สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ EADP รุ่น 10 ทุกท่าน
ขอต้อนรับเข้าสู่ ช่วงที่ 3 ของ หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 10 (ปี 2557) หรือEGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2014 ระหว่างวันที่ 18-21 มีนาคม 2557
แม้ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องเรื่องคนให้กับ กฟผ. มาปีนี้เป็นปีที่ 10 แต่ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะแสวงหาความรู้ที่สด และทันสมัยมาแบ่งปันกับลูกศิษย์ของผมเสมอ
จากการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารของ กฟผ. ในระดับผู้อำนวยการ 3 รุ่น และในระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอีก 6 รุ่นที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจในลูกศิษย์ของผมที่วันนี้หลายคนเติบโต และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคม
"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา
สิ่งที่ผมและคน "กฟผ." ต้องระลึกถึงเสมอ คือ ผู้นำของเรา ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าการ กฟผ. และอดีตผู้ว่าการฯ ทุกท่าน น่าชื่นชมที่มีปรัชญาและความเชื่อว่า "คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร" สูตรสำเร็จของการพัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กรในยุคนี้ คือ ผู้นำหรือ CEO+SMART HR+ Non-HR และผมเชื่อว่าการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ใน กฟผ. อย่างต่อเนื่องจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ กฟผ. เติบโตอย่างยั่งยืนได้แน่นอน
สำหรับการพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 10 ในปีนี้ ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ กฟผ. และเป็นการสร้างที่สร้างความสุขให้แก่คนไทยต่อไป และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และแบ่งปันความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมของเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
...........................................................................
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้
วันอังคารที่ 18 มีนาคม 2557
10.00 - 12.30 น.
ศึกษาดูงาน ณ มูลนิธิชัยพัฒนา
เยี่ยมคารวะ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมรับฟังการบรรยาย “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
สรุปการบรรยายโดย ทีมงานวิชาการ Chira Academy
ศึกษาดูงาน ณ มูลนิธิชัยพัฒนา
บรรยาย “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา
วันที่ 18 มีนาคม 2557
ณ มูลนิธิชัยพัฒนา
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
- การเรียนในวันนี้ เราเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เน้นการทำงานต่อเนื่อง
- ต้องมี Mindset ที่มองไปในอนาคตว่า Challenge เป็นอย่างไร
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
- เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก อย่าติดคำว่าเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง ความจริงแล้ว สังคมต้องพอเพียงด้วย การเมืองก็ต้องพอเพียงด้วยเช่นกัน แต่ละฝ่ายอย่าก้าวล่วงก้าวล้ำในสิ่งที่เกินประมาณ
- อยากให้ศึกษาจากบทเรียนในอดีตของประเทศไทยที่ผ่านมา ตัวอย่างเรื่องการทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้ดูที่เหตุก่อนว่าเกิดเหตุอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่ปี 39 ปี 40 เกิดเหตุอะไรแล้วศึกษาจากสิ่งที่เกิดผ่านมานั้นมาเป็นบทเรียนในปัจจุบัน
- ยกตัวอย่างบ้านของเรา เราต้องดูแลและแคร์บ้านของเราด้วย แคร์คนในบ้านด้วย เช่นเดียวกับโลกของเรา
- Cosmic Calendar (10 ล้านปี)เพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจน เห็นว่าโลกนี้มีวิวัฒนาการตลอดเวลา มี Mass Extinction โดยสมมุติให้เริ่มตั้งแต่ 1Jan – 31 Dec ง่าย ๆ
ปัญหาของโลกเกิดจากการบริโภคที่เกินพอดี
- วันนี้เหลือระบบเดียวที่ครองโลกอยู่ในขณะนี้ คือการบริโภคนิยม โดยเฉพาะประเทศคอมมิวนิสต์เก่า บริโภคแบบบ้าเลือด เช่นรัสเซีย หรือจีนเป็นต้น
- ประเทศไทยมีทุกอย่างครบหมด แต่ข้อเสียคือไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดี ยกเว้น กฟผ. ถือว่าเป็นเรื่องการบริหารจัดการที่ดีมาก
- การพอเพียงจะรักษาความพอดีขึ้นไป
มนุษย์บริโภคทรัพยากรเกินขีดจำกัด (Living Planet Report ,2010)
- ในปี 2504- 2518 เป็นช่วง World Bio Capacity และในปี 2518 พบว่าจำนวนของกับคนสมดุลกัน แต่หลังจากปี 2518 พบว่าการบริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปี 2550พบว่าเป็นจุดเกินเลย 1.5 เท่าของโลกของการบริโภค
- ณ วันนี้ในโลกคนอดตายอยู่ 5 ล้านคน ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีอาหารที่สมบูรณ์มาก แต่การบริหารจัดการที่ไม่ดี สามารถทำให้ไทยขาดแคลนอาหารได้
- ประเทศที่พัฒนาแล้วบริโภคมาก ยิ่งคนรวยมากยิ่งบริโภคมาก ถ้าหากทุกคนบริโภคถึงคนอเมริกันหรือยุโรปต้องมีโลกถึง 3 ใบ เนื่องจากบริโภคมากขึ้น และขยะมากขึ้น
- การบริโภคทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยทำให้ดรรชนีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของโลกลดลง
KPM กับ GCK
KPM (Knowledge,Power,Money) (จากอดีตถึงปัจจุบัน)
- เน้น GDP
- ระบบทุนนิยม
- การแข่งขัน การแก่งแย่ง
- การใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย (ภัยพิบัติ มลภาวะ ปัญหาสังคม)
สรุปคือ
เป็นมุมมองที่เน้นเงิน ทำได้ถ้าคนอยากทำและเน้นการบริหารจัดการที่ดี แต่ถ้าทำไม่ดีจะเกิดเศรษฐกิจ Bubble Economy เป็นการโตแบบฟองสบู่ การเปิดเสรีมากเนื่องจากบ้าเรื่องเงินมากเกินไป การฟรีคือดีแต่ถ้าไม่มีระบบ ระเบียบควบคุมไว้ ก็เกิดปัญหาได้
ในระดับโลกจึงมีอีกกระแสหนึ่งเข้ามาช่วยในการพัฒนา เรียกว่าระบบ GCK
GCK (Goodness ,Culture, Knowledge) (อนาคต)
- เน้น GNH
- ระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเอง
- เน้นการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
- เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรฯ
- ส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล
สรุปคือ
เป็นมุมมองที่เน้นความสุข ใช้ Knowledge มาระดมเพื่อรักษา Good governance และ Culture เน้นเรื่องความคุ้ม โดยศึกษา Cost Benefit และ Monetary Term ต้องเน้นเรื่องการ Management และ Sustainability
เศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเอง คือการใช้ทรัพยากรรอบตัวให้ถูกต้องเสียก่อน ไม่ใช่ Import เข้ามาโดยไม่ได้ศึกษาอะไร
การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ต้นอัมพวา ทำไมชื่อต้นอัมพวา คนไม่รู้ แต่พูดแล้วทำไมคนอยากรู้ การนำเรือไปดูหิ่งห้อยโดยใช้เรือพายต่อจากเรือหางยาว
เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ คือ ธรรมชาติจะช่วยให้ชีวิตเราอยู่อย่างมีความสุขและยั่งยืน
ธรรมาภิบาล เป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นผู้ที่จะมาปกครองต้องมีคุณธรรมและความดีมาก่อน แล้วเรื่องระบบค่อยตามมาที่หลังได้ ถ้าผู้นำไม่ดี จะทำให้ระบบไม่ดีไปด้วย
มนุษย์ต้องเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อนำไปสู่ความมั่นคงยั่งยืนของชีวิต
ตัวอย่างเช่นพลังงาน ต้องรู้ที่จักใช้อย่างประหยัด
การพัฒนาที่ยั่งยืน
- การพัฒนาที่มีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
- เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน
- ไม่เน้น Cost Benefit – คำนึงถึงกำไรว่าคุ้ม หรือไม่คุ้ม
- แต่ใช้ Cost effectiveness – ไม่คำนึงถึงจำนวนเงิน แต่คำนึงว่าการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพนั้น ใช้จ่ายได้น้อยที่สุดอย่างไร จะขจัดโดยใช้เงินน้อยที่สุดอย่างไร
เศรษฐกิจพอเพียง
- องค์กรไหนก็ทำได้ เช่นปูนซีเมนต์ พัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงไว้ 3 เรื่อง หลัก ๆ คือ
1. พอประมาณ คือตรวจสอบดูทุนเราก่อนว่าทุนเรามีแค่ไหนอย่างไร อย่าอ้าขาผวาปีกไปทำอะไรที่เกินทุนของเรา และให้ดูทางทุนทางกายภาพด้วย เช่น ความแข็งแรงยังมีอยู่หรือไม่ ดังนั้นคือต้องประเมินก่อน ทุกท่านต้องประเมินตนเอง เราทำแล้วผลพวงเป็นอย่างไรบ้าง จุดแข็ง จุดอ่อนเป็นอย่างไร ต้องทำ Self Assessment ก่อน แต่ถ้าใช้กับ กฟผ. ต้องทำ Corporate Assessment ก่อน สรุปคือทุกอย่างต้อง Assessment หมด และที่สำคัญคือ Human Resource ไม่ใช่แค่กำลังคนเท่านั้น แต่การพัฒนาคนต้องพัฒนาทุกมิติ คือมีคุณธรรม มีวิสัยทัศน์ ฯลฯ หรือไม่
2. มีเหตุมีผล เช่น ตัวอย่างการใช้เงินให้ใช้เหตุผลเป็นเครื่องนำทาง แต่ส่วนใหญ่ชอบทำตามอารมณ์ ต้องรู้จักใช้เหตุผลให้ได้ การสร้างเหตุผลได้ต้องมีสติ ตัวอย่างเช่นงบประมาณ 2.2 ล้านบาท ต้องมีเหตุผลในการใช้เงินว่าไปทำอะไร มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ต้องผ่านจากการประเมินจากปริมาณมาดูที่คุณภาพ (Quality) แล้วแต่ลักษณะเวลาและโอกาส หรือเรียกว่า กาลเทศะ ตัวอย่างเช่นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เมื่อปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะทำอย่างไร จะดันทุรังทำในนี้หรือไม่ หรือจะไปปริมาณปรมาณู วิธีคิดควรต้องคิดใหม่หรือไม่ พอเพียงหรือเพียงพอ จะ Backgroud ที่ผ่านมากฟผ.ใช้เพียงพอเป็นตัวนำตลอด เอา Demand เป็นตัวตั้งแล้วสร้าง Supply สนอง Demand ให้ได้ แต่อยากให้ต่อไปลองคิดกลับคือให้เอา Supply เป็นตัวตั้งแล้วเอา Demand เป็นตัวตาม เป็นการ Project Supply ว่า กฟผ.จะสามารถผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเกิดการถ่วงดุลขึ้น ผลิตได้ตามกำลังจำกัด ต่อมาให้ลองปรับ Demand ให้ตาม Supply Available ได้หรือไม่ เช่นอุณหภูมิแอร์ไม่ต้องเย็นมาก ช่วยประหยัดได้หรือไม่ เรื่องน้ำ Critical จุดไหนแล้วที่เราสนใจ นิวเคลียร์จะเอาหรือไม่
3. มีภูมิคุ้มกัน ตัวอย่างที่ปรับใช้ กฟผ. เช่นเมื่อวันหนึ่งพลังงานไม่มีจะเอาอะไรทดแทน จะประหยัดได้อย่างไร ประเทศไทยรวยมากหรือถึงต้อง Import จากข้างนอก อะไรที่เป็น Discipline บริหารให้ดี
ตัวอย่างเช่น บริษัทใหญ่ในประเทศไทยที่ใช้คำว่าเครือ เช่นเครือซี.พี. แตกเป็นประมาณ 200 บริษัท เครือซีเมนต์ไทยก็มีหลายบริษัท ตอนภาวะเศรษฐกิจปี 39,40 เศรษฐกิจไม่ดี บริษัทล้ม ให้กลับไปใช้แนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือประเมินว่า บริษัทจริง ๆ เราเก่งอะไรกันแน่ และมีความจำเป็นหรือไม่ที่ควรจะมีถึง 200 บริษัท จึงนำมาสู่ว่า ต่อไปนี้จะเก็บแต่ Core Business ที่เหลือขายทิ้งให้หมด ตัวอย่างปูนซีเมนต์ไทย สามารถใช้แนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วทำให้ผลการดำเนินงาน มีPerformance ดีกว่าแต่ก่อน หนี้ที่เคยติด 5 หมื่นแปดพันล้านบาท สามารถหายไป เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้สอนให้จน แต่สอนให้รวยอย่างไรให้ยั่งยืน ดังนั้นคือไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่ใหญ่อย่างไรให้ยั่งยืน ต้องมุ่งไปสู่สมดุล มั่นคง ยั่งยืนให้ได้
การร่วมแสดงความคิดเห็น
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ความลึกซึ้งของ ดร.สุเมธ ไม่ได้แค่มาจากการบรรยายเท่านั้น แต่เป็นการสะสมประสบการณ์ของท่านเป็นการขยี้ประเด็น ให้ทุกท่านคิดสิ่งสำคัญคือ ชีวิตคนเราหยุดการเรียนรู้ไม่ได้ เราต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ใครจะถามหรือ Comment ให้กลั่นกรองและใช้ประสบการณ์
ตัวอย่างบทความของคนที่เรียน Computer Science ไปอยู่ในบริษัทชั้นนำคนหนึ่งได้รับเงินถึงปีละ 100,000 เหรียญ แต่เขาต้องการใช้แบบเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนที่เหลือไปสร้างมูลนิธิฯ โดยมีแนวคิดว่ายิ่งมีเงินมาก จะยิ่งบริโภคและโลภมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่สิ่งดี จึงอยากฝากให้คนในห้องทราบ (ต่างจากคนอเมริกาส่วนใหญ่ที่เมื่อได้เงินเดือนมากขึ้น ก็จะบริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ) เป็นบทเรียนว่า เมื่อ Income มากขึ้นแล้ว Donate ให้มูลนิธิฯ จะดีมาก
ยิ่ง Growth มาก ยิ่งใช้พลังงานมาก และใช้พลังงานมากจะตายที่ Sustainability
อยากให้ดูว่าสิ่งที่ Impact ต่อตนเอง องค์กร และประเทศคืออะไร
1. พฤติกรรมของตน ให้ประเมินตนเองหรือ Assessment ตนเอง องค์กรจะดีขึ้นได้อย่างไร ถ้าไม่รู้จักตนเอง
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ปัญหาการจัดการของไทยส่วนใหญ่มาจากการขาดการบริหารจัดการที่ดี 70% ไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งก็คือคนไทย จะบริหารคนไทยให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร ในเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้และเข้าใจในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ด้วยการเป็นปัญหาของข้าราชการเล็ก ๆ ในการปฏิบัตินำไปใช้ยากเนื่องจากถูกอำนาจอย่างอื่นครอบงำ
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
จริง ๆ เรื่องนี้เป็นปัญหาทั่วไปที่เจอกันบ่อย มีคนถามว่าทำไมเศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่สำเร็จ เนื่องจากว่า ทุกคนดูเข้าใจแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างแท้จริงได้ เนื่องจากไทยไม่ค่อยมี Leadership และคนไทยชอบตามมากกว่าชอบนำ ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียงจะทำสำเร็จจริง ๆ ต้องเป็น National Movement ตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี เดินไปในกระแสเดียว ดังนั้น คือสำคัญที่ผู้นำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นเพียง Spiritual Leader มากกว่า ดังนั้น ในมุมข้าราชการเล็ก ๆ ให้ลองทำที่ตัวเองก่อน แล้วขยายกลุ่มไปที่เพื่อน ๆ จนกลายเป็นก้อนใหญ่
สรุปการบรรยาย (ต่อ)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
อยากเห็นกฟผ. ใน 10 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
อยากให้รักษา Spirit ของ กฟผ.ไว้ ที่มองมีรัฐวิสาหกิจหนึ่งเดียวที่สะดุดใจ ดร.สุเมธ คือ ดี มีวิสัยทัศน์ ตกลงกันง่าย ต่อเนื่อง เร็ว นับได้ว่าเป็นการจุติที่ดี ให้เก่ง ดี ยั่งยืน มองอนาคตได้ไกลต่อไป
ร่วมแสดงความคิดเห็น
โครงการคืนช้างสู่ป่านับว่าเป็นความภูมิใจที่ได้ทำร่วมกับทางมูลนิธิฯ เรื่อง Sufficiency Economy หลักการที่ขอใช้เรียนรู้ในการพัฒนาคือเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา อยากได้ข้อชี้แนะเรื่องหลักการนี้เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
เรื่องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา หมายถึงอะไรก็ได้ต้องเริ่มต้นด้วย 3 คำนี้
เข้าใจ หมายถึง พอประมาณ คือจะทำอะไรก็ตามต้องเข้าใจก่อนว่าทำอะไร เข้าใจในภารกิจ ในทุนของเรา ทำเรื่องที่เป็นสาระจริง ๆ ถ้าไม่เกิดความเข้าใจให้หยุดชะงักก่อนดีกว่าเดินไปข้างหน้า ให้รู้สภาพตัวเอง ให้เข้าใจ Demand ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า กระแสที่เป็นนโยบายของรัฐควรมาจากไหน ต้องสร้างความเข้าใจและเผื่อแผ่ให้คนอื่นหรือ Stakeholder เข้าใจด้วย
เข้าถึง คือ Take Action หมายถึงสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือไม่ สร้างความเข้าใจ ต้องมีเครื่องมือในการบริหารจัดการ สู่แผนการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะว่าไม่ลืมข้อใดข้อหนึ่ง
ทั้งเข้าใจ และเข้าถึงนับได้ว่าเป็นหลักสากล ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
การทำอะไรก็ตามต้อง Deep Dive แต่ละหัวข้อที่จะทำเพื่อชุมชนต้องใช้หลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แต่ละคนมีศักยภาพมากที่จะทำต่อ ไม่ต้องกังวลเรื่องนโยบาย สร้างนิสัยในการใส่ข้อมูลให้เป็นระบบ ใช้ Social Media มากขึ้น
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ผู้นำในการจัดการเรื่องความพอเพียง กฟผ. บริหารเรื่องการจัดการเรื่อง Demand มาระยะหนึ่งเรื่อง หลอดเบอร์ 5 และให้โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ใช้ไฟฟ้าหลังเที่ยงคืน หรือสูบน้ำกลับไปเหนือเขื่อนแล้วปล่อยที่หลัง แต่ในอนาคตการบริหาร Demand อาจขยายไปด้านอื่นอีก
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
ทราบดีว่าทำ แต่อยากให้ทำมากขึ้น สร้างผู้นำทางความคิด เนื่องจาก กฟผ.เป็นที่ยอมรับของสังคม ถ้ารวมตัวกันก็สามารถสร้างกระแสดี ๆ ได้ อยากให้จับกลุ่มคนดี โดยเอากิจกรรมนำหน้า ให้จัดกิจกรรมรวมกลุ่มรุ่น 10 คิดเองทำเองว่าจะทำอะไร เช่นเรื่องน้ำ เรื่องช้าง เรื่องท่องเที่ยว
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ขอประชาสัมพันธ์เรื่อง SocialMedia ในกฟผ. ได้ตั้งเป็น Flagship Project สร้างสังคมดี ๆ ของคนกฟผ. เชื่อมโยงไปสังคมภายนอก แล้วใช้ Social Media เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ การให้ Knowledge เป็นสิ่งสำคัญที่ในการให้ความรู้ออกไปสู่ข้างนอกได้ จะเริ่มประมาณเดือน เมษายน 2557
สรุปการบรรยายโดย ทีมงานวิชาการ Chira Academy
หัวข้อ ผู้นำ – วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อาจารย์ประกาย ชลหาญ
ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
ดำเนินรายการโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี
วันที่ 18 มีนาคม 2557
ณ ห้อง 278 อาคาร ท.100 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
- วัฒนธรรมมีระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ระดับองค์กร
- ในการดำเนินงานครั้งนี้ เรา Focus ไปที่ Social Innovation เป็นหลัก แนวคิดที่ได้จากการเรียนรู้เรื่องของ Social Innovation กับ กฟผ. ที่ได้คือ
1. การทำงานโดยมีการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าเป็นการทำงานที่ไม่ตรงจุด ไม่ตรงประเด็น สิ่งที่ กฟผ. ต้องทำก่อนคือการวิจัยเพื่อให้รู้สถานการณ์จริง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชน
2. เจาะลึกและติดตามความต่อเนื่องของชุมชน มีการวางแผนการดำเนินงานให้ขัดเจนขึ้นและเน้นความต่อเนื่อง
3. ต้องสร้าง กฟผ. เป็นบ้านเดียวกับชุมชนไม่ใช่บ้านรั้วสูง สร้างทัศนคติใหม่ให้คนทุกระดับว่าเป็นคนระดับเดียวกัน
4. แนวคิดเรื่อง 1. Manager , 1 Community น่าจะดูแลชุมชนได้ดี กฟผ. อาจเป็น 1 เขื่อน หรือ 1 หัวหน้ากอง ต่อ 1 Community เป็นต้น
5. การเข้าชุมชน ชุมชนต้องมีหลายSilo ควรให้แต่ละ Silo คิดเหมือนกัน ชุมชนจะได้ไปด้วยกัน
6. การทำงานร่วมกับชุมชนต้องเอาชุมชนเป็นตัวตั้ง กฟผ. และลงลึกเรื่องการบริหารจัดการชุมชน
7. ปรับยุทธศาสตร์การสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชน โดยเน้นกลุ่มหลักที่เยาวชน
- ให้ศึกษาว่ามีอะไรบ้างที่เป็นจุดอ่อน และเป็นจุดแข็ง ที่จะขับเคลื่อน Case ทั้ง 7 Case ไปสู่ความสำเร็จ Role ที่ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ คือ สร้าง Platform ให้เล่น
Workshop จาก ทั้ง 7 หัวข้อนี้ แต่ให้เพิ่มเติมว่า
Change อะไรบ้างเป็น Positive และ Negative อย่างละ 3 เรื่อง
วัฒนธรรมองค์กร คืออะไร ?
วัฒนธรรมองค์กร เป็นอะไรที่สังคมมองและปฏิบัติตาม วัฒนธรรมคือ Intangible หรือสิ่งที่มองไม่เห็น อย่างที่เห็น Classic ที่สุดคือ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เป็นต้น
ที่ กฟผ. กฟภ. กฟน. วัฒนธรรมองค์กรก็ไม่เหมือนกัน กฟผ. อยู่ที่สำนักนายก กฟภ. กฟน.อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ก่อนที่จะเสนอแนะวัฒนธรรมองค์กรนั้น ตัวคุณเองจะเป็นคนที่รู้มากที่สุด ต้องทำให้หลุดจากกะลาครอบ หันมองตัวเองบ้าง
คน องค์กร ประสบการณ์สู่ความเป็นเลิศ
สิ่งสำคัญคือต้องรู้จุดอ่อน จุดแข็งของตนเอง กฟผ.ทำหน้าที่อะไร กฟภ.ทำหน้าที่อะไร บทบาทไม่เหมือนกัน
คนในห้องนี้พูดถึง สมรรถนะ Individual Capability ศักยภาพ ถ้าไปเล่นแบดมินตันได้เหรียญทอง แต่ถ้าไปสร้างค่านิยมต่าง ๆ จะเป็น Victim of Success เป็น Victim of High standard
วัฒนธรรมองค์กรกับการเปลี่ยนแปลงเป็น Organization Value ถ้าขับเคลื่อนให้คุณเห็นในทิศทาง หัวข้อต้อง Relevance ฉลาด และ Execute โลกต้องผสมกันระหว่างสังคมข้างนอก และสังคมข้างใน
อาจารย์ประกาย ชลหาญ
การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่จะพูด คือการพูดแบบเปิดใจ และต้องการเปลี่ยน Mindset เพราะอุปสรรคที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงคือ Mindset ต้องทำ Mindset ให้เปิดใจพร้อมที่จะ Shift คือ Paradigm Shift ให้เปลี่ยนตัวเองก่อนที่จะเปลี่ยนคนอื่น Jack Weltch บอกว่า ต้องเปลี่ยนก่อนจะถูกบังคับให้เปลี่ยน เพราะสิ่งแวดล้อมจะบังคับให้ตัวคุณเปลี่ยนตลอดเวลา ไหน ๆ สิ่งแวดล้อมจะบังคับให้เปลี่ยนทำไมไม่เปลี่ยนเอง
“Change Before you force to change otherwise is too late”
วัฒนธรรมองค์กร
ค่านิยมองค์กร เชื่อว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตต้อง Develop วัฒนธรรมเยอะแยะ ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี
มีอะไรที่ดีมากในหลาย ๆ อย่างของ กฟผ. แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Performance หรือ Execution สิ่งที่อยู่ใน กฟผ.ได้ เพราะมีผลงานให้กับองค์กร แต่ถ้าไม่มีผลงานคุณจะละอายที่จะอยู่องค์กร สิ่งที่คุณคาดหวังต่อหัวหน้าและลูกน้องก็คือ Performance
Performance มาจากอะไร
ตัวอย่างเช่น ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ความต้องการที่จะทำ แรงจูงใจ ความรับผิดชอบ Role Model
Performance ถ้าวิเคราะห์ให้ดีในองค์กร มาจาก 2 ส่วนคือ
1. Competency ประกอบด้วย Knowledge ความรู้ แต่มี Knowledge ทำงานไม่ได้ ต้องมาสร้าง Skill ทักษะ ประสบการณ์ ต้อง Pay for ประสบการณ์
คำถาม ถ้ามีลูกน้องที่เก่งอยากให้ขยันหรือขี้เกียจ ถ้ามีลูกน้องไม่เก่งอยากให้ขยันหรือขี้เกียจ
คำตอบ ขยันหรือขี้เกียจไม่สำคัญ แต่สำคัญคือหลังจากมี Competency แล้ว
ดังนั้น Program อะไรที่คิดขึ้นมาต้องไปเสริมคนเก่ง
2. Motivation แรงจูงใจ ถ้ามีคนเก่งและไม่สามารถจูงใจให้คนทำงานได้ เขาก็ไม่ทำงานให้อยู่ดี เช่นบางครั้งไม่สบาย หรือไม่อยากทำงานเป็นต้น
ดังนั้นฝ่าย HR อย่าคิดอะไรที่ไม่ Motivate คนทำงาน ต้องศึกษาให้ดีว่าคนทำงานชอบอะไรกันแน่ ตัวอย่าง Sale บางคนได้ Commission จากการขาย บางคนไม่อยากได้ Commission จากการขาย ประเด็นคือเวลามอง Motivation ต้องเข้าใจลูกน้องของท่านเหมือนเข้าใจลูกค้า
ผู้นำต้องเก่ง 3 เรื่อง
1.การเปลี่ยนแปลง
2.Paradigm แนวคิด
3. Network สร้างคนที่มี Relationship หรือ Connection เพื่อเสริมให้งานดีขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามต้องเก่งเรื่องคน
ปัญหาในการทำงาน
- ต้องเก่งเรื่องคน และเรื่องงาน เรื่องของความไม่ถนัด ไม่เชี่ยวชาญ
- ก่อนที่จะสรุปว่าปัญหามันเป็นอะไร ช่วยทำแบบหมอ คือ ต้องถามคำถามเยอะแยะเพื่อที่จะวิเคราะห์ว่าลูกน้องเป็นอะไร อย่าสรุปเอาเอง ความเป็นหัวหน้าต้องรู้จักวิเคราะห์ โดยการถาม คือต้องให้เวลากับคน เรามักจะมีข้อบกพร่องอะไรในการบริหารองค์กร เช่น ผมงานยุ่งมากจนไม่มีเวลาให้ลูกน้อง เพราะอาจเสียลูกน้องที่เก่งไป โดยไม่ได้ให้เวลากับเขา เรื่องตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
วัฒนธรรมองค์กร หรือค่านิยมองค์กร เกิดจากอะไร
- ในองค์กรที่อยู่มานาน ๆ วัฒนธรรมเหมือน DNA ในองค์กร แค่เดินผ่านก็สามารถ Sense ได้เลยว่าทำงานองค์กรนั้น ๆ
- โทมัส อัลวา เอดิสัน (ผู้ผลิตหลอดไฟ) คือผู้ก่อตั้งGE ผลิตแต่ไฟฟ้า ต่อมา GE มีสินค้าหลายอย่างเกิดขึ้น วัฒนธรรมองค์กรต้องเปลี่ยนหรือปรับ
วัฒนธรรมองค์กร มี 2 ค่า
1. Absolute Value – วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เปลี่ยนเช่น ความซื่อสัตย์ สุจริต แต่อย่างไรก็มีวัฒนธรรมองค์กรหลายอย่างที่เปลี่ยนเรียกว่า Intensive Value
2. Intensive Value – คือค่านิยมที่อยู่ในองค์กรเอง และภายใต้ค่านิยมใหญ่ ยังมีค่านิยมย่อยที่บางอย่างไม่เปลี่ยน แต่บางอย่างเปลี่ยนตามสังคม และวัฒนธรรม เช่น กฟผ. เน้นมุ่งงานเลิศ อาจเปลี่ยนเป็นมุ่งคนเลิศเป็นต้น
ค่านิยมเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของลูกค้า ชุมชน
วัฒนธรรมเปลี่ยนไปกับอะไร ได้บ้าง
- ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี ภาษา ลูกค้า ชุมชน
- วัฒนธรรมที่ไม่เป็น Silo เรียกอีกอย่างว่า Boundary Least คือไม่มีจำกัด ไม่มีพรมแดน ต้องนึกถึงภาพรวมคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ไม่ต้องนึกถึงแผนกใคร หมายถึงพร้อมที่จะเปลี่ยน
การเปลี่ยนแปลง
ทำไมต้องเปลี่ยน อยากเปลี่ยนหรือไม่ และการเปลี่ยนง่ายไหม
ที่บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องง่ายนั้นไม่ใช่เลย การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องจำเป็น
การเปลี่ยนแปลง มักจะมาจาก 2 สาเหตุด้วยกัน
1. การเปลี่ยนแปลงที่คุณเป็นผู้เริ่ม
2. การเปลี่ยนแปลงที่มีคนสั่งให้เปลี่ยน
ทั้ง 2 แบบ สิ่งที่จัดการง่ายกว่าคือสิ่งที่คุณเปลี่ยนเอง เพราะเป็นสิ่งที่ต้องการ มีแรงผลักดันให้เปลี่ยน หน้าที่คือต้องบริหารจัดการกับความต่อต้านที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าปล่อยอะไรให้เกิดขึ้นตามบุญตามกรรม ต้องเข้าไปจัดการการบริหารการเปลี่ยนแปลง ในองค์กรมี Module มี เทคนิค มีวิธีในการเข้าไปจัดการบริหารการเปลี่ยน ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องมีผู้นำ และต้องมี Change Agent คือผู้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้เห็นประโยชน์
ส่วนใหญ่จะถามว่าเปลี่ยนแล้วได้อะไร ดังนั้นอยากเปลี่ยนอะไรให้สร้างให้เขาเห็นว่าเปลี่ยนแล้วได้อะไร สร้าง Vision ให้เห็นเสียก่อน ไม่ใช่ทุกการเปลี่ยนแปลงจะดีขึ้นเสมอ ถ้าจะดีขึ้นให้ดีขึ้นเยอะ ๆ แต่ถ้าจะแย่ให้แย่น้อยลง น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ ตัวอย่างเช่น สึนามิ ถ้าเกิดอีกต้องแย่น้อยลง โดยใช้วิธีการบริหารจัดการ
สรุปคือ เรื่อที่เน้นคือ ผลงาน ค่านิยม และวิธีการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง สร้างแนวร่วม และเป้าหมายให้คนเห็นร่วมกันเพื่อกระตุ้นให้เกิดขึ้น ให้ดี ๆ ที่สุดเท่าที่จะดี และแย่น้อยสุดเท่าที่จะแย่
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
นอกจาก Competency และ Motivation ต้องมีความอึด
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ทั้ง 3 เรื่องต้องนำไปใส่ในการวิจัยโครงงานให้ได้
ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
จะมองที่ How to คือเรารู้แล้วว่าต้องเปลี่ยน ต้องสร้าง Value
Adaptive Challenge ความท้าทายในการปรับตัว ผู้บริหารที่นำทีมต้องใส่ความคิดในการนำทีมตนเอง คนที่อยู่รอดได้ คือคนที่มีความสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริหารต้องเตรียมคือต้องปรับตัวในเรื่องใดบ้าง ต้องมีแนวคิดสำหรับการเปลี่ยนแปลง Idea for change
ดร.นิชชี่ ที่ปรึกษา Jack Weltch บอกว่า
1. Structure System
2. คน หรือ Politic in the Workplace คือ เล่นพรรค เล่นพวก โปรโมทพวกเดียวกัน เราจะพยายามเปลี่ยนอย่างไร
3. เทคโนโลยี เราจะใช้อย่างไรในการบริหารงานและบริหารคน
Idea for change ต้องรู้ว่าอยากเปลี่ยนอะไร และตรงไหน
Adaptive Challenge ต้องมาดูว่าคนในองค์กรเข้าใจในระบบการทำงานหรือไม่ อันนำมาสู่การปรับตัวในการทำงานที่เรียกว่า Adaptive Leadership ใช้เวลากี่เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ Dance Floor หรือที่ระเบียง ผู้บริหารหลายคนเข้ามาเล่นเอง ไม่ได้อยู่ในที่ที่กำกับดูแล และก็ควรระวังเรื่องการควบคุม สิ่งเหล่านี้จะทำอย่างไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่คือการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร
KFCI
1. Know me หมายถึง ลูกน้องกำลังเรียกร้องจากหัวหน้าว่า มาทำความรู้จักฉันหน่อยสิ ว่าฉันเป็นใคร ฉันอยากได้อะไร Passion ความมุ่งมั่นความตั้งใจในการทำงานเป็นอย่างไร
2. Focus me ถ้าหัวหน้ารู้จักลูกน้องเป็นรายตัว หัวหน้าต้องรู้จักการบริหารลุกน้องแต่ละคนไม่เหมือนกัน มี Motivational fit ไม่เหมือนกัน
3. Care ลูกน้อง การทำงานเป็นทีมในองค์กร เราบอกว่าเรารักกัน เราแสดงความรักกันอย่างไร ถ้าเรารักองค์กรหมายถึงเรารักงานที่เราทำ เรารักเพื่อนร่วมงาน เรารักคนที่ประสานงานติดต่อด้วย เราแสดงความรักนั้นออกมาอย่างไร
ในหลายองค์กร มี เลสเบี้ยน เกย์ เป็นกลุ่มคนที่มีอารมณ์ไม่เหมือนคนที่เป็นชายจริง หญิงแท้ ถ้าองค์กรไหนไม่สร้างวัฒนธรรมรับความแตกต่างของมนุษย์ อาจเกิดปัญหาต้องรับว่าเรื่องนี้เป็นความสำคัญ
4. Inspire me สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกน้องในทีม อยู่ที่พฤติกรรมของหัวหน้างาน
สรุปคือ เริ่มจากการปลูกฝังให้ผู้บริหารรู้จัก 4 คำนี้ และต้องรู้จักลูกน้องตัวเองว่ามีพฤติกรรมแบบไหนต้องการอะไร ถ้าทำได้ สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ ความรู้สึกรักองค์กร หรือเรียกว่า Engagement ตัวอย่างเช่นเวลาพนักงานได้ Promotion องค์กรแสดงการ์ดแสดงความยินดีไปที่บ้าน แสดงถึงการโชว์ให้เห็นว่าอยากให้ครอบครัวได้รับรู้และแบ่งปันความสำเร็จด้วย
พฤติกรรมผู้นำที่จำเป็นเพื่อขจัดในเรื่องการสื่อสาร
ถ้าแปลว่า Coaching ว่าสอนงาน หัวหน้างานจะแปลบทบาทเป็นครู คิดว่าถูกต้อง แต่จริง ๆ เป็นเรื่อง Conversation
ผู้นำต้องสร้าง Learning Culture
ผู้นำต้องสร้างให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ เป็นแบบ Emerging Learning แก้ปัญหาที่ละเรื่อง สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ผู้นำต้องเป็นนักฟังที่ดี ในองค์กรที่กำลังเริ่มปรับตัว ตรงนี้คือจุดเปลี่ยนผู้บริหารของเราให้เปลี่ยน Mindset ทำได้
ที่ กฟผ.พูดว่า รักองค์กร มุ่งงานเลิศ มองที่คุณธรรม หมายถึงอะไร
1. ต้องตอบคำถาม What ให้ได้
2. ทำไมถึงสำคัญสำหรับ กฟผ.
3. อยากเห็นพฤติกรรมอะไร
สิ่งที่อยากให้ผู้บริหารองค์กรเห็นคือ เข้าใจ 3 ตัวนี้หรือยัง มีความหมายกับ กฟผ.และคนที่มาติดต่ออย่างไรบ้าง และถ้าต้องการบรรลุ 3 ตัวนี้ ให้มองไปที่พฤติกรรมที่ทำเพิ่มเติม มีพฤติกรรมอะไรที่เพิ่มเติมอีกบ้าง พฤติกรรมในอดีตเปลี่ยนไปตามสมัยได้ เราต้องถามว่า What we need to do more.
Workshop
วิเคราะห์เจาะลึกงานโครงการฯ เดิมของแต่ละกลุ่ม (แนวคิดที่ได้จากการเรียนรู้เรื่องของ Social Innovation กับ กฟผ. ที่ได้คือ)
กลุ่มที่1 การทำงานโดยมีการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าเป็นการทำงานที่ไม่ตรงจุด ไม่ตรงประเด็น สิ่งที่ กฟผ. ต้องทำก่อนคือการวิจัยเพื่อให้รู้สถานการณ์จริง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชน
กลุ่มที่ 2 เจาะลึกและติดตามความต่อเนื่องของชุมชน มีการวางแผนการดำเนินงานให้ขัดเจนขึ้นและเน้นความต่อเนื่อง
กลุ่มที่ 3 ต้องสร้าง กฟผ. เป็นบ้านเดียวกับชุมชนไม่ใช่บ้านรั้วสูง สร้างทัศนคติใหม่ให้คนทุกระดับว่าเป็นคนระดับเดียวกัน
กลุ่มที่ 4 แนวคิดเรื่อง 1. Manager , 1 Community น่าจะดูแลชุมชนได้ดี กฟผ. อาจเป็น 1 เขื่อน หรือ 1 หัวหน้ากอง ต่อ 1 Community เป็นต้น
กลุ่มที่ 5 การเข้าชุมชน ชุมชนต้องมีหลายSilo ควรให้แต่ละ Silo คิดเหมือนกัน ชุมชนจะได้ไปด้วยกัน
กลุ่มที่ 6 การทำงานร่วมกับชุมชนต้องเอาชุมชนเป็นตัวตั้ง กฟผ. และลงลึกเรื่องการบริหารจัดการชุมชน
กลุ่มที่ 7ปรับยุทธศาสตร์การสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชน โดยเน้นกลุ่มหลักที่เยาวชน
Workshop
1. วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นจุดแข็งคืออะไร 3 ข้อ และจุดอ่อนหรืออุปสรรคคืออะไร 3 ข้อ และควรจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความสำเร็จ 3 ข้อ
2. การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่เป็นจุดแข็ง คืออะไร 3 ข้อ และจุดอ่อนหรืออุปสรรค คืออะไร 3 ข้อ และควรจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความสำเร็จ 3 ข้อ
สรุปจากทีมวิชาการ Chira Academy
Learning Forum หัวข้อกรณีศึกษาของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กับการก้าวสู่ธุรกิจพลังงานของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค
โดยคุณสมยศ รุจิรวัฒน์
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
วันที่ 19 มีนาคม 2557
ณ ห้อง 278 อาคาร ท.100 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย
การที่จะก้าวไปสู่อีกประเทศต้องมีประสบการณ์ ความรู้ ทักษะและเทคโนโลยี
บ้านปูเกิดปี 1983 เป็นแบบเหมืองเล็ก
เพียงแค่ 6 ปี มีความต้องการมากขึ้น performance สูงขึ้นทำให้เข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 1989
ได้สัญญาขนดินและถ่านให้กฟผ.ถือเป็นทักษะพื้นฐานในการพัฒนาไปประเทศอื่นๆ
เข้าไปอินโดนีเซียนีเซียปี 1998
ปี 2001 ซื้อกิจการในอินโดนีเซีย
มีความท้าทายคือเริ่มจากเหมืองเล็ก มี skill ด้านอินโดนีเซียและซื้อกิจการต่อในอินโดนีเซีย
ปี 2007 เข้าตลาดหลักทรัพย์ในจาการ์ตา
การเข้าอินโดนีเซียทำให้มีการเปลี่ยนแปลงมาก
เราเข้าไปจีนและออสเตรเลีย
ในจีน เป็นเหมืองใต้ดิน ตั้งแต่ปี 2003
ออสเตรเลียเป็นเหมืองใต้ดิน
ลงทุนโรงไฟฟ้าเล็กๆในจีน (Co-generation)
ลงทุนโรงไฟฟ้าโคโค่
ใช้ skill ไฟฟ้าโตต่อไป
เราเคยไปทำโรงไฟฟ้า Trienergy ที่ราชบุรีและขายไป
2 ปีที่ผ่านมา บ้านปูแย่ ความต้องการถ่านหินตกลงมา
เป็นบทเรียนว่า ธุรกิจที่ดีๆมักมีผู้เข้ามาแข่ง New Entrants เข้ามา
External factor เข้ามาตลอดเวลา
สิ่งที่เราทำเน้น synergy และ rationalize cost
เน้น organic asset ลงทุนไปแล้วแต่ยังไม่ได้สร้างรายได้ ก็ต้องขยายมากขึ้น
ตั้งแต่ที่ไทย เริ่มที่ 2 ล้าน
อินโดนีเซีย 4 ล้าน
ปี 2014 อินโดนีเซียเติบโตมาก
ที่จีน มีเหมืองคือกวางสี และเหอหนาน
เวลาไปลงทุนต่างประเทศ ในอนาคตเขาก็บังคับให้นำ partner ท้องถิ่นมาร่วมมากขึ้น
ในมองโกเลีย มี asset แต่ยังไม่ได้ขาย ยังไม่มี port ส่งออกนอกประเทศ ต้องมองต่อไป
ต้องมอง Chain ของ Coal
ในเรื่องคน ไทย จีน อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย
มีคนอินโดนีเซียมากสุด
พอเรานำคนไทยไปทำงานมากขึ้น เขาก็ควบคุมคนทำงานเพื่อปกป้องคนในประเทศ จึงต้องสร้างคนอินโดนีเซียขึ้นมา เราต้องให้คนท้องถิ่นมีอำนาจบริหาร ลดสัดส่วนคนไทยลง
เราเพิ่งไปเปิดที่สิงคโปร์
มี 6 เหมืองในอินโดนีเซีย 10 เหมืองในออสเตรเลีย
ในอนาคต ถ่านหินอินโดนีเซียคุณภาพจะต่ำลง จะขายในตลาดพรีเมี่ยมไม่ได้
ออสเตรเลียถ่านหินมีคุณภาพสูง แต่ปัญหา ash สูง ต้องใส่ cost ล้างเข้าไป
นี่เป็นจุดที่ต้องเริ่มเข้าไปและก้าวไปข้างหน้า
การพัฒนาของบ้านปูมี 5 ขั้น
1. เริ่มต้น เริ่มจากเหมืองลิกไนต์เล็กๆ แรกสุดที่ลำพูน ต้องเชิญอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารกฟผ.ไปช่วย ต่อมาทำที่ลำปาง ตอนนั้นไทยยังไม่คุ้นเคยกับถ่านหิน จีนขยายตัวทำให้ความต้องการน้ำมันมากขึ้นแต่ supply ขาด ทำให้เข้าไปในธุรกิจถ่านหิน
2. เจริญเติบโต ก็เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ทำให้องค์กรโปร่งใสมากขึ้น ต้องทำให้บริษัทมีประสิทธิภาพและเป็นมืออาชีพมากขึ้น ต้องค้นหา Best Practices เรื่อยๆเริ่มมีความมั่นใจ ไปประมูลสัญญากฟผ.ขนดินและถ่าน เข้าไปในอินโดนีเซียนีเซีย มีพัฒนาการตั้งแต่ปี 1991 ทำให้ทราบแหล่งถ่านหินใหญ่ๆ เราซื้อหุ้นในเหมืองออสเตรเลีย เริ่มคุณเคยวิธีการทำงาน วัฒนธรรม กฎกติกา ทำให้มีพื้นฐานและเริ่มสะสมประสบการณ์ แล้วเข้าไปสู่ธุรกิจไฟฟ้า เราทำโรงไฟฟ้าเอง มีโรงไฟฟ้าโคโค่ อยู่ในมาบตาพุด นำทักษะการขุด ขนส่ง ไปร่วมทุนบริษัท MRD เชี่ยวชาญดินขาวไปขายธุรกิจยา
3. Crisis ช่วงต้มยำกุ้ง เราต้องกู้เงินไปลงทุน โรงไฟฟ้าโคโค่ และธุรกิจที่ส่งเสริมกฟผ. กู้เป็นดอลล่าร์ทำให้มีหนี้ ต้องขายโรงไฟฟ้าโคโค่ส่วนหนึ่งเพื่อเอาเงินมา แล้วในที่สุดก็ขาย 100% เศรษฐกิจดีขึ้น มีเงินเหลือจึงไปถือหุ้นในราชบุรี 10% ตอนนี้ขายหมดแล้ว เราเริ่มคิดว่า เวลากระจายธุรกิจออกไป การ diversify มาก ผู้บริหารจะมีเวลาน้อยลงที่จะสนใจธุรกิจกำไรมาก การทำธุรกิจให้ดี ต้องเป็นธุรกิจที่คุ้นเคยและทำซ้ำๆ ก็จะโต
4. Becoming a Regional and Local Coal-based Energy Player
ระบุว่าอะไรเป็นธุรกิจหลัก ขายธุรกิจรองเอาเงินมาใช้กับธุรกิจหลัก (Coal Champion Plus) เริ่มเข้าไปในอินโดนีเซียนีเซีย ที่อินโดนีเซีย ปัจจุบัน 30 ล้าน มีเหมืองใต้ดินที่จีน เรามีการขายเหมืองไปบ้างแล้ว การถือหุ้นต่ำกว่า 50% ต้องเปลี่ยนวิธีบริหาร ต้องควบคุม operation ต้อง manage partnership ซึ่งสำคัญมาก ที่อินโดนีเซียนีเซีย Facility สายพาน 12 กิโลเมตร ระบบสายพานเป็น closed จึงไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม ใส่เงินใน portเพิ่มกำลังผลิตจาก 10 ล้าน เป็น 20 ล้าน ขยายหน้าท่าให้รับเรือได้มากขึ้น ให้เรือ 95,000 ตันเข้ามาได้
5. consolidation and preparation of New Era of Growth
Cost rationalization & productivity
Capital planning
Synergy drive เช่น ไปเปิดที่สิงคโปร์ ปรับคุณภาพเข้าสู่ตลาดพรีเมี่ยม
Human resource development เปลี่ยนแนวคิดคน ต้องมีจิตสำนึกวิ่งไปในแนวที่เราต้องการ
Finance เรามี Loan มี currency เกี่ยวต้องมี protection ด้วย ต้องเพิ่ม skill ด้านนี้
Organic growth
CSR คือการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการทำธุรกิจต้องมองสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ต้องสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศที่ไปลงทุนด้วย
ในช่วงแรกอินโดนีเซียนีเซียขาดเงินและเทคโนโลยี จึงมี incentive ให้นักลงทุน ตอนหลังส่งเสริม technologytransfer ให้คนท้องถิ่นมากขึ้น เก็บภาษีมากขึ้น ควบคุมคุณภาพ มีโควตามากขึ้นในการขายในประเทศ
ต้องให้ความสนใจ public concern มากขึ้น จากการพัฒนาเหมืองที่ซื้อมา ชุมชนเปลี่ยนแปลง มีสนามบิน คนมีมาตรฐานความเป็นอยู่เปลี่ยนไป เขามีความคาดหวังมากขึ้น ต้องดูแลชุมชนเมื่อเราทำเหมือง ต้องมีกิจกรรมลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
สถาบันการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น มีคนมาตรวจดูด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าต่ำกว่ามาตรฐานธนาคารไม่ออกเงินกู้ให้
Banpu Sustainable Development Framework
1. License to operate ให้ความสำคัญความปลอดภัย สุขภาพและสิ่งแวดล้อม พัฒนาชุมชน
2. Localization มีความโปร่งใสและจริยธรรมธุรกิจ
3. Competitiveness
ต้องสร้างคนให้มีคุณภาพ เริ่มตั้งแต่ยุทธศาสตร์ “Coal Champion Plus” มี Core process drive องค์กรให้ขับเคลื่อน องค์การก็ต้องปรับด้วย
Operation Excellence ต้องมี Best Practice มี Value Stream Management ฝ่ายสนับสนุนต้องเข้าใจ workflow ให้ดี ส่งเสริม Cross-functional work มากขึ้น ต้องสร้าง output เยอะ input น้อย cost ต่ำ
เทคโนโลยี ถ้าเราวางแผนเหมืองดี โดยเฉพาะเหมืองที่ซับซ้อน จะทำให้มีคุณภาพและไม่มีปัญหาเทคโนโลยีต้องช่วยส่งเสริม Productivity และประหยัดพลังงานด้วย
Key driver ของCompetitiveness
1. เทคโนโลยี
2. Integrated Mine Planning ทุกขั้นตอนทำเหมืองต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐ เพื่อที่จะได้รับใบอนุญาตและขยายธุรกิจได้ ต้องมีแผน 5 ปีก่อน
3. Project Management ธุรกิจพลังงานถ้าโครงการล่าช้า มีผลกระทบต่อการผลิตมาก ต้องมีทักษะการบริหารโครงการ
4. Asset Management ทำให้เกิดมาตรฐานการผลิต ใช้แม็กซิโม
5. Optimization แต่ละธุรกิจมีข้อจำกัดให้เลือกการบริหาร นำผู้เชี่ยวชาญออสเตรเลียมาดูผังเหมืองและปรับ sequence ฟรีดที่ใช้ทำเหมืองอะไรดีที่สุด มีคำถามมากใน Chain การผลิต
6. Reporting and Dashboard System ใช้ Enterprise Reporting System
7. Synergy Focus แต่ก่อนเราทำเหมือง แล้วไปหาลูกค้า ตอนนี้เราหาตลาดพรีเมี่ยม ดูช่องว่างแล้วเราจะพัฒนาหรือเป็นพันธมิตรธุรกิจอย่างไร เราสร้างหน่วยงานที่สิงคโปร์ ค้นหาความต้องการของลูกค้า แล้วพัฒนาหรือผสมผสานสินค้าให้ตรงตามความต้องการโดยสามารถผสมข้ามเหมือง และข้ามประเทศได้
ในด้านการบริหารคน เริ่มจากปรัชญาบ้านปูประกอบด้วย
1.Behavior ต้องการคนแบบไหน ในอนาคต ถ้าไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น ต้องได้คนที่มีความยืดหยุ่นสูง เดินทางได้ ปรับตัวเปลี่ยนแปลง มีความคิดสร้างสรรค์
3.ต้องสร้างวัฒนธรรม
4.Brand Image นำผลสุดท้ายมาเป็นตัวตั้งออกมาเป็น
Banpu Spirit
1. Innovation
2. Integrity ความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์
3.สร้าง Care “Asian Face of Energy” มีความห่วงใยเอื้ออาทรกัน มีความยุติธรรม
4. Synergy
ผู้นำต้องสามารถขับเคลื่อนกระบวนการเหล่านี้ให้เข้มแข็ง
1. Recruitment
2.Right Pay จ่ายให้ competitive กับตลาด
3. Performance Management & Reward
4.Career Mangement
5.Leadership capability & development
6.Organization development สร้างบรรยากาศ crossfuncional team, effective community, Change management และ Banpu Spirit Enhancement
เรื่องการบริหารความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ
ต้องเชื่อมโยงระหว่างระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว
ในด้าน Localization ช่วยพัฒนาประเทศที่เราไปลงทุน เป็น Investor of Choice ได้รับการต้อนรับจากทุกที่ ต้องมีความโปร่งใส มี risk protection เคารพกฎหมาย
License to operate
ด้านความปลอดภัย
1. Zero incident ต้องประเมินพื้นที่และป้องกัน ต้องมีระบบรายงานเมื่อเกิดเหตุ เมื่อเกิดแล้ว ต้องหาสาเหตุ
2.Zero repeat ต้องไม่เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำ
3.Zero compromise ไม่ทำไม่ได้
ด้านสิ่งแวดล้อม
1.อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต ปรับเปลี่ยนแหล่งเชื้อเพลิง ลดการใช้ทรัพยากร ปลูกป่าหลังการทำเหมือง โดยเลือกพรรณไม้ที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี
2.จัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Green Mining Practice in ITM อนุรักษ์พรรณไม้หายาก
ด้านการสร้างความเข้มแข็งในชุมชน
นำรัฐบาล ชุมชน บริษัทมาสร้างเป็นกรรมการ CCC (Community Consultative Committee)
ต้องทำให้ชุมชนมีอาชีพหลังจากปิดเหมืองแล้ว ใช้หลัก OTOP มีวัตถุดิบอะไรผลิตสินค้าได้แล้วเราไปให้ความรู้เขา สร้างระบบการเงินเพื่อให้เขามีเงินเข้าไปลงทุน เราส่งเสริมให้เขามีสหกรณ์ขายสินค้าของเขา รวมแล้วคือเศรษฐกิจพอเพียงให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ สร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งรอบตัว
โครงสร้าง CSR ในระดับองค์กร
Banpu CSR ได้แก่
1.Power Green Project ให้เด็กมัธยมสมัครเข้ามาร่วมค่ายการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและดูแลสิ่งแวดล้อม หลังจบค่ายต้องทำโครงการขึ้นมา
2.Banpu Champions for Changes (Social Enterprise)
3.Embedded employees awareness on CSR (30 years, 30 CSR ideas) CSR theme คือ do by heart
4.Banpu education for sustainability เน้นพัฒนาพื้นฐาน ครูต้องดี จิตสำนึกต้องดี
ตอนนี้บ้านปูกำลังจะเข้าไปในธุรกิจไฟฟ้ามากขึ้น จะผลักดันให้ไปถึง 35% เพราะถ่านหินราคาต่ำทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำ
ในอนาคตอาจจะเน้น Co-conversion พลังงาน
คำถาม
คนที่ 1
เหมืองเปิดต่างจากเหมืองปิดอย่างไร
ตอบ
เหมืองปิดมีความซับซ้อนกว่า ใช้เทคโนโลยีต่างกัน เรื่อง Gas ที่ต้องบริหารมาก
มี fixed cost สูง ถ้ามีปัญหาในการดำเนินการ จะทำให้ cost per ton สูงขึ้น
คนที่ 2
บ้านปูมีการจัดการ Workforce diversity อย่างไรเมื่อไปต่างประเทศ
ตอบ
ต้องใช้วัฒนธรรมร่วมที่ 2 ประเทศมี อินโดนีเซียนีเซียเป็นประเทศมุสลิม ต้องจัดพื้นที่ละหมาด
การเข้าไปซื้อกิจการ เราก็ต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับ union ก่อน
ต้องดูแลพวก Management กับUnion ให้ดีก่อน
เรารักษาผู้บริหารที่เป็นคนท้องถิ่นไว้ ใช้ระบบ Compensation ที่ดี สร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน
ต้องให้คนไทยที่ไปปรับตัวด้วย เข้าใจวัฒนธรรมเขา
ต้องทำให้เขาเห็นว่าเราเข้าไปสร้างความเจริญให้แก่ประเทศเขา เพราะเรานำเทคโนโลยีและความรู้เข้าไป
สรุปการบรรยายโดย ทีมงานวิชาการ Chira Academy (ต่อ)
หัวข้อ ผู้นำ – วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อาจารย์ประกาย ชลหาญ
ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
ดำเนินรายการโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี
วันที่ 18 มีนาคม 2557
ณ ห้อง 278 อาคาร ท.100 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย
Workshop
1. วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นจุดแข็งคืออะไร 3 ข้อ และจุดอ่อนหรืออุปสรรคคืออะไร 3 ข้อ และควรจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความสำเร็จ 3 ข้อ
2. การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่เป็นจุดแข็ง คืออะไร 3 ข้อ และจุดอ่อนหรืออุปสรรค คืออะไร 3 ข้อ และควรจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความสำเร็จ 3 ข้อ
กลุ่ม 6 การทำงานร่วมกับชุมชนต้องเอาชุมชนเป็นตัวตั้ง กฟผ. และลงลึกเรื่องการบริหารจัดการชุมชน
หรืออุปสรรค
2. มุ่งงานเลิศ
3.เทิดคุณธรรม
2. ต่างฝ่ายต่างทำ ทำทุกอย่าง
3. ไม่มีเอกภาพ ไม่มีการบริหารทรัพยากรร่วมกัน
2. มุ่งงานเลิศ เน้นงานที่อยู่ใน กฟผ.ทั้งหมด
3. นำจุดแข็งไปแสดงให้คนอื่นเห็น
4. เอาจุดแข็งมาปรับให้เป็นจุดแข็งมากยิ่งขึ้น
5. มีเจ้าภาพในการทำ
6. มองเป้าหมายระยะยาว เพราะเรื่องวัฒนธรรมเป็นเรื่องต้องทำและทำมานาน
หรืออุปสรรค
ออกไปพบประชาชน เป็นลักษณะผู้นำสัญญลักษณ์
2. ศึกษาวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจัง
3. ผู้นำต้อง Endurance อดทนและทนทาน
4. ต้องเปลี่ยนแปลง Mindset ผู้บริหาร
5. ต้องสร้างการทำงานเป็นทีม
6. ต้องสร้าง Learning Organization ให้เกิดในกฟผ.
กลุ่มที่ 3 ต้องสร้าง กฟผ. เป็นบ้านเดียวกับชุมชนไม่ใช่บ้านรั้วสูง สร้างทัศนคติใหม่ให้คนทุกระดับว่าเป็นคนระดับเดียวกัน
หรืออุปสรรค
2. เป็นแหล่งเรียนรู้
3. เป็นแหล่งทุน
4. บุคคลากรมีความสามารถสูง
2. ความเป็นตัวตนสูง
3. มีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง รักองค์กรมากและเทิดทูนองค์กรมาก
หรืออุปสรรค
2. สนับสนุนชุมชนให้เกิดประโยชน์
3. เยี่ยมเยือนเพื่อนบ้าน
4. ศึกษาวิถีชีวิตของชุมชน
5. เลิกพฤติกรรมที่สนใจเฉพาะตนเอง มาสนใจชุมชนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อมก่อน
กลุ่มที่ 2 เจาะลึกและติดตามความต่อเนื่องของชุมชน มีการวางแผนการดำเนินงานให้ขัดเจนขึ้นและเน้นความต่อเนื่อง
หรืออุปสรรค
2. มีงบประมาณเยอะ
3. บุคคลากรเข้าได้ทุกสถานการณ์
2. ขาดการประสานที่ดี
3. ไม่เข้าใจชุมชน ไม่รับฟังคนอื่น อยากทำ ๆ
หรืออุปสรรค
2. มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน
3. Management by Objective
4. ปรับโครงสร้างหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เท่ากันทุกส่วน
5. นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อ Monitor โรงไฟฟ้า ลดการต่อต้านชุมชน
กลุ่มที่ 5 การเข้าชุมชน ชุมชนต้องมีหลาย Silo ควรให้แต่ละ Silo คิดเหมือนกัน ชุมชนจะได้ไปด้วยกัน
หรืออุปสรรค
2. รับผิดชอบเต็มที่ ดีที่สุด
3. มีธรรมาภิบาล
2. ความแตกต่างระหว่างรุ่น
3. ขาดการบูรณาการ สนใจเฉพาะเรื่องตนเอง
2. การถ่ายทอด / ปลูกฝังวัฒนธรรมเดิมที่ดี แต่พร้อมรับวัฒนธรรมใหม่
3. ปรับให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
หรืออุปสรรค
2.มีการทำงานข้ามสายงาน
3. นำนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาเสมอ
2. ต้องใช้เวลาในการถ่ายทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น
3. ผู้บริหารบางท่านยังมีค่านิยมวัฒนธรรมเดิม รุ่นใหม่ยังไม่รู้วัฒนธรรม
2. การสื่อสารให้มีทิศทางเดียวกัน
3. พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
กลุ่มที่1 การทำงานโดยมีการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าเป็นการทำงานที่ไม่ตรงจุด ไม่ตรงประเด็น สิ่งที่ กฟผ. ต้องทำก่อนคือการวิจัยเพื่อให้รู้สถานการณ์จริง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชน
หรืออุปสรรค
2. เทิดทูนคุณธรรม
2. ทำอย่างไรให้เป็นองค์กรที่มีคุณธรรม
หรืออุปสรรค
2. กำกับดูแลการใช้เงินให้เป็นตามที่กองทุนตั้งขึ้นมา
3. ดูแลชุมชนในลักษณะ Coaching มากกว่า Teaching
กลุ่มที่ 4 แนวคิดเรื่อง 1. Manager , 1 Community น่าจะดูแลชุมชนได้ดี กฟผ. อาจเป็น 1 เขื่อน หรือ 1 หัวหน้ากอง ต่อ 1 Community เป็นต้น
หรืออุปสรรค
2. กระจายตามวัฒนธรรม
3.การแบ่งความรับผิดชอบแต่ละที่
2. มีความแตกต่างกันในการคุยกับชาวบ้านแต่ละพื้นที่
3. Focus เฉพาะกลุ่มหนึ่งที่ทำ กลุ่มอื่น ๆ ไม่มี
2. การปรับทัศนคติในองค์กร
หรืออุปสรรค
กลุ่มที่ 7ปรับยุทธศาสตร์การสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชน โดยเน้นกลุ่มหลักที่เยาวชน
หรืออุปสรรค
2. มีการถ่ายทอดนโยบายชัดเจน
3. มีตัววัด
2.ผู้รับสารมีหลายกลุ่ม มีความรู้พื้นฐานต่างกัน ตีความต่างกัน
3. มีสหภาพแรงงานเป็นตัวหลักแต่ไม่เคยใช้เข้ามาช่วยในการสื่อสาร
2.ช่องทางสื่อสารอาจใช้สื่อบุคคล ดูให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
3. มีการตรวจสอบว่านโยบายที่ให้ไว้ ผลต่อการปฏิบัติดีหรือไม่ ต้องทำให้กับรัฐบาลบางส่วน
หรืออุปสรรค
2. มีอุปกรณ์และเครือข่ายช่วยในการสื่อสารให้ถึงชุมชน
3. ผู้บริหารให้ความสำคัญและมีงบประมาณรองรับ
2. บางหน่วยงานมีภารกิจต่างกัน ไม่มีความเชี่ยวชาญในการชี้แจงทำความเข้าใจ
3.ขาดความต่อเนื่องในการลงพื้นที่ ทำความเข้าใจกับชุมชน ไม่ฟังชุมชน
2. คัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสม อบรมและดำเนินการแบบมืออาชีพ
3. ให้ชุมชนบางกลุ่มมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ช่วยกันสร้างความเข้าใจกันก่อน
อาจารย์ประกาย ชลหาญ
โทนที่จับประเด็นมาทั้ง 7 กลุ่มอยู่แนวเดียวกันหมด แสดงถึงเอกภาพ
จุดแข็ง คือใช้วัฒนธรรมที่มีอยู่ไปสอดแทรกกับชุมชนให้ได้ และพร้อมเปลี่ยนแปลง ใช้บุคลากรที่มีความสามารถ
จุดอ่อน พูดเรื่องการสื่อสารตลอด ไม่เคยเห็นองค์กรไหนไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เพราะคนมักรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ และสิ่งที่ควรรู้มักไม่ควรรู้ ดังนั้นหลักการสื่อสารคือควรรู้ในสิ่งที่ควรรู้ในเวลาที่เหมาะสมและในปริมาณที่จำเป็น เป็นเรื่องของเนื้อหา Timing Population
เรื่องสหภาพ อย่างแบงค์อเมริกาไม่ค่อยมีปัญหากับสหภาพ เพราะทำงานร่วมกับเขา แล้วดึงจุดแข็งของสหภาพมาให้เกิดประโยชน์ แต่สำหรับ กฟผ.มีปัญหากับสหภาพหรือไม่
ในแต่ละองค์กร มี Hidden Leader เยอะมาก เราต้องใช้คนพวกนี้ ให้มีความน่าเชื่อถือจากสมาชิกสหภาพให้เกิดประโยชน์
ฝ่ายในองค์กรเยอะมาก ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำต้องไปดูที่โครงสร้างองค์กร ทั้งด้านตั้งและด้านนอน
เรื่อง Silo ตัวอย่างในประเทศตัวที่จะช่วย เรียกว่า CrossSelling ให้แต่ละฝ่ายเข้าใจกันในแต่ละฝ่าย
การพัฒนาตัวคุยให้กลืนกับชุมชนได้อย่างไร ต้องมี Procedure ในการทำ
การพูดกับชุมชนใช้ภาษาเดียวกัน ความกลมกลืนง่ายขึ้น ความต่อต้านน้อยลง
ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
ในแง่วัฒนธรรม พบว่าความเป็นเอกภาพมี แต่ต้องกลับไปทบทวนพฤติกรรมกรรมอย่างที่ต้องเพิ่ม ตอนไปชุมชน ทำไมต้องฟังคุณ พูดแล้วมีน้ำหนักหรือไม่ ทำอย่างไรถึงใช้วัฒนธรรมของเรา เรามีเอกภาพที่ดี แต่สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมคือ Cross Selling และ Collaboration จะทำอย่างไรที่ทุกคนหันหน้ามาแล้วทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ถ้าเราบอกว่ามุ่งงานเลิศ ในรายละเอียดทำไมถึงขาดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ขาดพฤติกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขาดพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม สิ่งที่ได้ยินคือความมีเอกภาพ
เพราะเรามีอย่างนี้จึงมีพฤติกรรม 3 ข้อ มีการมองแบบ Outside in ต้องเพิ่มพฤติกรรมกี่เรื่องถึงสามารถเชื่อมชุมชนได้
องค์กรต่างประเทศต้องตอบคำถามว่าจะทำอย่างไรให้คนอ่านเข้าใจ ต้องเก่งเรื่องการใช้ภาษาในการสื่อสาร มี Marketing mind เราจะสื่อสารกับคนข้างนอกให้เชื่อได้อย่างไร เราจะทำอย่างไรกับกิจการของเรา
การสื่อสารไม่ว่าภายในภายนอก ต้องตั้งคำถาม เพราะว่าฟังแล้วไม่เข้าจุด พูดอะไรก็แล้วแต่ไม่เข้าในใจเลย แต่ละท้องถิ่นมีวัฒนธรรมแตกต่างกันต้องใช้ Expert หรือ Guru การโยงการสื่อสารต้องโยงใน Partnership กับ Networking
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ขอชื่นชมทุกกลุ่ม และจะไปอ่านอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และจะทำ Matrix ว่าโต๊ะไหนมีอะไรและพูดอะไรบ้าง จุดอ่อนต่าง ๆ ดร.จีระ จะไปทำ และขอให้อาจารย์กิตติพูดถึงงานวิจัยให้ Synergize กัน
อย่างที่กลุ่ม 1 พูดเป็นอะไรที่นำไปปฏิบัติได้ แต่สรุปคือ จะนำทั้งหมดขึ้นรายการทีวี TGN อีกครั้งหนึ่ง
วัฒนธรรมองค์กร กับ Change Vision เราต้องกลับไปดูยุทธวิธีการสร้าง Talent ในองค์กร
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน ปัญญา แบ่งปัน เป็นสิ่งที่กฟผ.มีครบแล้วขอให้ทำต่อไป
สรุปจากทีมวิชาการ Chira Academy
Panel Discussion
หัวข้อTQM/SEPA: ความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ กฟผ.
โดยคุณโชติรสเสวกวัฒนา
ผู้เชี่ยวชาญระดับ 12การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
อาจารย์สัญญา เศรษฐพิทยากุล
คุณปิติ ศรีสุขสมบัติ
ผู้จัดการฝ่ายบริหารคุณภาพองค์กร ปตท.
ดำเนินการอภิปราย โดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี
วันที่ 19 มีนาคม 2557
ณ ห้อง 278 อาคาร ท.100 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย
คุณปิติ ศรีสุขสมบัติ
ปตท.เคยเข้าใจว่า ISO คือมาตรฐานสากล แต่จริงๆมันสามารถใช้ได้ทุกอุตสาหกรรม แต่มันก็พัฒนาให้เกิดความเป็นเลิศขึ้นมาเรื่อยๆ
ที่ระยอง ทำ Pilot project จนได้ TQA นำความรู้ตรงนี้ไปใช้กับ ท่อก๊าซ จนได้ TQA 2 แห่ง
ปตท.ทำแล้วได้ระบบและได้ระบบ performance
ปตท.เป็น leader ด้าน plant
ปตท.เป็นที่ 2 ของโลกในการดูแลระบบท่อ
ปตท.เน้น Big, Long, Strong
ปตท.ตั้งเป็น Top Quartile performance 25% ของโลก
ปตท.เน้นสามเหลี่ยมแห่งความยั่งยืนประกอบด้วย HPO, CG และ CSR
ค่านิยมปตท. SPIRIT คือคนเก่งและคนดี
ปตท.มีเครื่องมือในการพัฒนามากมาย
ผู้บริหารต้องชี้นำ สื่อสารเป้าหมาย กระตุ้นพนักงาน ทำให้ยั่งยืนโดยปฏิบัติจนเป็นชีวิตประจำวัน ผู้ว่าการปตท.พูดกับพนักงานทุกระดับเสมอ
กลยุทธ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะบรรลุเป้าหมาย สิ่งสำคัญคือ Action Plan
วันนี้ปตท.พบปัญหาตัวชี้วัด เรามักวัดสิ่งที่เราอยากวัด แต่ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะวัด
ควรนำประเด็นสำคัญการประชุมไปหารือเพื่อเป็นตัวชี้วัด
ต้องทำให้ลูกค้าอยู่กับปตท.นานๆ
ปตท. เน้น Assess, Acquire และ Apply ทุกคนที่ไปดูงานต้องนำความรู้กับมาแบ่งปัน
ปตท.เน้น BCM (Business Continually Management) ทำงานต่อได้แม้เกิดวิกฤติ
Key factors สำหรับส่งเสริมความเป็นเลิศของปตท.
Continuous Improvement
Excellent Leadership
Open Mind
ปตท.จะเป็นผู้ขายเทคโนโลยี
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
องค์กรที่ก้าวหน้าต้องใช้เครื่องมือมาก
ผู้นำมีหน้าที่ 4 ข้อ คือต้องชี้นำ สื่อสารเป้าหมาย กระตุ้นพนักงาน ทำให้ยั่งยืน
อาจารย์สัญญา เศรษฐพิทยากุล
ผมได้รับเชิญให้มาทำ EGAT Way
EGAT วันนี้อยากไป TQM โดยใช้ EGAT Way เพื่อเป็น HPO
เราต้องมี EGAT Way เพราะจะดึงคนเก่ง คนดีเข้ามา
TQM คือบริหารองค์กรให้ดี
SEPA และ TQA เป็นเพียงรางวัล แต่ต้องมีวิธี
ผู้นำแต่ละระดับต้องทำอย่างไรใน EGAT Way
จุดมุ่งหมายสู่ HPO คือต้องเห็นผลงาน
ผู้บริหารต้องผลักให้เกิดผลงาน มีตั้งแต่เหตุและผล ติดตามตลอดจากเหตุจนถึงผล
ทำ TQM เพื่อเห็นผลงานต้องเริ่มจากเป้าหมาย จะได้รู้ว่าไปอย่างไร
บางทีปัญหาคือกฟผ.มีข้อมูลมากแต่ขาดการบูรณาการกัน
HPO คือองค์กรมีความสำเร็จและ Performance โดยต้องบริหารเหตุและติดตามผล ต้องเป็นสิ่งที Stakeholder ปลายทางอยากได้จริงๆ
เวลาตั้งเป้าหมายการอบรม ต้องวัดว่าคนอบรมแล้วทำงานได้หรือไม่
องค์กร HPO ต้องมีทั้งความสำเร็จและความสุขด้วย
EGAT Way ต้องการให้ความสำเร็จและความสุขไปด้วยกัน ต้องเป็นทั้งของหน่วยงานและ Stakeholder ไม่ต้องรอให้สำเร็จจึงสุข
ความสุขมาจากบุคลากรและระบบบริหารจัดการ
ปรัชญาการบริหาร กฟผ.มี QWP
ค่านิยมต้องถูกแปลงให้เป็นวัฒนธรรม
TQM กับธุรกิจต้องขับเคลื่อนกัน
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงในอนาคต กฟผ.จะต้องจัดรูปแบบการบริหารอย่างไร
คุณโชติรสเสวกวัฒนา
คนกฟผ.จะมีความสุขเมื่องานสำเร็จ
เราเอา SEPA มาผูกกับผลงานและเป็นโบนัสของพวกเรา
SEPA เป็นเครื่องมือปรับปรุงผลการดำเนินการขององค์กรนั้นๆ และถือเป็นภาคบังคับ
SEPA เริ่มเข้ามาในกฟผ. ก็คล้ายๆกับ ปตท.
SEPA มี 7 หมวด คะแนนใช้ 6 หมวด ผลลัพธ์ไม่ใช้มาคิดคะแนน
ผลลัพธ์ที่ดีต้องมาจากระบวนการที่ดี
SEPA เน้นความต้องการของลูกค้า
ต้องมีการพัฒนาบุคลากรให้มี customer centric
กฟผ.ก็ต้องใช้ international benchmark
อุปสรรค SEPA คือ
ไซโล มองเฉพาะสิ่งที่เรารับผิดชอบ ทำในสายของตนเอง
ขาดการเชื่อมโยง
Work Process เป็นแบบ Engineering Base มีกระบวนการแข็งแรงแบบ Inside out มากกว่า Outside in
แม้ไม่คิดคะแนนผลลัพธ์ แต่ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันกระบวนการว่าดีหรือไม่
กฟผ.ตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบแต่ละหมวดเพื่อทำ SEPA
ประเด็นการเรียนรู้ในการอบรมในวันที่ 18 มีนาคม 2557
เช้าวันนี้เราจะเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ มูลนิธิชัยพัฒนา (พระราม 8) และเยี่ยมคารวะ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา แต่เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก ที่ไม่ได้ไปด้วย เนื่องจากมีประชุม คบ.รวผ. ซึ่งต้องเข้าประชุมแทน อผฟ.
อย่างไรก็ตาม พี่ๆ เพื่อนๆ ก็ได้มาเล่าให้ฟังว่า การศึกษาดูงานวันนี้ดีมากๆ มีความประทับใจมาก ในการพูดถึง กฟผ. ในทางที่ดีเยี่ยม ทำให้หลายคนมีความภูมิใจในองค์การ กฟผ. (ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ให้แง่คิดดีเยี่ยม)
จากที่ได้ศึกษาจาก เอกสารการบรรยาย “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่แจกมา มีประเด็นและเนื้อหาสำคัญที่ได้เรียนรู้ ดังนี้
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ ทางสายกลาง กล่าวคือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ภายใต้ 2 เงื่อนไข 1) เงื่อนไขความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) 2) เงื่อนไขคุณธรรม (ซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน สติปัญญา แบ่งปัน) เพื่อนำไปสู่ “ชีวิต เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สมดุล มั่นคง ยั่งยืน”
เศรษฐกิจพอเพียง ควรจะมีการกำหนดความพอดี 6 ประการ คือ
1.ความพอดีด้านจิตใจ
2.ความพอดีด้านสังคม
3.ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4.ความพอดีด้านเทคโนโลยี
5.ความพอดีด้านเศรษฐกิจ
6.ความพอดีด้านการเมือง
แล้วจะทำอย่างไร เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง... “ต้องพลิกใจ พลิกความคิด”
“พลิกอ่อนแอ เป็นแข้มแข็ง
พลิกจากไม่มี เป็นมี
พลิกรู้จักแต่ใช้ เป็นรู้จักเก็ย
พลิกแตกแยก เป็นพลัง
พลิกคิดถึงแต่ตัวเอง เป็นแบ่งปัน
พลิกแห้งแล้ง เป็นชุ่มชื้น
พลิกปัญหา เป็นทางออก
พลิกทุกข์ เป็นสุข”
... พลิกใจให้เพียงพอ เพื่อความสุขที่ยั่งยืน...
