๒. ไม่แชร์..พบเห็นคำพูดไม่เหมาะสม การกล่าวร้าย สร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง การใช้วาจากล่าวโทษผู้อื่นอย่างไม่มีเหตุผล เราก็จะไม่แชร์ให้เกิดความบาดหมางกันทั้งสองฝ่าย จะนำมาซึ่งการสร้างความเข้าใจผิดกันในสังคม

ออกจากบ้านตีห้าครึ่ง..นั่งรถตู้ลงสายใต้ ต่อแท๊กซี่ ไปซอยงามดูพลี ที่ตั้งสำนักงาน สสส.อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ร่วมงานเสวนากับโกทูโนว์เป็นครั้งแรก..ดีใจที่ได้โอกาสดีๆ แต่ก็มึความรู้สึกมึนงงกับการเดินทางที่เร่งรีบ..ถึงห้องประชุม ๐๙.๓๐ น.

หัวข้อที่พูดคุยกันวันนี้..ปิยวาจา- ปัญญา สร้างสุขในโลกออนไลน์ นาทีที่ไปถึงอยู่ในช่วงแนะนำตัว ผมเห็นเบื้องหน้าสมาชิกมีแผ่นกระดาษที่วิทยากรให้วาดรูป ผมก็เลยลงมือวาดบ้าง พอถึงคิวแนะนำตัว ผมก็บอกไปว่า..ผมมีความสุขที่ได้เขียนบันทึก และเห็นว่าโกทูโนว์เป็นเวทีอันทรงคุณค่า และไม่ลืมเอ่ยถึงผู้มีพระคุณ ที่ช่วยเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้ผมก้าวเดิน..เพลิดเพลินกับงานเขียน..จนถึงวันนี้ ซึ่งก็มี พี่ภาทิพย์ อ.อิงจันทร์ พี่มะเดื่อและ อ.ขจิต

ช่วงอภิปรายกลุ่ม..ผมอยู่กลุ่ม ๒ กับพี่ใหญ่ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม..พี่ใหญ่ให้แนวคิดเกี่ยวกับปิยวาจาได้อย่างชัดเจน ตรงประเด็น และเข้าใจง่าย เป็นที่ยอมรับของสมาชิกภายในกลุ่ม ผมทำหน้าที่ออกไปนำเสนอ จึงจำได้ขึ้นใจว่า ปิยวาจา เป็นสิ่งที่พึงกระทำ และควรย้ำเตือนใจไว้เสมอ โดยคำนึงถึง กาละเทศะ ใจเขาใจเรา พูดในสิ่งสร้างสรรค์ มีเหตุผลและใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ที่สำคัญ..ต้องมีเมตตาธรรมด้วย 

ความคิดเห็นส่วนตัว..จากการประมวลความคิดที่ได้ฟังทุกกลุ่ม ผมคิดว่า..เมื่อเรียนรู้ที่จะใช้ปิยวาจา ใช้ปัญญาในสื่อออนไลน์แล้ว ต่อไปนี้..ผม(รวมสมาชิกทุกคนด้วยนะ)จะยึดมั่นใน..๓ ช. ต่อไปนี้

๑.  ไม่ใช้...คำพูดหยาบคายในสื่อ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดให้ร้ายป้ายสีใคร ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่ยกตนข่มท่าน..จะใช้แต่วาจาที่สร้างสรรค์จรรโลงใจ

๒.  ไม่แชร์..พบเห็นคำพูดไม่เหมาะสม การกล่าวร้าย สร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง การใช้วาจากล่าวโทษผู้อื่นอย่างไม่มีเหตุผล เราก็จะไม่แชร์ให้เกิดความบาดหมางกันทั้งสองฝ่าย จะนำมาซึ่งการสร้างความเข้าใจผิดกันในสังคม

๓.  ไม่เชื่อ..เมื่อมีคำพูดที่ขาดข้อมูล ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่สร้างความแตกแยก และสร้างความโกรธ-เกลียดชังกัน ยุยง แบ่งพรรคแบ่งพวก สาดโคลนใส่กัน เราก็จะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ใช้ปัญญาไตร่ตรองก่อนเสมอ

ดังนั้น..๓ ช. พอเพียง จึงเป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่นำไปสู่การฝึกทักษะชีวิตให้เป็นผู้ที่มีปิยวาจาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

วันนี้..จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่ได้ความรู้ และดีใจมากที่พบนักคิดนักเขียนหลายท่าน อาทิ ครูพีร์..คุณ พ.แจ่มจำรัส  อ.ขจิต พี่ใหญ่ ดร.จอย น้องวศิณ และกล้วยไข่ ฯลฯ

อ.ขจิต..จะลืมท่านไม่ได้เลย เพราะท่านชวนผมขึ้นไปที่ชั้น ๖ ของอาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ บนนั้นมีการปลูกผักปลอดสารพิษ อย่างจริงจังและเป็นระบบ ผักสวนครัวนานาชนิด เห็นแล้วสดชื่นและสุขใจ ได้ความคิดแบบง่ายๆเลย ว่าปลูกผักไม่เห็นมีอะไรยาก..แล้วเมื่อไหร่..ผมจะมีเวลาได้ปลูกอย่างนี้บ้าง..

สุดท้ายนี้..ขอบคุณโกทูโนว์ที่ทำให้ผมอยากคิดดีพูดดีทำดีมากขึ้น ขอบคุณสมาชิกทุกคน ที่ให้กำลังใจ ให้ดอกไม้และรับฟังความคิดเห็น ขอบคุณครูพีร์ที่ให้เสื้อน่าสวมใส่ที่ข้างหลังเสื้อเขียนว่า..

"ใครก็ตามที่มีรสนิยมการอ่านหนังสือดี ย่อมทนต่อความเงียบเหงาในทุกแห่งได้.."มหาตมะ คานธี

 

                                                                    ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                                     ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๗