ด้วยรำลึกถึงและขอบคุณแหล่งเรียนมาคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมิตรภาพความผูกพันรักใคร่ของผองเพื่อนที่ได้ร่วมเรียนด้วยกันในรั้วสีชมพู เหล่านิสิตเก่าทั้ง ๗ คณะ จึงได้พร้อมใจกันจัดงาน "จุฬาฯ ๒๕๐๗...๕๐ ปีที่ผูกพัน" เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ หอประชุมอาคารมหาจักรีสิรินธร ซึ่งนอกจากเป็นโอกาสของการพบปะสังสันต์รื่นเริงในหมู่กัลยาณมิตรแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับนำไปบริจาคสมทบ กองทุนเพื่อการศึกษาชื่อ จุฬาลงกรณ์บรมราชสมภพ ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

หลังจากพิธีถวายพานพุ่มสักการะพระราชานุสาวรีย์สองรัชกาล คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พร้อมด้วยศาสนพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อความเป็นสิริมงคลของผู้ร่วมงาน และอุทิศส่วนบุญกุศลแก่เพื่อนที่ล่วงลับไปแล้ว จึงเข้าสู่การอัญเชิญพระเกี้ยวสัญญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยขบวนเดินธงของมหาวิทยาลัยและของเจ็ดคณะ ด้วยจังหวะเพลงมาร์ชเดินจุฬา ที่ดังกึกก้องหอประชุม และร่วมร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัย คือเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ อันซาบซ่านไปทั่วใจกายมิรู้ลืม

ข้าพเจ้าได้ถูกเลือกให้เป็นผู้แทนคณะรัฐศาสตร์ แต่งชุดน้องใหม่ร่วมขบานเชิญธงคณะ คู่กับ ดร.สวราช สัจจมาร์ค ผู้มีร่างกายกำยำสง่าสูงใหญ่ นี่เป็นโค้งสุดท้ายแล้วที่ไม่อาจปฏิเสธภารกิจนี้ได้ จึงต้องรีบขอความช่วยเหลือจากหลานป้าที่เป็นชาวจุฬาห่างกันนับสิบรุ่น(ชนัญ ญา เภกะนันทน์) ให้ช่วยจัดหาเครื่องแบบถูกระเบียบอย่างครบถ้วน มาให้ ซึ่งก่อนข้าพเจ้าขึ้นเวที เพื่อนฝูงได้เห็นมาดน้องใหม่ในปีที่ ๕๐ นี้แล้ว อนุมัติผ่านตลอด ทำให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าต้องยืดอก ตัวตรง และก้าวเดิน แกว่งแขนไปข้างหน้า สมเป็นลูกทหาร อย่างฮึกเหิมพร้อมเพรียง


เมื่อเปรียบเทียบภาพเก่าๆสมัยเป็นน้องใหม่ ๕๐ ปีที่ผ่านมา กับรูปลักษณ์ปัจจุบันในชุดน้องใหม่ เห็นความแตกต่างกันเฉพาะเรือนกายที่เปลี่ยนไปตามวัย หากมีความเหมือนเดิมทุกประการแห่งความสุขบนใบหน้าที่เปล่งประกายสดใสที่ได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าพร้อมกับเพื่อนๆร่วมรุ่นของเราอย่างพร้อมเพรียงเช่นนี้

การแสดงบนเวทีในวันนั้น หลากหลายรูปแบบ คือ ระบำสัตวาร เจ็ดสีตามวัน ที่ตระการตาจากเพื่อนๆเจ็ดคณะ ฟ้อนรำอ่่อนช้อยงดงาม และตื่นตาประทับใจกับการรำ ฉุยฉายนาคา และการเต้นระทึกใจชุด นางแมว ก่อนจะถึงการแสดงของน้องนิสิตรุ่นปัจจุบัน ได้จัดมาอภินันทนาการรุ่นพี่ ให้มีความสดชื่นกระชุ่มกระชวยอย่างยิ่ง คือชุดพลังชมพู โดย C.U.Cheer Leader ๘ คน ได้รับเสียงปรบมือมากกว่าการแสดงก่อนหน้านี้ เรียกได้ว่าแย่งซีนรุ่นพี่จริงๆ

ปิดท้ายรายการด้วย การร้องเพลงตามอัธยาศัย จากเพื่อนคณะต่างๆอย่างสนุกสนาน เสียงคุยแข่งกับเสียงเพลง คอแหบแห้งไปตามๆกัน เป็นความสุขของคนวัยไม้ไกล้ฝั่ง แต่ใจยังเกินร้อย ไม่ถอยหนีเมื่อมีการนัดชุมนุมรุ่นทุกครั้ง แต่หากจัดใหญ่ขนาดนี้อีก ๕๐ ปีข้างหน้า ยังน่าสงสัยว่าจะเป็นเช่นไรหนอ...คงเป็นเรื่องยุบหนอ พองหนอ เช่นนั้นแล...

และแล้ว..วันเวลาได้ผ่านมาอีก ๑ ปี พวกเรานัดพบกันใหม่เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฏาคม ๒๕๕๘ ความสุขเปี่ยมล้นยังปรากฏเช่นเดียวกับภาพในบันทึกนี้ จึงได้นำภาพงานเลี้ยงชุมนุมรุ่น ปีที่ ๕๑ มาเพิ่มไว้เป็นที่ระลึก เพื่อเป็นประจักษ์พยานแห่งความอิ่มเอมในมิตรภาพดีๆของพวกเราที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด..

ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจากคุณชนัญญา เภกะนันทน์

...................................................................................................................................................................................