เมื่อวานดร.ป๊อปได้รับอีเมล์จากคุณหมอท่านหนึ่งในเชิงนโยบายสุขภาพแห่งชาติเรื่อง "การวางแผนกำลังคนด้านนักกิจกรรมบำบัดเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุติดเตียงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ" เป็นคำถามเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่ผมเคยได้รับมาทบทวนความคิดของตนเองและร่วมปรึกษากับคณะกรรมการวิชาชีพนักกิจกรรมบำบัดและคณะกรรมการเชิงนโยบายในหลายๆองค์กร และก่อนเมื่อวานนี้ผมก็ยังไม่มีคำตอบใดๆที่ชัดเจน จนขอทบทวนเพื่อหาคำตอบนี้อีกครั้งในวันหยุดเมื่อวานโดยตั้งคำถามทางจิตวิญญาณด้วยเทคนิค Neuro Linguistic Programming (NLP) ในการตั้งโจทย์ที่ว่า "ถ้าดร.ป๊อปไม่มีโอกาสได้อยู่ในโลกนี้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ผมอยากทำและอยากเห็นอะไรในการเพิ่มกำลังคนด้านนักกิจกรรมบำบัดเพื่อดูแลคนไทยที่มีทุกขภาวะจนติดเตียง" แล้วหันหลังไปมองคุณยายที่กำลังนอนติดเตียงอยู่แล้วก็นานๆ ทีที่น้องชายผมหรือตัวผมจะกระตุ้นยกคุณยายให้นั่งบนเตียง เพราะพ่อแม่ของผมก็ดูแลยายจนป่วยและยกยายไม่ไหว น้องชายผมก็นานๆจะกลับมาจากการทำงานต่างจังหวัด เช่นเดียวกับผมที่งานล้นมือตามประสาอาจารย์ที่ป่วยแล้วก็ต้องรับผิดชอบเกินตัวในฐานะนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมคนเดียวของไทย คลิกอ่านบันทึกป่วย-จน-ตาย กับเรื่องราวการดูแลคุณยายเป็นกรณีศึกษา

ผมจึงอีเมล์ตอบคุณหมอท่านนั้นว่า:-

เรียน คุณหมอ... 
 
สำหรับข้อมูลมาตรฐานสากลนักกิจกรรมบำบัดต่อจำนวนประชากร 100,000 คน จากประเทศที่พัฒนาแล้ว (เช่น การศึกษาอัตรากำลังคนด้านนักกิจกรรมบำบัดที่สมบูรณ์ของประเทศแคนาดา) และเป็นสมาชิกของ World Federation of Occupational Therapists (WFOT) คือ 30-50 คน ตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นผลิตนักกิจกรรมบำบัดต่อปีละ 6,000 คน มีมหาวิทยาลัย 30 แห่ง ปัจจุบันมีนักกิจกรรมบำบัด 50,000 คน คลิกอ่านกิจกรรมบำบัดญี่ปุ่นที่มาสาธิต Dance Therapy ที่คณะของดร.ป๊อป
 
ในไทยมีนักกิจกรรมบำบัดที่ขึ้นทะเบียนใบประกอบโรคศิลปะเพียง 876 คน (ณ เดือนมี.ค. 2557) มีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลิตได้ปีละ 80 คน และมหาวิทยาลัยมหิดล ผลิตได้ปีละ 15-30 คน จำนวนที่ต้องการเพิ่ม คือ สถาบันแหล่งผลิตและบุคลากรอาจารย์นักกิจกรรมบำบัด
 
คณะกรรมการวิชาชีพกิจกรรมบำบัดได้เคยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะยาวกับหน่วยงานต่างๆ ในระดับนโยบายสุขภาวะแห่งชาติ แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เมื่อปีพ.ศ. 2555
 
แต่ความเป็นไปได้ของการวางแผนพัฒนากำลังคนด้านนักกิจกรรมบำบัด คือ
1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหิดลในการฝึกอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตร 1 ปีสำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ดูแลที่สนใจในการดูแลผู้ป่วยระยะยาวด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพเบื้องต้นกับอาจารย์กิจกรรมบำบัดและกายภาพบำบัด (รับได้ปีละ 30 คน)
2. ม.มหิดลกำลังจะทำการสำรวจความต้องการในการเปิดหลักสูตร Master of Occupational Therapy อ้างอิงในต่างประเทศที่รับสมัครบุคลากรทุกสายวิชาชีพเข้าเรียนและฝึกทางคลินิกเพิ่มเติม (จากอัตรากำลังอาจารย์ที่มีอยู่ รับได้ไม่เกินปีละ 20 คน) ซึ่งถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถให้ทุนผู้เรียนเหล่านี้เพื่อลงสู่ชุมชนและสร้างเครือข่ายได้ คาดว่าทางผมจะยื่นเปิดหลักสูตรนี้ต่อคณะได้รวดเร็วขึ้น
3. แผนนักเรียนม.6 ที่สนใจดูแลผู้ป่วยระยะยาวในชุมชนเข้าเรียนผ่านระบบรับตรงของม.มหิดลได้ (รับได้ 10-20 คนต่อปี) ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถแสดงความประสงค์ในการระบุจำนวนที่คาดว่าจะให้ม.มหิดลผลิตเพิ่มจากเดิมได้
4. ปัจจุบันผมมีโครงการกิจกรรมบำบัดจัดการความสุขที่เปิดอบรมแบบ Parent/Peer Partnership Programming (PPP) รับฝึกต่อเนื่องระหว่างผู้ดูแลและ/หรือผู้ป่วย 10 รายต่อนักกิจกรรมบำบัด 1 คน อย่างน้อย 6 สัปดาห์ๆ ละ 2 ชม. ซึ่งคิดค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์กายภาพบำบัด ม.มหิดล 400 บาทต่อรายต่อสัปดาห์   
 
ขอบพระคุณมากครับ
ดร.ป๊อป

หลังจากที่ตอบอีเมล์ไป ถ้ามีชีวิตเหลืออยู่ 5 ปี ความเป็นไปได้ข้างต้นก็คงไม่ได้ตอบสนองความต้องการวิชาชีพกิจกรรมบำบัดแก่ผู้ป่วยทุกช่วงวัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในประเทศไทย เพียงแค่เกิดไอเดียของความเป็นไปได้ แต่เมื่อทบทวนพลังกาย-จิต-ใจของตัวเองหลังป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบแล้ว ก็เหนื่อยเหลือเกิน...แต่จะพยายามทำเต็มกำลังความสามารถและลมหายใจที่มีอยู่ในปัจจุบันขณะ ซึ่งบางอารมณ์ความรู้สึกก็อยากสื่อสารให้คนไทยทุกคนรับรู้ว่า "หยุดทำลายประเทศไทย ดีแล้วที่รักประเทศไทย แต่คนดีของไทยทั้งหลายอย่ามัวแต่คิดเองทำเองในเรื่องที่เป็นประโยชน์เฉพาะบุคคลอยู่เลย มีหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ขอได้โปรดช่วยเหลือกันเป็นทีมในการผลักดันโครงการในเชิงนโยบายและทำได้จริงด้วยคนไทยเพื่อคนไทยกันอย่างเป็นรูปธรรมในเร็ววัน เพราะเวลาทุกวินาทีมีค่าเหลือเกินครับผม"