=====================================
สำหรับในช่วงบ่าย ได้มารับการอบรมต่อที่ กฟผ. ในหัวข้อ ผู้นำ – วัฒนธรรมองค์กร – การบริหารการเปลี่ยนแปลง โดยมี ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ประกาย ชลหาญ ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ และมีอาจารย์สุภวัส วรมาลี เป็นดำเนินรายการ มีประเด็นและเนื้อหาสำคัญที่ได้เรียนรู้ ดังนี้
วัฒนธรรมองค์กร ของ กฟผ. คือ “รักองค์การ มุ่งงานเลิศ เทิดคุณธรรม” ซึ่งได้บ่งบอกถึงลักษณะ คุณสมบัติเฉพาะ ของ กฟผ. ได้ค่อนข้างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม มีความเห็นว่า วัฒนธรรมตัวแรก “รักองค์การ” นั้น เหมือนกับสั่งสอนคน กฟผ. ให้รักแต่ตัวเอง ซึ่งจะเป็นอุปสรรค ในการดำเนินงานของ กฟผ. ทั้งนี้ ควรจะพิจารณาปรับปรุง (ให้รักคนอื่น และแบ่งปันคนอื่นด้วย) เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม ให้การดพเนินงานในอยาคตของ กฟผ. ประสบความสำเร็จ
ผู้นำ ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยที่
Performance ในองค์กร มาได้จาก 2 ส่วน ได้แก่
1.Competency
2.Motivation
ผู้นำต้องเก่ง 3 เรื่อง
1. Change - การเปลี่ยนแปลง
2. Thinking Paradigm - แนวคิด
3. Network and Connection สร้างคนที่มี Relationship หรือ Connection เพื่อเสริมให้งานดีขึ้น
ทั้งนี้ ในการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) จะต้องมีทักษะ หลายด้าน
สรุปการบรรยายโดย ทีมงานวิชาการ Chira Academy
กิจกรรมกลุ่ม : นำเสนอผลการเก็บข้อมูลงานวิจัยและแนะนำแนวทางในการวิเคราะห์ข้อมูล
โดย อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
วันที่ 18 มีนาคม 2557
ณ ห้อง 278 อาคาร ท.100 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย
กลุ่ม 1 หัวข้อ “การสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) : ศึกษากรณี โครงการการเดินเครื่องและบำรุงรักษาใน สปป.ลาว”
กลุ่ม 2 หัวข้อ “การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของกฟผ.”
กลุ่ม 3 หัวข้อ “ยุทธศาสตร์สร้างการยอมรับต่อความสำเร็จในโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่”
กลุ่ม 4 หัวข้อ “การศึกษาทัศนคติของคน กฟผ.ต่อการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่”
กลุ่ม 5 หัวข้อ “ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความร่วมมือของชุมชนต่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของกฟผ.”
กลุ่ม 6 หัวข้อ “การศึกษาเรื่องปัญหาการสื่อสารใน EGAT Group เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพใน EGAT Group”
กลุ่ม 7 หัวข้อ “ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการได้รับค่าทดแทนที่ดินต่อผู้ได้รับผลกระทบ”
กลุ่ม 6 หัวข้อ “การศึกษาเรื่องปัญหาการสื่อสารใน EGAT Group เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพใน EGAT Group”
เนื่องจากการสื่อสารภายในองค์กรยังไม่มีอะไรที่เป็นระบบเลย ถ้าเรามีการสื่อสารภายในที่ดีจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพใน EGAT Group ได้
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
- หัวข้อให้เป็นการศึกษาเรื่องปัญหาการสื่อสารในองค์กร EGAT Group เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพใน EGAT Group
กลุ่ม 2 หัวข้อ “การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของกฟผ.”
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
- เป็นการศึกษาปัจจัยที่มีต่อสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ศึกษาว่าสัดส่วนที่ควรจะเป็นควรเป็นเท่าไหร่ อะไรที่มีผลต่อการกำหนดสัดส่วน
- ปัจจัยไหนที่ส่งผลการผลิตของ กฟผ. ปัจจัยไหนเป็น Priority แรกที่ Attack ได้
- เวลาทำ Recommendation ต้องพัฒนาไปสู่การสร้างโครงการที่เรียกว่า Approach
กลุ่ม 5 หัวข้อ “ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความร่วมมือของชุมชนต่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของกฟผ.”
คือทำให้ชุมชนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆของ กฟผ.
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
การที่กฟผ.ร่วมมือได้ Stakeholder คือชุมชน การพัฒนาพลังงานของกฟผ.มีอุปสรรคคือ ชุมชนไม่ให้ความร่วมมือ ต้องคิดว่าทำไมชุมชนไม่ให้ความร่วมมือ เช่นพวกหนึ่งไม่รู้ อีกพวกหนึ่งตั้งแง่ ค้านอย่างเดียว เปลี่ยนเป็น ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความร่วมมือต่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของกฟผ.
กลุ่ม 3 หัวข้อ “ยุทธศาสตร์สร้างการยอมรับต่อความสำเร็จในโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่”
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
ปัญหาคือการต่อต้านคนส่งผลให้สร้างไม่ได้หรือไม่ แต่ธงออกมาแล้วว่าต้องสร้าง ดังนั้นจะทำอย่างไรให้สร้างให้ได้
มีลักษณะเฉพาะเป็นเชิงพื้นที่ และการก่อตั้งด้วย
หลักคือ โรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่กระทบการท่องเที่ยว เขาศึกษาเฉพาะ การดำเนินงานเพื่อสร้างการยอมรับ จึงต้องทำอย่างมียุทธศาสตร์
กลุ่ม 1 หัวข้อ “การสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) : ศึกษากรณี โครงการการเดินเครื่องและบำรุงรักษาใน สปป.ลาว”
ปัญหาคือ ถ้าหาคนไปที่ลาวไม่ได้ Effect ต่อ กฟผ.หรือไม่ ทำอย่างไรให้มองว่าการไปทำงานที่ลาว ก้าวหน้า และพิเศษขึ้นมา
ปัญหาปัจจุบันคือแรงจูงใจไม่ดีพอ คนที่จะไปทำงานที่ลาวปัญหาคืออะไร แรงจูงใจปัจจุบันพอหรือไม่ที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานที่ลาวเยอะขึ้น
ข้อสังเกตจากคนในกฟผ.โครงการเดินเครื่องมี 2 โครงการคือน้ำงึม 2 และหงสา มีความแตกต่างในระดับสูงหรือระดับกลาง ที่น้ำงึม 2 ไม่น่ามีปัญหา เวลาคนกลับมาก็มีคนพร้อมที่จะไปทำงานแทน แต่ปัญหาอาจจะอยู่ที่โรงไฟฟ้าหงสา อย่างเช่นเรื่องสเป็กคน ผู้บริหารที่จะเข้าไปดูแล และเรื่องภาษี
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
กลุ่มนี้ต้องระบุให้ชัดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน เพราะว่าบางแห่งอย่างที่น้ำงึมคนอยากไป
ให้ดูว่าแรงจูงใจที่ไม่เวิร์กพอ เพราะอะไร ที่ไม่เวิร์กอาจเป็นที่หงสาหรือไม่ เวลาทำ Recommendation ต้องดูว่าจะต้องสร้างอะไรเพิ่ม
ผู้เสนอโครงการ
โครงการน้ำงึม สัญญาไม่เหมือนกัน แต่หงสาไป Main Character กับเจ้าของโรงงานโดยตรง รับทั้งหมด ดังนั้นแบบสอบถามจะไปทำงานที่น้ำงึมด้วยว่า Happy เพราะอะไร
โครงการหาสาใครมีบ้านพัก มีแฟลต แม่เมาะ โครงการหงสาอาจหายไป วิธีคิดไม่เหมือนกัน ทำให้คนเปรียบเทียบกัน ว่าเนื้องานอาจหนักขึ้น แต่ได้ไม่เท่ากัน
ให้ดูสภาพแต่ละพื้นที่ และตำแหน่งที่รับผิดชอบ ให้ดูให้ชัด
รุ่นน้ำงึมเป็นรุ่นบุกเบิก ตอนหลังอาจไม่จำเป็น
กลุ่ม 4 หัวข้อ “การศึกษาทัศนคติของคน กฟผ.ต่อการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่”
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
คำถามแรก คือมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ที่ลงลึกคือทำไมไม่เห็นด้วย ให้เริ่มจากปัญหาก่อน
1. กฟผ.เลี่ยงไม่ได้ในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ทุกอันต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ โรงไฟฟ้าใหม่อย่างไรต้องสร้าง คนกฟผ.ต้องทำให้เห็นว่าทำไงต้องทำ
2. เน้นการปรับทัศนคติ Mindset ของ กฟผ.ให้ไปในทิศทางเดียวกันให้องค์กรเคลื่อนไปอย่างองคาพยพ ไม่ค้าน
3. โรงไฟฟ้าใหม่ที่พูดถึงคืออะไร อยากดูว่าอันไหนที่เห็นด้วย สร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในรูปแบบไหนที่คนในกฟผ.ค้านน้อย จะดูภาพรวมหรือดูเฉพาะเจาะจง ต้องให้ชัดว่าทำไมต้องเอาอันนี้
4. ควรมี Recommendation เองว่าโรงไฟฟ้าใหม่น่าจะทำแบบไหน มีทางเลือกให้กฟผ.หรือไม่
กลุ่ม 7 หัวข้อ “ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการได้รับค่าทดแทนที่ดินต่อผู้ได้รับผลกระทบ”
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
จากหัวข้อ “การศึกษาความเหมาะสมของค่าทดแทนที่ดินเพื่อให้เกิดความพึงพอใจต่อผู้ได้รับผลกระทบ” ดูปัญหาเป็นเรื่องปัจเจก โจทย์แบบนี้ต้องการตอบอะไร
ราคาอิงกับการประเมินที่ดิน ไม่ให้ต่ำกว่าราคาประเมินที่ดิน หาบทสรุปความพึงพอใจกี่บาทหาไม่ได้เนื่องจากเป็นเรื่องปัจเจก ถ้าการไฟฟ้ามีหลักเกณฑ์ชัดเจนเพื่อ Convince ให้ กพค.ยอมรับค่อนข้างง่าย โจทย์ใหม่คือ ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการได้รับค่าทดแทนที่ดินต่อผู้ได้รับผลกระทบ
1.หาตัวเลขที่เหมาะสมของค่าทดแทน ตัวเลขได้มาอย่างรวดเร็ว อะไรที่ทำให้พอใจ แผนดูว่าเขาพอใจหรือไม่
2. ปัจจัยที่จะ Happy กับเงินต่างกัน ความพอใจไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว เช่น การทำ CSR ปัจจัยอะไรบ้างที่สร้างให้ที่ความพอใจนอกจากเงินด้วย
กลุ่ม 2 หัวข้อ “การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของกฟผ.”
อาจารย์กิตติ ชยางคกุล
สัดส่วนการผลิต คนกฟผ.ทุกคนไม่ได้มีส่วนเรื่องนี้ อะไรเป็นตัวแรกยืนยันว่าเท่าไหร่ คนให้ข้อมูลต้องเป็น KeyPerformance อีกส่วนหนึ่ง คือไม่สามารถสัมภาษณ์หว่านได้ สิ่งที่ต้องทำคือ Review Literature สิ่งที่ทำแล้ว มีหลักฐานอะไรยืนยันว่าต้องเป็นอย่างนั้น
รายละเอียดโครงการวิจัย
1.ชื่อหัวข้อวิจัย
2. สมมุติฐาน
3. ขอบเขต
4. วัตถุประสงค์
5. ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องหรือเป็นหลักของหัวจ้อวิจัยนี้
6. เหตุจูงใจในการเลือกทำหัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่องนี้
7.วิธีวิจัยที่จะใช้ในการทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ (เป็นแบบการวิจัยเอกสารการวิจัยสนามหรือการวิจัยแบบอื่นใด)
8. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษาเรื่องนี้
โครงร่างการศึกษาวิจัย
- ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
- การทบทวนวรรณกรรม
- ระเบียบวิธีวิจัย
- ผลการศึกษาวิจัย
- สรุป และข้อเสนอแนะ
ส่งงาน
รายละเอียดโครงการวิจัย
การเลือกหัวข้อแล้ว ต้องหาข้อมูลยืนยัน ขอให้ทุกกลุ่มส่ง Review ภายใน 11 เม.ย. 57
ประเด็นการเรียนรู้ในการอบรมในวันที่ 19 มีนาคม 2557
หัวข้อ กรณีศึกษาของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กับการก้าวสู่ธุรกิจพลังงานของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค
โดย คุณสมยศ รุจิรวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้ที&บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
วันนี้ ได้มาเรียนรู้ประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการก้าวสู่ธุรกิจพลังงานในระดับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค ว่า บ.บ้านปู เกิดและโตมาอย่างไร มีแนวทางวิธีการดำเนินธุรกิจพลังงานอย่างไร มี Strategies ในการทำธุรกิจอย่างไร
บ.บ้านปู เกิดในธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจต่อเนื่อง (เช่น เหมืองดินขาว) และมองหาขยายธุรกิจในประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย
หลังจากดำเนินธุรกิตถ่านหินมาพอควร ก็หันหรือเริ่มมองธุรกิจที่ต่อเนื่อง เพื่อ Diversify ธุรกิจ ไปทำธุรกิจผลิตไฟฟ้า บ. แรกคือ บ. “COCO” บ.ผลิตไฟฟ้าแบบ Cogeneration
ในช่วง Asian Economic Crisis ในปี 1997 ทำให้ บ. บ้านปู ต้อง Set-back และขายหุ้น COCO ออกไปที่ละส่วนและได้ปรับ Strategies หันกลับมาที่ Core Business คือ Coal Business เป็น “Coal Champion Plus” ซึ่งถือเป็นการบริหารวิกฤต (Crisis Management)
New Era of Growth 2011-2013
Global trend and needs for sustainable development
CSR - Corporate Social Responsibility
SD - Sustainable Development
CSR และ SD ในความหมายจริงๆแล้วเหมือนกัน ในมุมมองของผู้บรรยาย
ทำไมต้อง CSR?
BANPU SD Framework
(เพื่อความชัดเจนในการดำเนินงาน ต้องมี Framework และต้องถ่ายทอดลงไปให้ทุกคนในบริษัทเข้าใจ และมีคณะทำงานฯ ในการดำเนินการ)
1. Competitiveness ซึ่งต้องเป็นคนดีและมีคุณภาพ
2. Localization ต้องสร้างความโปร่งใส ถูกกฏหมาย มีคุณธรรมในการดพเนินธุรกิจ (ซึ่งถือเป็น Key Success Factor ในการทำธุรกิจของ Banpu)
3. License to Operate Occupational Health & Safety (HSEC – Health Safety Environment and Community)
โดยมี Commitment: Zero Incident, Zero Repeat, Zero Compromise
Corporate shared values: Banpu Spirit
มีความประทับใจในแนวทางของ บ. Banpu ที่มีการมองว่า CSR เป็น “License to Operate” และทำ CSR แบบไม่ได้หวังผลต่อธุรกิจอย่างเดียว อีกทั้งไม่จำเป็นที่จะต้องทำ CSR เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุริจหลักเท่านั้น ทำได้หลากหลาย ไม่จำกัด
Banpu CSR’s Theme is “Do by Heart.”
