สรุปการบรรยาย

กิจกรรมรักษ์ใจ – รักษ์กาย (2)

จิตวิทยาการแก้ไขอาการ วิตก กังวล กลัว

รักษ์ใจ….ไม่เครียด ด้วยหัวเราะบำบัด

ฯลฯ

โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

28 พฤศจิกายน 2557

ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม: การเรียนรู้มีความสำคัญมากผ่านสายตาถึง 76% ข้อตกลงวันนี้ขอให้ฟังให้ชัดและฟังให้จบก่อนลงมือทำ

ดูแลเรื่องปัญหาเรื่องเพศที่ 3 เปิดจิตวิทยาคลินิกแห่งแรกในประเทศไทย

คนที่ย้ำคิดย้ำทำ โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder : OCD) เกิดจากความคิด

อาการย้ำคิด (obsessive) : การมีความคิดหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองซ้ำๆ โดยไร้เหตุผล ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลใจ ความไม่สบายใจอย่างมาก และผู้ป่วยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ตนไม่สบายใจ (ego-dystonic) เช่น คิดซ้ำๆ ว่าจะทำร้ายหรือทำสิ่งไม่ดีกับคนที่ตนรัก คิดซ้ำๆ ว่าลบหลู่หรือด่าว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คิดซ้ำๆ ว่าลืมปิดแก๊สหรือลืมล๊อคประตู เป็นต้น โดยผู้ป่วยเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุจึงเกิดความคิดเช่นนั้น

อาการย้ำทำ (Compulsive) : การกระทำอย่างมีเป้าหมายชัดเจนซ้ำๆ เพื่อป้องกันหรือช่วยลดความไม่สบายใจจากความย้ำคิดข้างต้นและเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล เช่น เซ็คลูกบิดประตูหรือวาล์วแก๊สซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่าปิดเรียบร้อยแล้ว ล้างมือซ้ำ เพราะคิดว่ามือสกปรก เป็นต้น

โรคซึมเศร้า คนไทยเป็นมาก เพราะสาเหตุมีมากมาย 56 ปัจจัย

แก้ได้โดยการใช้การหัวเราะบำบัด เพราะจะมีสารเอนโดฟีนหลั่งออกมาก

อะไรที่ทำให้เครียดที่สุดในชีวิต

  • -ความรัก เพราะเรามีความคาดหวังสูง เพราะฉะนั้นเวลารักต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช่คาดหวังสิ่งต่างๆจากคนรัก

เราไม่ค่อยรู้จักตัวเอง บางครั้งรู้จักตนเองจากที่คนอื่นบอกมากกว่า

สะกดจิต คือ การพูดในสิ่งที่ให้คนอื่นเป็น การที่ให้คนอื่นดี

หากตอนเด็ก แม่พูดห้ามสิ่งต่างๆ ห้ามไปเที่ยวกลางคืน ห้ามเล่มเกมส์ ทำให้ตอนโตมีความเครียด และเด็กมักจะทำตามสิ่งที่แม่ห้าม

สิ่งที่ทำให้คนยุคนี้เครียดที่สุด เพราะดิ้นรนอยากได้สิ่งเหล่านี้กันมากที่สุด

1. มั่งมีเงินทอง

2. มีชื่อเสียง คนรู้จัก

3. ได้เลื่อนยศ ตำแหน่งสูง

4. อำนาจ มีอภิสิทธิ์ แก่งแย่ง แข่งก้าวร้าว

5. สวยหล่อ มีเสนหาทางเพศ ปัจจุบันนี้มีอิทธิพลมากไม่เคยหยุดทำศัลยกรรม ต่อไปเป็นโรคหวาดกลัว ย้ำคิด

ความสุขอยู่ที่ไหน คนไข้บางคนมีเงินล้าน แต่ไม่มีความสุข

ประสบความสุข อย่างมีความสำเร็จ คือ ทำในสิ่งที่รัก

มีท่าผ่อนคลายเส้นใยประสาทสมอง ยืนแอ่นแล้วหลังก้มตรงลงไปช้าๆ จึงค่อยๆแอ่นตัวขึ้นตรงๆ อีกสองครั้งแอ่นขึ้นโค้งไปทางซ้ายทีขวาที ให้วงจรประสาทสมองสมดุล คลายเครียดกาย-ใจ พร้อมที่จะเรียนรู้

ขอบคุณร่างกายด้วยการนวด ยิ้ม ต้องรักตัวเองเป็น

การนวดด้วยใจ คือ การใช้นิ้วของมือของตัวเอง

  • -บีบ
  • -กด
  • -คลึง
  • -ลูบไล้
  • -แตะ
  • -ดึงๆ

เซลล์ทุกเซลล์ทั่วร่างกายของคุณ เชื่อตามที่คุณคิด คุณพูด คุณรู้สึก หรือทำท่านั้นโดยเฉพาะช่วงที่กำลังอบอุ่น

บางครั้งตอนเช้า ทุกวันต้องรีบๆ การทักทายกันต้องเริ่มคำพูดดีๆ เสริมพลังด้านบวก

The Triune Brain ( สมองสามส่วน )

