิ่มเอมใจทั้งนี้ ต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ความสุขของคนทำงาน คือ จะวัดยากขึ้น เพราะมีทั้งเจ้านาย

  • -ประสบการณ์และความรู้สึกของคนทำงานที่ต้องการให้ตน เป็นที่ยกย่องและยอมรับจากคนทั่วไป
  • -การได้ทำงานในที่ทำงานอย่างมั่นคงและก้าวหน้า
  • เครื่องมือที่ใช้ คือ ของ Maslow's Hierarchy needs theory

HAPPINOMETER

มี 9 มิติ 56 ตัวชี้วัด
Happy Body สุขภาพดี มี 6 ตัวชี้วัด
Happy Relax ผ่อนคลายดี มี 5 ตัวชี้วัด
Happy Heart น้ำใจดี มี 9 ตัวชี้วัด
Happy Soul จิตวิญญาณดี มี 5 ตัวชี้วัด
Happy Family ครอบครัวดี มี 3 ตัวชี้วัด
Happy Society สังคมดี มี 6 ตัวชี้วัด
Happy Brain ใฝ่รู้ดี มี 3 ตัวชี้วัด
Happy Money สุขภาพเงินดี มี 4 ตัวชี้วัด
Happy Work Life การงานดี มี 15 ตัวชี้วัด

ข้อตกลงเบื้องต้น

  • -ความสุขของบุคคลเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาเพียงแต่มากหรือน้อย ช้าหรือเร็ว HAPPINOMETER ทำการวัดความสุข โดยกำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจน เช่น เป็นรายไตรมาส หรือ รายครึ่งปี
  • -เป็นเครื่องมือวัดความสุขระดับบุคคลมุ่งไปที่คนทำงาน
  • - สามารถสะท้อนเป็นความสุขรวมของบุคคลในองค์กรได้

ข้อสำคัญในการวัดความสุขระดับบุคคล

  • -ต้องให้ผู้ตอบ ตอบตามความรู้สึกที่ใกล้เคียงความรู้สึกของตนเองมากที่สุด
  • -ต้องให้ผู้ตอบ ให้ความหมายของแต่ละตัวชี้วัดด้วยความรู้สึก หรือ ประสบการณ์ของตนเอง
  • -ต้องให้ผู้ตอบมีความซื่อสัตย์ในการตอบทั้งข้อมูลเชิงประจักษ์ ความรู้สึก และ ประสบการณ์ที่ปรากฎเป็นคำถามใน HAPPINOMETER
  • -ต้องให้ผู้ตอบ ตอบให้เสร็จในเวลาที่กำหนด
  • จะมีคู่มือเฉพาะ และประเทศญี่ปุ่นทำออกมาแล้วพบว่ามีความเครียดมาก
  • ผลิตบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร และการนำไปใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ และผลงาน

ดร.สมโภชน์ นพคุณ: การทำงานต้องมี Passion ในการทำงาน หากไม่มีก็จะทำงานแบบเสร็จไป เวลาทำงานทุกคนจะรู้แก่ใจว่าคิดอะไร รู้ดีว่าเราเป็นอย่างไร แต่บางครั้งไม่สามารถปรับตัวของเราได้

ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของ DNAในงานที่เราทำ เราจะทำงานอย่างเป็นสุข

ไม่มีความสุขใดเหมือนทำงานราชการ เพราะไม่มีเจ้าของ หากคิดได้แบบนี้ คือ การทำงานราชการ คือการทำบุญ

ถ้าทำให้งานราชการ มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีปรัชญาของชีวิต

เด็กสมัยก่อนที่จบ และเด็กสมัยใหม่ที่จบต่างกันมาก สมัยนี้การศึกษาไทยอยู่ลำดับที่ 8 ของอาเซียน รู้สึกผิดหวังกับจุดนี้มาก

การเปลี่ยนวิธีคิดสำคัญที่สุด

การลงทุนเรื่อง Managing change มีความสำคัญมาก แต่ทางราชการยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ

การทำงาน คือ การสร้างความสุขในชีวิต การทำงานต้องฉลาดขึ้น เพราะมีการเรียนรู้ในแต่ละวัน และงานต้องเป็นงานที่ท้าทาย จึงเป็นงานที่สนุก

ถ้าเรารักงานที่ทำ มีเป้าหมายในงานและชีวิต และทำให้เป็น DNA เดียวกัน จะทำให้มีความสุขในงาน

ศ.ดร.จีระ: ขอพูดเรื่องทุนมนุษย์กับทุนแห่งความสุขและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

การปลูก ทุนแห่งความสุข

โจทย์คือ อยากให้คนมอ.มีความสุข และมีความยั่งยืน

Human capital เป็นตัวหลัก

"จากการสำรวจของชาวอังกฤษพบว่าในปี 1957 คนมีความสุข 52% แต่ในปี 2005 คนมีความสุขเหลือแค่ 36%"

"สหภาพแรงงานของเยอรมันเคยทำงาน 35 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ แต่ปัจจุบันมีข้อเรียกร้องให้ลดชั่วโมงการทำงานเหลือ 32 ชั่วโมง"

"จากการวิจัยของ Prof. Layard บอกว่า Index ของความสุขใน 24 ชั่วโมง ต่ำที่สุดคือช่วงที่ทำงาน 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น"

ผมจะเน้นแค่ทุนทางความสุข เพื่อทำงานที่มีประสิทธิภาพของตัวเราเอง และองค์กรก่อนไม่ได้เน้นเรื่อง ครอบครัว หรือประเทศ แต่ก็จะเกี่ยวโยงกัน

การมีทุนแห่งความสุข เป็นจุดเริ่มต้น คือ จำเป็น แต่เป็นสิ่งที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับทุนอื่น ๆ เช่น มี Heart (Happiness) ต้องมี Head ปัญญา และต้องมี Execution ต้องทำให้สำเร็จ
คล้ายกับทฤษฎี Fact หรือ Feeling แต่การมี Happiness อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Strategy ต้องมี Data ด้วย จึงไปสู่ความสำเร็จ

การเรียนเรื่อง Happiness Capital ของเรา จึงถือว่า นำ เพราะ มหาวิทยาลัย Harvard เองเริ่มหลักสูตรนี้ เมื่อ 1998 ปัจจุบัน เด็ก Harvard ทั้งมหาวิทยาลัย กว่า 20 % ลงทะเบียนเรียน

ทฤษฎี 8K's ของผม Happiness Capital ได้มาจากตัวผมเองที่ทำงานมาก แต่ขาดความสุขในการทำงาน จนกระทั่งช่วง 10 ปีที่แล้วผมจึงได้ วิเคราะห์เรื่องทุนมนุษย์และทุนแห่งความสุขเป็นทุนที่สำคัญของทุกคน

  • Happiness Capital
  • (Dr. Chira Hongladarom's Model)
  • Happiness Capital
  • (Sharp/Hongladarom's Model)
  • 1. สุขภาพทางร่างกายและจิตใจพร้อมไม่หักโหม(Healthy)

    2. ชอบงานที่ทำ(Passion)

    • 3. รู้เป้าหมายของงาน(Purpose)
    • 4. รู้ความหมายของงาน
    • (Meaning)
    • 5. มีความสามารถที่จะทำให้งานสำเร็จ
    • (Capability)
    • 6. เรียนรู้จากงานและลูกค้าตลอดเวลา
    • (Learning)
    • 7. เตรียมตัวให้พร้อม(Prepare)
    • 8. ทำงานเป็นทีม อย่าทำงานคนเดียว
    • (Teamwork)
    • 9. ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้แก่ทีมงานและลูกทีม(Coaching)
    • 10. ทำงานที่ท้าทาย(Challenge)
    • 11. ทำงานที่มีคุณค่า

    1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ(Exercise)

    2.อย่าแบกงานที่หนักเกินไป

    (Put down your burden)

    3. ศักยภาพในการถ่ายทอดในงาน

    (Communicate Effectively)

