สุขสันต์วันลอยกระทงครับทุกท่าน ขอให้ความเจ็บป่วยและความทุกข์ใดๆ จงลอยไปกับสายน้ำเมื่อได้บูชาพระแม่คงคา 

ผมเองก็ดีใจที่จะได้มีโอกาสลอยกระทง หลังจากร้องไห้เสียใจกับภาวะเจ็บป่วยของตนเองรวม 4 อาทิตย์

ย้อนไปเมื่อ 22 ต.ค. 2556 จริงๆ ก่อนหน้านี้ 4 วัน ผมมีอาการอ่อนแรงที่ขาพับข้างขวา คล้ายๆ ไฟช๊อตแรงหายไปเฉยๆ พอนั่งพักซัก 5 นาที ก็มีแรงเดินได้ ตัวเองมีความรู้ทางกิจกรรมบำบัดในโรคหลอดเลือดสมองและเขียนหนังสือจิตสำนึกฝึกสมองหลังอัมพาตก็ไม่ได้เอะใจใดๆ จนต้องเดินทางไปหมู่บ้านจะบูสี ณ ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย เดินขึ้นลงดอยก็มีอาการขาพับและปลายเท้าตก จนตอนกลางคืนหลังเต้นกับชาวเขาก็มีอาการหนักขึ้น "อ่อนแรงแขนขาครึ่งซีกขวา ใบหน้า-ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ราว 30 วินาที คล้ายๆ ไฟช๊อตจนไม่มีแรง พี่ๆหมอที่ไปด้วยกันพยายามตรวจประเมินอาการของผมและตัดสินใจติดต่ออาจารย์หมอให้ส่งรพ.ที่ใกล้ที่สุดคือ รพ.แม่จันแล้วค่อยๆส่งต่อรพ.เชียงรายฯ" ผมต้องขอบพระคุณท่านผู้นำหมู่บ้านและสจ. (ผมขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) ที่ช่วยขับรถส่งรพ.ได้ภายใน 2 ชม. แม้ว่าดูเหมืิอนจะมีแรงคืนแต่ก็เสี่ยงมากๆ ที่มีโรคสมองขาดเลือดชั่วคราว และโรคไทรอยด์ จนกระทั่งต้องได้รับออกซิเจน น้ำเกลือ ยาฉีดทางเส้นเลือด และเข้าห้องฉุกเฉิน มีการเจาะตรวจเลือดหลายอย่าง และพักห้องพิเศษ รวมได้ออกจากรพ.เชียงรายฯ วันที่ 26 ต.ค. 2556 โดยมีพี่นุ้ย พี่รัตน์ และพี่ใหม่ เป็นสามทหารเสือที่คอยประสานงาน ติดตาม ดูแล และนอนเฝ้าผม ซึ่งผมขอบพระคุณและประทับใจอย่างสุดซึ้งในความรักของพี่สาวและพี่ชายทั้งสามท่าน จนถึงคอยดูแลผมขณะที่เสี่ยงกับความดันอากาศที่นั่งเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ จนต้องนั่งรถเข็นออกมาจากสนามบิน รวมทั้งคุณหมอฐานุตร์และคุณหมออีกท่าน (ผมขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) และทีมพยาบาลและท่านอื่นๆ ทั้งจากรพ.แม่จัน และรพ.เชียงรายฯ นอกจากนี้ผมต้องขอบพระคุณกำลังใจจากท่านอาจารย์โกมาตรและพี่น้องเพื่อนคศน.ที่ร่วมเดินทางไปเรียนรู้กับผม ณ เชียงราย ตลอดจนน้องมินท์ น้องเบญ และน้องนุ้ย ที่คอยดูแลผมมากๆ เช่นกัน

ผมร้องไห้มากๆเมื่อเจอแม่ที่เคยป่วย พ่อที่เพิ่งหายป่วย น้อง แฟนของน้อง แฟนของผม และยายที่นอนป่วยบนเตียง เพราะไม่คิดว่าจะรอดจากภาวะความตายและกำลังป่วยในแบบที่น่าจะมาจาก "ความไม่ดูแลตนเอง ความไม่ออกกำลังกาย และความประมาทที่ทำงานไม่พักผ่อน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา" รวมทั้งแม้ว่าจะโชคดีที่อาการไม่รุนแรง คือ เนื้อสมองยังไม่ตาย มีอาการชั่วคราวและหายเป็นปกติ เพราะมีหลอดเลือดข้างเคียงมาเลี้ยงแทน และไม่พิการ หรือ Minor Stroke ก็ยังกังวลกับอนาคตของการใช้ชีวิตและทำงานในฐานะนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมคนเดียวของไทย อย่างไรก็ตามขอบพระคุณการดูแลที่ดีมากๆจากครอบครัว

และในวันจันทร์ถัดไป ผมได้พบคุณหมอยงชัย และคุณหมอวีรชัย ณ รพ.ศิริราช (สรุปคือ เป็นโรคหลอดเลือดแข็งตัว ทำให้เกิดหลอดเลือดสมองตีบ ที่ต้องเคร่งครัดในการทานยาและออกกำลังกาย) ด้วยความกรุณาในการติดต่อและการช่วยเหลืออย่างมากจากท่านคณบดีของผม อ.รุ่งทิวา ขอบพระคุณคุณหมอทั้งสองท่านและท่านคณบดี อ.จูล และอ.เบิร์ด และขอบคุณความช่วยเหลือจากน้องเจี๊ยบและกำลังใจจากทุกท่านที่ไปเยี่ยมและพบเจอ ณ รพ.ศิริราช เช่น อ.กานดา (หัวหน้าที่ผมเคารพรักอย่างสูง) พี่เต๋า น้องลาภ น้องวศิน อ.ป่านและน้องๆวิจัยหุ่นยนต์ออทิสติก พี่แป้นและพี่ฐา น้องพร (ขออภัยถ้าผมไม่ได้ใส่ชื่อและจำได้ไม่หมด) ฯลฯ และลูกศิษย์กิจกรรมบำบัดมหิดล (น้องสรรค์และน้องท๊อป) กับเพื่อนๆ สาธิตรามคำแหง (ธนันต์ รัช มด ดาว และแฟนเพื่อนๆ) ที่ไปเยี่ยมที่บ้าน

จนปัจจุบันอาการดีขึ้นจนจะทำงานได้ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. ศกนี้ ในประสบการณ์ที่นั่งนอนกินที่บ้าน ทำให้ผมรับรู้และเรียนรู้ว่า กิจกรรมการดำเนินชีวิตที่ผู้ป่วยพักฟื้นที่บ้านควรค่อยๆบำบัดฟื้นฟู ได้แก่ การเดินอย่างช้าๆจากห้องนอนไปห้องน้ำ การนั่งอาบน้ำอย่างมีสติ การเดินอย่างช้าๆ จากห้องรับแขกไปห้องครัว การนั่งทานข้าวตรงเวลาและเน้นผักก่อนทานยา การทานยาอย่างมีสติไม่ขาดไม่เกินจำนวนที่หมอสั่ง การนั่งทำงานคอมพิวเตอร์ไม่เกิน 30 นาที การใช้โทรศัพท์ไม่แนบหูแต่ใช้ลำโพง การนอนหัวค่ำ การพบหมอทางเลือก (ขอบคุณพี่ก่อเขต) การทานน้ำอุ่นครึ่งแก้วก่อนนอน (ขอบคุณพี่แตง) การเตรียมตัวยามฉุกเฉิน (ส่งรพ.ภายใน 4 ชม.ครึ่ง) การตรวจวัดความดัน-ชีพจรด้วยเครื่องตนเองและบันทึกทุกวัน (ไม่เกิน 140/90 มม.ปรอท ชีพจรอย่าเกิน 90 ครั้ง/นาที) การสวดมนต์ทำสมาธิ (ขอบคุณพี่สุ) การแผ่เมตตาเจ้ากรรม (ขอบคุณหนุ่ย) การฝึกไปวัดทำบุญ การนอนและนั่งในรถไปรพ.-การฝึกเดินห้างดูหนัง (ขอบคุณคุณต่อ) การฝึกขับรถ การช่วยเหลือขับรถไปที่ทำงาน (ขอบคุณอ.น้อง) การฝึกไปทานข้าวนอกบ้าน การฝึกเดินตลาด การอ่านคำกำลังใจจากพี่น้องเพื่อน (ขอบคุณทุกๆท่านทางมือถือ เช่น อ.ศิริวัฒน์ พี่ตุ๊กจาก Perth พี่โอ๋ พี่จี พี่เกด พี่อ๋อย พี่อํ๋น พี่หน่อง พี่โอเล่ พี่ๆน้องๆ เพื่อนๆ กิจกรรมบำบัด อาจารย์กิจกรรมบำบัดมช. อาจารย์กิจกรรมบำบัดกับกายภาพบำบัดมหิดล คศน. MUEDP-11 ฯลฯ ใน Email & Facebook & LINE ขออภัยที่มิได้กล่าวถึงได้หมด) และที่ำสำคัญผมได้ความรู้จากการออกกำลังกายเฉพาะในอาการแบบผม เช่น การฝึก step up & down, การฝึกขยับแขนและมือแบบ PNF (Proprioceptive Neurological Fascilitation), การออกกำลังกาบแบบแอโรบิค ฯลฯ 

และนี่คือสัญญาณเตือนในการใช้ชีวิตของดร.ป๊อปอย่างไม่ประมาทอีกต่อไป ควรต้องสติและจัดการกับความรู้สึกต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไปและปล่อยวางขณะที่ทำกิจกรรมต่างๆอย่างช้า บางครั้งถ้าผมใช้งานร่างกายมากจนเกินไป ก็จะรู้สึกเป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ รู้สึกมึนศรีษะ รู้สึกอยากนอนหงาย รู้สึกตามีไฟกระพริบ รู้สึกเบื่อที่ทำอะไรไม่ได้ รู้สึกหงุดหงิดง่าย และรู้สึกอยากตาย เอาหละ...เส้นทางที่ต้องใช้ชีวิตให้มีคุณค่ายังคงเป็นปัจจุบันและจะทำให้ดีที่สุดทั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ขออโหสิกรรมแก่ทุกๆท่านและเจ้ากรรมนายเวรที่ข้าพเจ้าได้เคยทำกรรมในชาตินี้และชาติที่ผ่านมา และบุญกุศลทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้ทำในชาตินี้ได้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรและขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญตลอดไป สาธุๆๆ