Paul MacLean (1952 หรือ พ.ศ.2495) พูดถึงกระบวนการทำงานของ สมองสามส่วน (ส่วนนอก ส่วนกลาง ส่วนใน)

สมองส่วนนึกคิด (Neocortex)

•การนึกคิด การทรงจำ ภาษาพูด สัญลักษณ์

สมองส่วนอารมณ์ความรู้สึก (Limbic Brain)

•การแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความสัมพันธ์

สมองส่วนสัญชาตญาณ (Reptilian Brain)

•ระบบการหายใจ การพักผ่อน การนอนหลับ การย่อยอาหาร การขับถ่าย การไหลเวียนของโลหิต การเจริญพันธุ์ และสัญชาตญาณการต่อสู้ (สู้ หนี นิ่ง) ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดอย่างอัตโนมัติ ( รักษาอาการโรคด้วยตัวมันเองได้ ) ศูนย์รวมชีวิตของการอยู่รอด การอยู่ได้ การอยู่ร่วม การอยู่ดี การอยู่ต่อ ( ไร้สิ่งคาใจ )

เวลานอนหลับ นอนท่าไหนดีที่สุดนอนตะแคง ท่าที่ดีคือตะแคงขวา

เวลาก่อนนอนไม่ควรใช้ความคิด ควรเอาเท้าแช่น้ำอุ่นจะหลับสบาย

อย่าพักผ่อนผิดวิธี เช่น ฟังเพลง เล่มเกมส์ เพราะไม่ได้พักผ่อนที่แท้จริง

การเคี้ยว ต้องเคี้ยว ซ้าย ขวา เพื่อไม่ให้เซลล์เสื่อม ออกกำลังสมอง สุขภาพดี

ถ้าเคี้ยวด้านใดด้านหนึ่ง เหงือกจะเสีย ฟันเสีย

การถ่ายต้องมีการโยกท้อง เพื่อบริหารสำไส้ เพื่อช่วยการขับถ่าย

เวลาอุจจาระ ให้ออกเสียง เพื่อผ่อนคลาย

เวลาสีฟันใช้มือซ้าย ขวาสลับกัน บริหารสมอง

นวดหน้าด้วย 7 อารมณ์ใบหน้าความรู้สึก ต้องเปล่งเสียงเป็นภาษาพูด What shall I do o today

ผู้หญิง เป็นโรคไมเกรมมากกว่าผู้ชายมากกว่า 7 เท่า

เซลล์สมองงอกเงยจากสมองส่วนล่างขึ้นถึงส่วนของความนึกคิด

เซลล์งอกเงยจากเท้าค่อยๆขึ้นมาถึงศีรษะ

เท้ามีความสำคัญมาก ก่อนนอนหากนอนไม่หลับ ต้องแช่ในอ่างน้ำอุ่น 15 นาที จะทำให้หลับสบายขึ้น

บริหารหัวแม้โป้งทั้งสอง เพื่อพัฒนาสมองคิดด้านบวก

ขยับเท้าจากส้นเท้าขึ้น แนบเต็มฝ่าเท้า แล้วจึงยกปลายเท้าขึ้นลงๆ สัก 10 เที่ยว ช่วยให้สมองดี มีพลัง

บริหารไตทั้งสองข้างให้ดี และยังช่วยเพิ่มพลังสมอง

กวาดสายตามองไปรอบๆ ให้คิดในสิ่งทมอง มองในสิ่งที่เห็น อยู่กับปัจจุบัน

วิตกจริต: เมื่อความคิดกระโดดจากปัจจุบันยังอนาคตแต่เรื่องร้ายๆ แก้โดยให้ความคิดมารู้สึกคิดในขณะปัจจุบัน และจะย้อนอดีต

ในชีวิตประจำวัน ความคิดคนเรามักจะกระโดดไปล่วงหน้าว่าจะต้องทำอะไรต่อจากที่กำลังทำอยู่ ซึ่งมักจะเป็นเรื่องป้องกันตัวเป็นเรื่องลบๆ เกิดเป็นอาการวิตกจริตกันได้ จึงต้องรู้จักให้ฝึกความคิดให้อยู่กับปัจจุบันขณะเป็นฐานชีวิตได้ แล้วจะคิดอนาคตนึกอดีตก็ไม่เป็นไร

กังวลจริต : เมื่อเราต้องการความแน่นอน แน่ใจ ความมั่นคง รู่รั่วทางจิต ก็จะผุดขึ้นมาเป็น ความกังวล แก้ได้โดย ทำให้ดีสุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะนี้ เดี๋ยวนี้ ณ ที่ตรงนี้

ความกลัว เกิดขึ้นได้ 3 ทาง ถูกกระตุ้นให้นึกคิดไปทางด้านลบ

การแก้ไขความกลัว คือ ต้องรู้จักค่อยๆเผชิญความกลัวนั้นๆ

ความคิดสงบ

ความคิดคนเราสงบนิ่งลงได้เมื่อ

1. ช่วงการหายใจแรงๆให้เต็ม แน่น ลึก

2. ช่วงเปล่งเสียงออกไปยาวๆอย่างหนักแน่น

3. ช่วงออกกำลังกายอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

4. ช่วงทำอะไรอย่างรู้สึกตัว

5. ช่วงที่กำลังมีเพศสัมพันธ์

คุณหัวเราะเต็มที่ครั้งสุดท้าย เมื่อไหร่?

คุณคิดว่าคนจิตดีมีสุข หัวเราะวันละกี่ครั้ง?

  • -ผู้ใหญ่หัวเราะเฉลี่ยวันละ 15 ครั้ง
  • -เด็กเล็กเกิดมาหัวเราะได้เฉลี่ยวันละ 300 ครั้ง
  • -ผลการศึกษาพบว่าถ้าเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี ร้องไห้มกกว่าหัวเราะ โตขึ้นมาจะเป็นโรคซึมเศร้า
  • เซลล์ทั่วร่างกายของมนุษย์ 100 ล้าน ล้าน ล้าน เซลล์จะปรับเปลี่ยนภายใน 6 ปี
  • การหัวเราะ มักจะเกี่ยวข้องกับลมหายใจ
  • -นั่งต้องหายใจเข้า ยืนต้องหายใจออก
  • สำรวจลมหายใจ
  • -เวลาหายใจเข้า ท้องต้องพองออก ลมหายใจต้องลงไปท้องกลางสะดือ โดยดันกระบังลมไป หากอยู่อกบนและล่างแสดงว่าเป็นคนเครียดไป
  • -เวลาหายใจออก ท้องต้องฟีบ
  • -หายใจออกยาวนานกว่าหายใจเข้า อย่างน้อย 2 เท่า
  • -หายใจเข้าจมูกหายใจออกจมูก และอาจจะหายใจออกทางปากได้
  • -หายใจเข้าจากจมูกเดินทางไหนต่อ ไปยังโพรงจมูก
  • เมื่อสมองซีกซ้ายอ่อนล้า จะหาวนอน และการหาวนอนเป็นการรักษาโรค เพราะจะคลายพิษออก
  • การตั้งใจหาวแรงๆเสียงดังๆ เป็นการรักษาโรค
  • ในสมองต้องมีอากาศอย่างน้อย 20% ไม่อย่างนั้นหน้ามืด
  • -หายใจเข้าเข้าทางซ้าย หรือ ขวา มากกว่า .... คนเข้าทางขวามาก แสดงว่าเป็นคนสมองซีกซ้าย คนเข้าทางซ้ายมาก เป็นสมองซีกขวา คนที่เข้าทั้ง 2 ด้านเท่ากัน เกิดจากใช้สมอง 2 ซีก
  • สมองซีกซ้าย ความนึกคิด มีเหตุผล คิดวางแผน มีเป้าหมาย
  • สมองซีกขวา รับรู้สิ่งใหม่ๆ คิดสร้างสรรค์ อารมณ์ รู้สึก ความสัมพันธ์

การรับรู้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆเริ่มจากเข้าสมองซีกขวาก่อน การปรับเปลี่ยนพัฒนา จึงต้องคอยกระตุ้นสมองซีกขวาให้ทำงาน

การหายใจที่เกิดพลังปราณ ช่วยให้สุขภาพชีวิตที่แข็งแกร่ง ต้องหายใจเข้า 7 หายใจออก 11 วินาที

ทำให้ลำไส้ใหญ่-เล็ก ผนังอก ผนังเอว ผนังท้อง สะอาดไว้เสมอ

ผนังปอด กะบังลม และผนังท้องไม่ขยับขับเคลื่อนช่องแลกเปลี่ยนก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์

และออกซิเจนติดขัด

โดยหายใจให้เต็ม-แน่น-ลึกไว้ รู้จักเปล่งเสียงออกจากท้องสม่ำเสมอ การหัวเราะเสียงก้องขยับขับเคลื่อนส่วนท้อง+ออกเป็นจังหวะ

พลังสัมผัสบำบัด

- ใช้ฝ่ามือ แตะ บนเซลล์กายที่เป็นอาการเครียด หรืออาการ โรคที่รู้ตัว หรือยังไม่รู้ตัว เป็นอาการที่กำลังจะเป็นโรค คือ อวัยวะกายส่วนที่กำลังสั่นอยู่ รู้สึกมันอ่อนแอ อ่อนไหว ชา กระตุก ปวด ตึง เกร็ง หนาวเหน็บ หรือรู้สึกร้อนวูบๆวาบ เพื่อให้พลังชีวิต(Life energy) หรือความอุ่นร้อนจากฝ่ามือ ตนเองในขณะนั้น ส่งผ่านเข้าไปเพิ่มพลังเซลล์ส่วนนั้นๆให้ เกิดการงอกเงยอย่างแข็งแกร่ง แข็งแรงดีขึ้นมาใหม่ ละลายสารชีวเคมีที่ไม่ดีทั้งหลายให้จางหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นการแผ่พลังเข้าไปให้เซลล์กายเริ่มรักษาตัวมันเองได้

สมองหัวเราะ ปิดปากให้เสียงก้องอยู่ในสมอง