สรุปจากทีมวิชาการ Chira Academy
Panel Discussion
หัวข้อการบริหารความเสี่ยงจากการคุกคามของการเมือง
โดยรศ.ดร.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร
นักวิชาการอิสระ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
อาจารย์ธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์
อดีตรองเลขาธิการ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
บทสัมภาษณ์คุณสุวิทย์ คุณกิตติ
บทสัมภาษณ์รศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา
ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันที่ 19 มีนาคม 2557
ณ ห้อง 278 อาคาร ท.100 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
1.ต้องมองการเมืองเป็น partner กับเรา
2.ต้องศึกษาวัฒนธรรมการเมืองในปัจจุบันเป็นอย่างไร
3.ต้องมีพันธมิตรทั้งในและนอก เช่น NGOs เขาจะสนับสนุนเราได้
4. วิธีการจัดแบบ workshop น่าจะทำได้ในกฟผ. ควรจะสร้าง Network ให้มากขึ้น
มีรุ่น 3 เสนอให้จัดวปอ.ของเราเอง มีคนกฟผ.และคนนอกมาร่วม
ในอนาคตถ้าปัจจัยทางการเมืองบางอย่างร้ายแรง ความดีเราต้านไม่ได้ ก็จะอันตรายต่อเรา
บทสัมภาษณ์คุณสุวิทย์ คุณกิตติ
การเมืองก็มีการเปลี่ยนแปลงถ้าประชาชนสงสัยการทุจริตของรัฐบาล และออกมาพูดมากขึ้น ถ้านักการเมืองมีเหตุผล คนสนใจ นักวิชาการออกมา แล้วกลุ่มแพทย์ออกมา แล้วจะเกิด Political deadlock สมัยก่อนคือปฏิวัติ
เมื่อรัฐบาลเซแล้ว มักล้มแล้วเปลี่ยนแปลงใหม่ ก็เหมือนทั่วโลก
เราลืมมองสังคม วัฒนธรรม แล้วลอกระบบของประเทศอื่นมาใช้ ก็กลายเป็นสิ่งแปลกปลอม ปัญหาก็จะเกิดซ้ำๆ
ไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบนองเลือด
สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้คือ Moral Hazard ปัญหาคือคนไทยยอมรับการทุจริตได้ มันคือความเสื่อมโทรมทางคุณธรรม
ช่วงนี้มีการพูดถึงปฏิรูปพลังงาน ต้องพัฒนาต่อเนื่อง
ความมั่งคงพลังงานไทยมีปัญหามาก เพราะต้องนำเข้าพลังงาน 70% กฟผ.มีปัญหาจากโครงการเดิมและโครงการใหม่ทำให้เกิดผลกระทบค่อนข้างมาก
รูปแบบริหารจัดการต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่กฟผ.ยังเข้มแข็ง เพราะไม่มีการทุจริต คนจึงเชื่อถือ
กฟผ.ต้องดูว่าจะพัฒนาสิ่งที่มีได้อย่างไร ในเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะพัฒนาโรงไฟฟ้าเก่าให้เป็นที่ยอมรับได้อย่างไร ต้องให้ความรู้แก่สาธารณชนให้มากและต่อเนื่องให้เข้าใจหน้าที่ บทบาท และการพัฒนาพลังงานของประเทศ กฟผ.จะได้รับผลกระทบมากในเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาจะเกิดจากความไม่เข้าใจของประชาชน กฟผ.ไม่เข้าถึงประชาชน แต่ NGOs เข้าถึงมากกว่า ทำให้กฟผ.เสียเปรียบ ชาวบ้านจะเป็นรั้วให้กฟผ. มาตรการเชิงรุกในการเข้าถึงประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ต้องดูแลชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ให้เขาเป็นรั้วและปากเสียงให้กฟผ. ปัญหาความเค็มของน้ำ การผันน้ำจากน้ำเมยเข้าเติมในเขื่อนภุมิพล ผมเคยให้ทำการศึกษาไว้ สามารถใช้ไฟฟ้าช่วง off peak มาปั่นกระแสไฟฟ้าเติมได้ กฟผ.ต้องวิเคราะห์และดูการปฏิรูปพลังงานในอนาคต วางแผนพัฒนากฟผ.ให้มั่นคง กฟผ.ในฐานะผู้เชี่ยาญต้องมีข้อมูลดีกว่าฝ่ายการเมือง แต่ต้องเผยแพร่ต่อประชาชนให้เข้าใจ เป็นการถ่วงดุลอำนาจการเมืองได้ ถ้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง กฟผ.ไม่ต้องกลัวการแทรกแซงทางการเมืองกฟผ.ต้อง lobby สังคมให้เข้าใจผลกระทบต่างๆ เรื่อง CSR ใหญ่มาก กฟผ.ต้องมีบทบาทสำคัญ เช่นพื้นที่โรงไฟฟ้า คนแถวนั้นต้องได้รับประโยชน์ด้วย
รศ.ดร.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร
การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวตั้งแต่เกิดจนตาย
อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์เขียนบทความให้รัฐบาลดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย
การประกันสังคมเกิดจากอาจารย์ป๋วย
ประเทศไทยมีระบบอุปถัมภ์ทำลายสังคมในระดับหนึ่ง
ขณะนี้ประเทศไทยไม่เข้าใจประชาธิปไตยโดยเนื้อหา โดนนักการเมืองบิดเบือนและมอมเมา
ประเทศไทยเป็นประเทศมีกิน เป็น 1 ใน 8 ประเทศส่งออกผลผลิตผลไม้ได้ ไม่กระตือรือร้น
ประเทศไทยดีทุกอย่างยกเว้นคน
ผมเคยเสนอนายกรัฐมนตรีให้มีภาษีทรัพย์สิน แต่เขากลัวกระทบคนระดับบน 20%
ประชาธิปไตยไทยขาดคุณภาพเพราะปัญหาการศึกษา ครูเงินเดือนน้อยและไม่เก่ง
การพัฒนาระบอบประชาธิปไตย มี 3 ส่วน
1.นักการเมือง ได้อำนาจเรา จึงมีอำนาจตามกฎหมายรองรับ แต่เราไม่มีการรวมตัวเพื่อแสดงพลังเพื่อคัดค้านการกระทำมิชอบ ประเทศไทยขยันยึดอำนาจ แต่ไม่เคยดูตัวเอง นักการเมืองโกงได้เพราะระบบอุปถัมภ์
2.ข้าราชการต้องรับใช้ประชาชน แต่โดนนักการเมืองปั่นหัวให้โกง
3.ประชาชน ภาคประชาชนยังไม่สามารถรวมพลังตรวจสอบนักการเมืองและประชาชนได้
เหตุเกิดครั้งนี้ คนไม่สามารถผลักดันให้ลูกเรียนสูงๆได้ รัฐบาลยังไม่ให้ความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ประชาชน
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชวิจัยเรื่องคอรัปชั่น พบว่า คนที่คอรัปชั่นอันดับ 1 คือ ตำรวจและท้องถิ่น
การเมืองไทยผกผันและเกิดตัวแทน
6 องค์กรอิสระไม่สามารถแก้ปัญหาการเมืองได้
ผู้นำแต่ละระดับของแต่ละฝ่ายต้องเจรจากัน
อย่าไปรังแกประเทศ
ระบบอุปถัมภ์กำหนดตัวบุคคลที่จะได้รับแต่ละตำแหน่งอยู่แล้ว
ผู้บริหารกฟผ.เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่เริ่ม
การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งเป็นอาหารอันโอชะของนักการเมือง โดยเฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีการซื้อของล่วงหน้าตุนไว้ 75 ปี
ถ้ากฟผ.จะสร้างความสุขให้คนไทย ต้องสร้างหมู่บ้านแห่งความสุขโดยไปดูหมู่บ้านโฮมสเตย์ สร้างคุณภาพชีวิตให้คน ทำให้คนมีสุขภาพแข็งแรงไม่ต้องไปโรงพยาบาล
กฟผ.ต้องเอาประชาชนเป็นเพื่อน ไม่เอาเปรียบเขา
กฟผ.ต้องเป็นผู้ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน โดยทำเป็นเครือข่ายรัฐวิสาหกิจหรือไฟฟ้าทั้งหมด
อาจารย์ธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์
ผมทำแผน 8 เมื่อ 15 ปีก่อน เปลี่ยนประเทศไทยเข้าสู่โลกสมัยใหม่ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง
อนาคตประเทศไทยมั่ว ปัญหาพันกันหมด
ต้องเปลี่ยนวิธีคิด
ตั้งแต่แผน 8-10 ไม่เปลี่ยนระบบอุปถัมภ์ เป็นระบบที่เน้นอำนาจไม่ใช่ความรู้
ตอนนี้ ประชาธิปไตยเป็นแบบเสมือนจริง ทุกอย่างหาอ่านได้หมด การแก้ไขไม่สามารถแก้ได้โดยให้นักวิชาการเขียนแผน
ประชาธิปไตยแบบใหม่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมเรียนรู้
มนุษย์ต้องรับข่าวสารตามสภาพความเป็นจริง ต้องใช้เวลา
ต้องเรียนรู้จาก Leadership at all levels
วิกฤติการเมืองทำให้คนได้เรียนรู้มาก
ต้องเลิกคิดแบบแยกส่วน
การปฏิวัติทำให้แย่ลงแต่อย่าปิด ต้องแลกเปลี่ยนความรู้กัน โอกาสอยู่อินเตอร์เน็ตและวิทยุชุมชน
วิกฤติการเมืองจะส่งผลกระทบเศรษฐกิจ รัฐบาลจะจ่ายเงินต้องขออนุมัติจากกกต การบริโภคในประเทศลดลง การลงทุนลดลง
กฟผ.ต้องมีสติ
กฟผ.ต้องมียุทธศาสตร์สำหรับ worst case scenario สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เงินสด แผนการลงทุนในอนาคตต้องคิดใหม่หมด โดยต้องเน้นโครงการที่ได้เงินด่วน ควรหารือกับบริษัทห้างร้านทั้งหลาย ต้องพยายามมีวิสัยทัศน์จะวางตำแหน่งอย่างไรใน worst case scenario ต้องบริหารจัดการแบบเข้มข้นในระยะสั้น ต้องรู้ข้อมูลที่ทันสมัยในพื้นที่ ต้องทำงานร่วมกับทุกหน่วยขวัญกำลังใจผู้นำสำคัญที่สุด ผู้นำต้องลงพื้นที่ เน้นการปฏิบัติตามที่คิดไว้
Leadership สำคัญมากในยามวิกฤติ
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
การเมืองพัวพันกับเศรษฐกิจ
กฟผ.อาจจะดีใจที่ไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ แต่รายได้อาจไม่เพิ่ม
กฟผ.ควรจัดการการเมืองแนวตรงและแนวอ้อม เช่นให้ความรู้ชุมชนแล้วเขาจะเป็นเกราะให้กฟผ. กฟผ.มีเครือข่ายข้างใน
รุ่น 11 ควรให้สหภาพมาฟังในฐานะผู้สังเกตการณ์จะได้เป็นกลุ่มก้อน
อีกแนวร่วมมือนักวิชาการดีๆ อยู่กับความจริง ประชาธิปไตยแบ่งโดยความโลภของคน ต้องแยกแยะให้ดี
อาจจะบอกว่าอีก 5 ปีข้างหน้า การเมืองจะเป็นอย่างไร
บทสัมภาษณ์รศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา
ในระยะสั้น คนไม่ศรัทธาในเรื่องการเลือกตั้ง นำไปสู่การผูกขาดอำนาจ เน้นประชานิยมสุดขั้ว กู้เงินโดยไม่รับผิดชอบทำให้ขาดดุลมาก
ประเทศที่มีการเลือกตั้งมีปัญหาทั่วโลก นำไปสู่วงจรอุบาทว์
ควรปฏิรูประบบการเลือกตั้ง มีตัวแทนแต่ละกลุ่มมาเป็นสส.
ต้องควบคุมการหาเสียงไม่ให้หลอกประชาชน ไม่ให้ประชานิยมเข้ามาได้อีก
การปฏิรูปคือการกระจายอำนาจไปแต่ละพื้นที่แล้วให้คนในพื้นที่บริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่
ควบคุมคอรัปชั่น
ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
สรุปการบรรยายโดย ทีมงานวิชาการ Chira Academy
หัวข้อ White Ocean Strategy กับการสร้างศรัทธาของ กฟผ.
โดย คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย
วันที่ 20 มีนาคม 2557
ณ บจก. ดีซี คอนซัลแทนส์แอนด์มาร์เก็ตติ้งคอมมูนิเคชั่นส์
White Ocean เป็นหนังสือเน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม
ความสุขของคนไทย มากขึ้นหรือลดลงเนื่องจากอะไร ?
- อยากให้ดูตัวอย่างของภูฏานเหมือนเมืองไทยในอดีต
- ภูฏานเป็นประเทศที่ชูเรื่อง GNH (Grosss National Happiness) ต่างกับ GDP ที่ทุกอย่างวัดเป็นตัวเลขหมดเลย แต่ไม่มองว่าสังคมแตกแยกหรือไม่ ครอบครัวแตกแยกหรือไม่
- ความสุดโต่งของสายการปกครอง แบบ สังคมนิยม และทุนนิยม
- สังคมนิยม ทำให้ศักยภาพมนุษย์ลดลง
- ทุนนิยม เน้นที่วัตถุนิยม บริโภคนิยม และที่เจอทุกประเทศคือประชานิยม ผลสุดท้ายก็คือล่มจม เป็นการมองระยะสั้น และไม่ได้อยู่กับความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น การปลูกข้าวต้นทุนสูงสุด ผลผลิตต่ำสุด เกิดเป็น มิจฉามาร์เก็ตติ้ง และกิเลศมาร์เก็ตติ้ง และท้ายสุดไปไม่ถึงไหน
จากวิสัยทัศน์ของกฟผ.
1. เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล
2. เป็นองค์กรที่มีการบริหารที่มีประสิทธิภาพสูง
3. เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงานเป็นเลิศ
4. เป็นองค์กรที่สังคมไว้วางใจและเป็นความภาคภูมิใจของชาติ
5. เป็นองค์กรที่มีฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอต่อการขยายงาน
ถามว่ามีข้อไหนที่ไม่ได้บ้างสิ่งสำคัญคือ เราต้องมีบางสิ่งที่สังคมไว้วางใจได้
คนที่ประสบความสำเร็จ
คือคนที่ฉลาดในการตั้งคำถาม เช่นเซอร์ไอแซกนิวตัน ตั้งว่าทำไมแอปเปิ้ลหล่น
คนที่ยิ่งใหญ่จะฉลาดตั้งคำถาม
แต่คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 3 โลกคือคนที่ฉลาดในการตั้งคำถาม
พระพุทธเจ้าตั้งคำถามว่าทำไมต้องเกิด ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย
สิ่งที่เราต้องตั้งคำถามคือ
Where are we ?
Where do we want to go?
How to get there?
