เพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วิธีการสรรหาและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ พ.ศ. ๒๕๕๔ 
อาศัยอำนาจตาม ข้อ ๗ (๑) จึงกำหนดแนวทางการคัดสรรบุคคลเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นกรรมการสงเคราะห์ดังนี้ 
๑. ให้ประชุมคณะกรรมการสรรหา พิจารณากำหนดจำนวนกรรมการสงเคราะห์ที่เหมาะสม 
สถานพินิจที่ไม่มีสถานแรกรับควรมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๕ คน 
สถานพินิจที่มีสถานแรกรับควรมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๔๐ คน และ
สถานพินิจที่มีสถานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกับศูนย์ฝึกและอบรมและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ควรมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๖๐ คน
๒. การสรรหากรรมการสงเคราะห์ ต้องสรรหาผู้มีความรู้และประสบการณ์โดยสรรหาให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน
๓. ประชาสัมพันธ์ / ประกาศรับสมัคร / เชิญชวน บุคคลให้กรอกใบสมัครตามแบบที่กำหนด 
โดยมีรายละเอียดคุณสมบัติของกรรมการสงเคราะห์ตามที่กฎหมายกำหนด 
๔. ประชุมพิจารณาคัดสรรจากใบสมัครในเบื้องต้น คัดกรองผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดว่าเป็นคุณสมบัติของกรรมการสงเคราะห์
๕. เชิญสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาความเหมาะสม บุคลิกภาพ ทัศนคติ แรงบันดาลใจ และ ความพร้อมในการเสียสละ อุทิศตนเป็นกรรมการสงเคราะห์ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ ของกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ
๖. ประชุมพิจารณาประเมินความเหมาะสม ในประเด็นดังต่อไปนี้
(๑) การกระทำความผิดกฎหมายเว้นแต่ทำผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ
(๒) ประกอบอาชีพโดยสุจริต ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี
(๓) ผู้ที่จะเป็นกรรมการสงเคราะห์ รวมถึงครอบครัวจะต้องไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย
(๔) เป็นผู้มีจิตอาสา 
๗. ตรวจสอบประวัติการกระทำผิดกฎหมายทั้งคดีอาญา และคดีแพ่ง
๘. คณะกรรมการสรรหาลงมติ เสนอรายชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจ
๙. ทำหนังสือเสนอรายชื่อบุคคล ข้อมูลส่วนตัว พร้อมรายงานผลการประชุมของคณะกรรมการสรรหาส่งให้กรมพินิจฯ เพื่อดำเนินการเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง 

ที่มาของข้อมูล กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน