ขอบพระคุณทีมอาจารย์นักกิจกรรมบำบัดชาวญี่ปุ่นที่นำเสนอ "กิจกรรมบำบัดด้วยการเต้น" ให้กับทีมอาจารย์นักกิจกรรมบำบัดและนักกายภาพบำบัด ม.มหิดล

ประสบการณ์ที่ดีมากๆ ตั้งแต่ 8.30-13.30 น. ที่ทีมอาจารย์นักกิจกรรมบำบัดชาวญี่ปุ่นจำนวน 11 ท่าน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง "กิจกรรมบำบัดด้วยการเต้น" ที่ผ่านงานวิจัยที่ประสบผลสำเร็จในผู้ป่วยพาร์กินสัน ผู้ป่วยจิตเภท และผู้ป่วยสมองเสื่อม

ลองคลิกอ่านบทคัดย่อในงานประชุมกิจกรรมบำบัดโลกที่ชิลี  

Acknowledgement

1. Professor Hideki Miyaguchi Ph.D.,MS.,OTR.

2. Lecturer Chinami Ishizuki Ph.D.,MS.,OTR.

Graduate School of Biomedical &Health Sciences 

Division of Occupational Therapy, Hiroshima University,

3. Hajime Nakanishi MS.,OTR.

Hiroshima University Hospital

4. Lecturer Hiroko Hashimoto, MS.,OTR.

Division of Occupational Therapy. Aino University

5. Associate Dean Youko Morimitsu, OTR.

6. Lecturer Katsuhiko Arihisa MS., OTR.

Department of Occupational Therapy, Kitakyusyu Rehabilitation College ,

7. Yuki Takano, Editor

The Japanese Journal of Occupational Therapy

MIWA-SHOTEN Ltd.(publisher)

8. Kaori Anji 

Sales and marketing department

MIWA-SHOTEN Ltd.

and 3 coordinators/translators

ความรู้ที่ดร.ป๊อป ได้รับคือ

  • ประเทศญี่ปุ่นมีโรงเรียน/คณะในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรปริญญาตรีกิจกรรมบำบัดมีมากกว่า 30 แห่ง สามารถผลิตนักกิจกรรมบำบัดปีละมากกว่า 6,000 คน ปัจจุบันมีนักกิจกรรมบำบัดทั่วไป + เฉพาะทางโรค/วัย รวม 50,000 คน มีมานานกว่า 50 ปี ซึ่งมีระบบเรียน 3 ปี (เทคนิคผู้ช่วยนักกิจกรรมบำบัด) โอนต่อยอดระบบเรียน 4 ปี (นักกิจกรรมบำบัด) และศึกษาเฉพาะทางในระดับหลังปริญญา ขณะที่ไทยมีเพียง 2 แห่ง คือ มช. และ ม.มหิดล ผลิตบัณฑิตได้ไม่เกิน 120 คนต่อปี ปัจจุบันมีนักกิจกรรมบำบัดทั่วไป เพียง 700 คน (อีก 100 คน เปลี่ยนอาชีพ) มีมานานกว่า 30 ปี และมีระบบเรียนป.ตรี โท เอก ปกติ สาเหตุที่แตกต่างกันคือ นโยบายของรัฐบาลที่ไม่ส่งเสริมการผลิตบุคลากรสาขากิจกรรมบำบัด และไม่มีการทำงานแบบสหวิชาชีพที่เข้าใจบทบาทนักกิจกรรมบำบัดมากนัก
  • ความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพกิจกรรมบำบัดในญี่ปุ่น คือ การทำงานสร้างสรรค์โปรแกรมใหม่ๆ ในฐานะประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงมาเผยแพร่ช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาต่อไป และยังสนใจเรียนรู้โปรแกรมใหม่ๆ ในประเทศไทย ซึ่งมีนวัตกรรมทางกิจกรรมบำบัดบ้าง แต่ยังเป็นที่รู้จักในนักวิชาชีพแค่นั้นยังไม่ทำให้ประชากรไทยเข้าถึงได้มากนัก
  • ระบบการทำงานของนักกิจกรรมบำบัดญี่ปุ่นมีความคล้ายคลึงกับไทย แต่ความยืดหยุ่นทางกิจกรรมบำบัดศึกษา ที่ให้โอกาสผู้เรียนหลายสาขาวิชา/เทคนิคเข้าเรียนต่อทางกิจกรรมบำบัดได้ในญี่ปุ่น แต่ในไทยยังจำกัดแค่ระดับปริญญาตรีต่อยอดในสาขาเดียวกันเท่านั้น
  • ผู้ที่สอบผ่านใบประกอบโรคศิลป์กิจกรรมบำบัดในญี่ปุ่นประมาณ 70-90% แต่ในไทยประมาณ 60% 
  • ความมีชีวิตชีวาของนักกิจกรรมบำบัดญี่ปุ่นนั้นดูดีกว่าไทยมาก เห็นได้จากการจัดสวัสดิการให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย/จิตสังคม ในระยะแรกของโรค ได้รับบริการทางกิจกรรมบำบัดในรพ.และคลินิกกิจกรรมบำบัด ในช่วง 3 เดือนแรก แล้วเข้าถึงการทำกิจกรรมบำบัดในชุมชนพร้อมสหวิชาชีพอื่นๆ ได้เต็มประสิทธิผล แต่ในไทยกำลังพัฒนาระบบกฎหมายและยังขาดแคลนอยู่มากในระบบสุขภาวะชุมชน และยังไม่สามารถเปิดคลินิกได้ เว้นแต่เปิดเป็นศูนย์สุขภาพร่วมกันแพทย์ไทย