    4. ทำงานในจุดแข็งของตัวเอง

    (Recognize your strengths)

    5. มุ่งมั่นในงาน(Keep Focus)

    6. ทำในสิ่งที่อยากทำไม่ใช่เพราะต้องทำ

    (Reduce the 'shoulds')

    7ทำงานในองค์กรที่มองคุณค่าของคนและงานคล้าย ๆ กัน(Clarify your values)

    8. อย่าทำงานเครียดและวิตกกังวล

    (Overcome worry and stress)

    9. บริหารภาระงานให้เหมาะกับตัวเอง

    • (Refine your workload)

    10.ใช้คำว่าขอบคุณกับลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน

    • (Choose your words)

    11.สร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความสุขร่วมกัน(Create good environment)

    • การทำงานอย่างมีความสุข คือ ต้อง Calling แปลว่า เราทำเพราะหัวใจเราแสวงหา เราจะทำสุดฝีมือทิ้งมรดกที่ดีไว้ แต่แค่เป็น Job หรืออาชีพเราก็จะไม่ประสบความสำเร็จ
    • ทุนแห่งความสุข คือ สิ่งที่มนุษย์แต่ละคนควรจะมี ถ้ายังไม่มีก็จะไม่มีทุน ซึ่งต้องสร้างขึ้นมา แต่การสัมมนาวันนี้ คงจะต้องมองไปอีก 2 เรื่อง คือ มีไปทำไม นอกจากพูดกว้างว่า Happiness Capital สร้าง Performance แค่นี้คงง่ายเกินไป
    • ประโยชน์ 10 ข้อ ของทุนแห่งความสุข
    • 1.ช่วยทำให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ง่ายและได้ผลสูงสุด
    • 2.ทำให้ตัวเองมี Creativity สูงขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วย ผมชอบแนวคิดนี้ ถ้าเราไม่มีความสุขเราก็คิดอะไรไม่ออก แถมยังคิดแง่ลบด้วย
    • 3.ทำให้เราหาทางออกแทนที่จะบ่นว่าปัญหายากจัง
    • 4.มองโลกในแง่ดี (Optimism)
    • 5.มีพลัง (Energy) เพิ่มขึ้น
    • 6.ทำให้กระตุ้น/Motivate and Inspired ได้ง่ายกว่า
    • 7.ไม่ค่อยจะป่วย..เป็นโน่นเป็นนี่บ่อย ๆ
    • 8.สามารถเรียนรู้ได้เร็วและสนุก สร้าง Learning Culture ได้ดีกว่าคนที่ไม่มีความสุข
    • 9.มีความมั่นใจว่าจะกล้าทำอะไรนอกกรอบได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีความผิดพลาด อันนี้จริงเพราะถ้าเรามีความกลัว (Fear) เราก็ไม่สำเร็จ ต้องมั่นใจว่ากล้าทำ
    • 10.ทำให้ตัดสินใจได้ดีและรอบคอบ อันนี้จริง เพราะถ้าคน IQ สูงแต่เครียดมักจะผิดพลาดเรื่องการตัดสินใจ

    Happiness Workers จำเป็นจะต้องอยู่ในบรรยากาศการบริหารจัดการให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุดดังนั้น ตัวละคร 3 กลุ่ม ต้องมีความสามารถและจะต้องทำงานร่วมกันกลุ่มแรก คือ CEO – ต้องเป็นคนที่มีความสุขด้วยไม่ใช่เป็น "Unhappy CEO" ก็คงไม่มีใครอยากทำงานด้วย แต่มี "Happy CEO" ก็ไม่พอต้องมี "Smart and Happy CEO" คือ รู้จักใช้ศักยภาพของเขาเหล่านั้นอย่างเต็มที่ เช่น มอบหมายงานที่เพิ่มความสุข (ท้าทาย)

    • ลดการขัดแย้งในองค์กร
    • ดูแลวัฒนธรรมองค์กรให้ไปในทางสร้างให้พนักงานเป็นเลิศให้ได้