อายุเฉลี่ยของคน 75 ปี แต่เราประมาทไม่ได้ เพราะทุกคนมีชีวิตอยู่แค่ลมหายใจเดียว
หลักการสำคัญของ White Ocean พูดเรื่องยุคของการเปลี่ยนแปลง
เราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์โลก เราจึงต้องมองโลกในลักษณะ Triple
สิ่งที่เกิดขึ้น ประชานิยม ทุนนิยม บริโภคนิยม
การผลิตไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลสัมพันธ์กับโลกทั้งหมดไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โลกของเราเกิดปรากฏการณ์ Greenhouse Effect
ภัยพิบัติปัจจุบันนี้ไม่ใช่แค่ 100 ปี แต่เจออยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น ภาวะโลกร้อน น้ำแข็งละลาย การเคลื่อนตัวของภูเขาน้ำแข็ง หิมะตกหนักที่ฟลอริดาร์ ปิรามิดถูกปกคลุมด้วยหิมะคลื่นความร้อนที่เซี่ยงไฮ้ ทำให้รถไฟไหม้หมดเลย
นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพแล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ เทคโนโลยี วิถีชีวิตเปลี่ยน นับได้ว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ท้าทายหนึ่ง
สิ่งมีชีวิตที่จะได้ไปต่อคือสิ่งมีชีวิตที่มีการปรับตัวและพัฒนาตนเอง ไม่ได้อยู่กับความเคยชิน (ความเคยชินคือกิเลส) ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้ไปต่อแม้ว่าแต่ก่อนมีความแข็งแกร่ง และแข็งแรงมากที่สุดคือ ไดโนเสาร์ แต่มีเพื่อนร่วมรุ่นกับไดโนเสาร์ ไปต่อได้คือ เต่า
สิทธิสำคัญของการเกิดเป็นมนุษย์คือ เสรีภาพในการเลือก (Freedom of choice) เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไรในสถานการณ์นั้น ๆ แต่อยู่ใต้กรรมทันทีเมื่อได้กระทำไปแล้ว
คำถาม เราจะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจเรามีจุดสมดุลระหว่างคน กำไร Passion
คำตอบ ตัวเราเอง
กฟผ.เป็นหนึ่งในองค์กรที่ยิ่งใหญ่ในมุมมองของสังคมไทย ถ้า กฟผ.หยุดทำงานประเทศชาติจะเป็นอย่างไร
ดร.สุรินทร์ บอกว่า สมัยก่อนในอาเซียนประเทศอะไรเป็น MostAttractive คำตอบคือประเทศไทย แต่ตอนนี้ในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถอยหลังลง ไทยติดลบ ในขณะที่ประเทศอื่นขึ้นหมดเลย อย่างเช่นเรื่องการศึกษาประเทศไทยเป็นอันดับ 8 ในอาเซียน เกาะติดพม่ากับลาว
ประเทศไทยเป็นสังคมที่คลั่งปริญญา แต่การมีปริญญามาก ๆ ทำให้สังคมถดถอยลงเรื่อย ๆ บางครั้งตามฝรั่งมากไปจนไม่ดูว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรทำ
บทสัมภาษณ์ของคุณ สุทธิชัย หยุ่น สัมภาษณ์ ลีกวนยู
ลีกวนยู บอกว่าตอนที่เขาถูกขับจากสิงคโปร์เมื่อ 50 ปีก่อน สิงคโปร์เศร้ามาก เนื่องจากเขาเป็นผู้พัฒนาสิงคโปร์ ตั้งแต่เรื่องน้ำดื่ม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
คุณสุทธิชัย หยุ่น ถามว่าในมุมมองลีกวนยูมองประเทศไทยอย่างไร
ลีกวนยูบอกว่าไม่ได้มองว่าไทยเป็นคู่แข่ง เพราะคนไทยไม่มีการศึกษา
การศึกษาไม่ใช่หมายถึงปริญญาบัตร แต่หมายถึงคนที่มีปริญญาบางครั้งมีมิจฉาปัญญา เรากำลังวัดสังคมที่อะไร ประเทศไทยเป็นประเทศที่ถอยหลังลง
การรับชมวีดิทัศน์
Individual Social Responsibility (ISR)
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ
White ocean strategy เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติ และทำให้ได้ เป็น common sense
มันไม่ใช่หมายถึงภาคใดภาคหนึ่ง แต่หมายถึงประเทศชาติทั้งหมดที่เรารับมา เราต้องส่งประเทศไทยออกจากหลุมดำให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ ประเทศไทยก็จะไม่สามารถหลุดไปจากกรงเล็บของคอรัปชั่นได้ ถ้าทำได้ ประเทศจะชนะทุกคน
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
รู้สึกเศร้าใจที่ทำไมคนไทยเราทำอย่างไรที่จะต้องจารึกว่าคนไทยไม่โกง แสดงว่าคนไทยโกงจนไม่ไหวแล้ว ถึงต้องเขียนขึ้นมาเพื่อเตือนสติว่าเกิดอะไรขึ้น การทุจริตคอรัปชั่น เจอทุกหย่อมหญ้า ไม่เลือกชั้นวรรณะ เลือกธุรกิจ เลือกกลุ่ม อย่าพูดแต่คำว่ายั่งยืนโดยไม่ปฏิบัติอะไรเลย ต้องส่งให้ก้าวไป ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเนรคุณ เป็นบาปที่ยิ่งใหญ่
ข้อคิดที่ได้จากการรับชมวีดิทัศน์
เราไม่ได้หยุดการใช้ทรัพยากร แต่เป็นเพราะสังคมใช้ทรัพยากรเยอะ
โอบามาชนะใจเพราะคำว่า Change
สำหรับประเทศไทย สิ่งที่ต้องทำคือ ปฏิรูปตัวเราเอง เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
Jack Welch บอกว่าถ้าการเปลี่ยนแปลงข้างนอกเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงข้างใน เจ๊ง
ไทยเป็นประเทศในอดีต ถามว่าทำไม ? เพราะคอรัปชั่น
Bill Gate บอกว่าคนส่วนใหญ่สนใจการเปลี่ยนแปลงเฉพาะหน้า และให้ค่าต่ำเกินไปสำหรับการมองระยะยาว
ลูกหลานของคนไทยจะอยู่ในสังคมแบบไหนใน 20 ปีข้างหน้า
ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ต่าง Input ต้องต่าง กระบวนการต้องต่าง สิ่งที่เราเรียนมา เหมาะกับยุคอุตสาหกรรม ทุกอย่างคือ Management หมดคือ บริหารและจัดการ แต่ปัจจุบันนี้เราอยู่ในยุค Information เราแข่งกันที่ความเร็ว Speed of Trust เป็นสังคมที่สังคมไว้วางใจ เพราะสิ่งที่เราทำที่ผลิต คนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน
มนุษย์บริหารจัดการไม่ได้ เพราะไม่ใช่สิ่งของ You can’t manage people , you can only lead people. สิ่งที่เรากำลังแสวงหาคือผู้นำ สังคมไทยกำลังโหยหาผู้นำที่มีความจริงใจ และมีความยุติธรรม สามารถนำคนได้
สมองมี 2 ซีก
ตอนเกิดสมองสมดุล 2 ข้าง แต่พอโตขึ้นสมองซีกซ้ายโต มีหลักการ เหตุผล ความคิด เป็นลักษณะอะไรที่เน้นความแม่นยำเรียกว่า Linear Learning
สมองซีกขวา เน้นความคิดสร้างสรรค์ คุณธรรม จริยธรรม
สังเกตตัวเอง
- กุมมือนิ้วแม่โป้งขวาอยู่บนนิ้วแม่โป้งซ้าย รับข้อมูลด้วยสมองซีกซ้ายอัตโนมัติ เป็นพวกคิดด่วน คิดเร็ว คิดได้เลย Yes No OK ประมวลว่าถูกต้อง ไม่ถูกต้อง
- กุมมือนิ้วแม่โป้งซ้าย รับข้อมูลด้วยสมองซีกขวาอัตโนมัติ เป็นพวกรับข้อมูลโดยไม่คิด รับด้วยความรู้สึก เป็นพวกใช้หัวใจรับ ใช้ความรู้สึก
- กอดอกมือซ้ายอยู่บน เป็นการส่งข้อมูลด้วยสมองซีกขวา เป็นคนไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่ชอบกฎ กติกา มารยาท ชอบสิ่งใหม่ ๆ ชอบออกนอกกรอบ งานที่ดีกว่าจะไม่ใช่งาน Routine เป็นงานเกี่ยวกับ People Oriented จุดเด่นคือเห็นภาพรวมดีกว่า มีความสามารถในการสื่อสารคนและดึงใจคนได้มากกว่า เป็นผู้นำที่ไม่มี Script
- กอดอกมือขวาอยู่บน เป็นการส่งข้อมูลด้วยสมองซีกซ้าย เป็นคนมีหลักการ มีเหตุผล ทำงานได้ดีในสภาพเป็นกรอบ มีหลักการในการปฏิบัติ ความจำดี มีความแม่นยำ และปวดหัวบ่อย ให้ข้อมูลแม่นมากทางวิชาการ เป็น Management ที่ดี เป็นการบริหารจัดการที่ดี ภายใต้ประสบการณ์ที่ดีกว่า ทำอะไรทีเป็น Routine ดี เป็นหมอดู จับยามสามตา เป็น Process Oriented
การเรียนรู้จะเรียนรู้แบบไหนได้ดีกว่า ซีกซ้ายเรียนรู้จาก Linier จากระบบ ซีกขวาเรียนรู้จากภาพ
สมองที่ต้องพัฒนามาก ๆ คือซีกขวา เพราะสมองซีกซ้ายเรากำลังถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี กำลังทดแทนสมองซีกซ้ายของมนุษย์
ปัจจุบันมนุษย์ต้องใช้ศักยภาพสมองซีกขวา เรียกว่ายุค Creative Economy เพราะจินตนาการทำแทนกันไม่ได้
“Knowledge is power but love is a miracle” ความรักคือปาฏิหาริย์ เป็นยุคที่เราใช้ความรักอยู่ในสมองซีกขวา เรียกว่าความรัก ความศรัทธา ทุกอย่างเป็นไปได้
ในสถานการณ์บ้านเมืองเรา อย่าปล่อยให้ความไม่ดีของคนอื่นทำลายความศรัทธาและความดีของตัวเราเอง
Red Ocean
- Customer is a King
- Maximize Profit , Minimum Cost
- มิจฉาทิฐิ
- กิเลสมาร์เก็ตติ้ง
สร้าง Faluse Demand เป็นการใช้กิเลสกระตุ้นทำให้เจ็บ ทุกคนเจ็บหมด กำไรก็ต่ำ ราคาไม่ดี
Blue Ocean น่านน้ำสีคราม
High risk high return
Key word คือ Idea Innovation Technology is a King
สร้าง Idea ขึ้นมา สร้างตลาดใหม่ที่ไม่มีการแข่งขัน ทำลายข้อจำกัด ข้อเปรียบเทียบ แต่เมื่อสำเร็จ คนอื่นก็ตามมา จาก Blue Ocean เป็น Red Ocean
White Ocean
Key word คือทุกคนเป็นผู้ชนะร่วมกันได้ Everyone is the winner เป็นการจับมือร่วมกันได้ เช่น Facebook สร้างความสมดุลระหว่างคุณค่าและต้นทุน สร้างผลประโยชน์ยั่งยืนขององค์กร
ตัวอย่าง
คำถามFacebook ถ้าเป็นประเทศหนึ่งในโลก มีขนาดใหญ่แค่ไหน
คำตอบ เป็นอันดับที่ 2 ของโลก มีผู้ใช้ 1,200 ล้านคนทั่วโลก ที่เราชอบเล่น เพราะเราชอบกดไลด์ และแชร์ คนที่สร้าง Facebookเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์คือการแบ่งปัน
เราวัดความสำเร็จขององค์กรด้วยอะไรบ้าง
กำไร
การเติบโต
ความสุข
ความยั่งยืน
ผลลัพธ์ที่ชัดเจนของ White Ocean คือ
1. กำไร บริษัทที่มีธรรมาภิบาล กำไรสูงกว่าทุกปี
2. ความสุข องค์กรสีขาว เป็นองค์กรที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของสังคม
3. ยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์อะไรขึ้นมา
องค์กร High Trust
องค์กรที่เป็น High Trust พบว่า Skill ของการทำงานรวดเร็ว ต้นทุนน้อย ในทางตรงกันข้ามถ้าเป็นองค์กรที่ไม่ไว้วางใจ การทำงานจะช้า ต้นทุนสูง บางกรณีต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ
ถ้าเราทำงานให้ เราทำงานด้วยความตั้งใจและทุ่มเท จึงเกิด Trust
การบริหารองค์กรแบบ White Ocean
1. การทำแผนองค์กร Where are we ?
องค์กรสีขาวเกิดมาเพื่อทำประโยชน์ให้กับสังคม เป็นลักษณะ Social Enterprise ตัวอย่าง วิริยะประกันภัย ประสบความสำเร็จจาก ธนบุรีประกอบรถยนต์ สร้างเมืองโบราณ ช้างสามเศียร และตั้งวิริยะประกันภัยในลำดับต่อมา แต่ก่อนไม่มี พ.ร.บ.คุ้มครองบุคคลที่ 3 เพราะเสี่ยงขาดทุน เลยให้ทีมวิริยะไปคำนวณตัวเลขตรงนี้ วิริยะจะต้องขาดทุนปีละ 200 – 400 ล้านบาท ใน 2 ปีแรก แต่องค์กรสีขาวคิดต่าง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ วิริยะประกันภัยกลายเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย
ลักษณะขององค์กรสีขาวไม่แข็งเหมือนองค์กรอื่น แม้เบี้ยประกันแพงกว่าที่อื่น แต่ลูกค้าทำไมซื้อ เพราะลูกค้าไว้ใจ และเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ไม่ได้ Back up โดยองค์กรอื่น
Steve Jobs เป็นตัวอย่างขององค์กรสีขาว เป็นคนที่หาหัวใจเจอ คือคนที่หา Straight เจอ เราเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทีเกิดในโลกนี้ ถ้าเราหาหัวใจตนเองเจอ คนนั้นประสบความสำเร็จ ถ้าหาเจอต้นทุนน้อยกว่าทุกคนแน่นอน
คนเราไม่ต้องรู้มาก แต่ขอให้รู้ลึก รู้จริง เป็นคนธรรมดาที่อเมริกายกธงครึ่งเสาเมื่อเขาตายแล้ว
Bill Gates ความฝันของผู้ชายคนนี้คือ เขาฝันเห็นคอมพิวเตอร์ในทุกบ้าน คำว่า Windows มาจากตอนที่เขานั่งในปฏิบัติการและเห็นหน้าต่างในโรงรถของพ่อ ฝันว่าโลกจะเชื่อมโยงและ Connect กันได้ สิ่งที่ฝันเป็นการให้โอกาสกับคนจำนวนมาก ผลลัพธ์คือเขารวยมหาศาล แม้ว่าเขาไม่อยากรวย เขาเขินไม่รู้ว่าเอาเงินไปทำอะไรมหาศาล เขาเอาเงินจำนวนมากไปตั้งมูลนิธิฯ และเขียนพินัยกรรม 99 % ให้สาธารณะทั้งหมด
เราต้องหาจุดสมดุลของ 4 P’s คือ
1.People คนในองค์กร การทำงานอะไรก็ตามเราจะทำสิ่งที่ดีที่สุดโดยนึกถึงคนอื่น เรียกว่ากัลยาณมิตร
2. Planet การรณรงค์การลดการใช้พลังงาน หรือใช้พลังงานอย่างประหยัดช่วยโลกได้
3. Profit กำไรไม่ใช่ให้องค์กรเท่านั้นแต่ต้องคืนกลับสังคมด้วย
4. Passion คือความมุ่งมั่น ความศรัทธา อุดมการณ์ที่มั่นคง เช่น MK สุกี้ S&P ไม่ขายเหล้าบุหรี่ในร้านของเขา เราไม่จำเป็นต้องทำตามกิเลสของสังคมตลอดเวลา เราสวนกระแสได้ คือ Passion
Tata group เขียนว่าสิ่งใดก็ตามได้จากสังคม 1 ส่วนเขาจะตอบแทนสังคมหลายเท่าทวีคูณ นี่เป็นที่มาของ Social Innovation เป็นผู้ให้ด้วยหัวใจที่เบิกบาน
เป้าหมาย Where do you want to go ?
Purpose of life มองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง
ไปอย่างไร
5. ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม ความเป็นจริง และความเป็นเนื้อแท้ (Integrity) คิดและเชื่อในเรื่องเดียวกัน
เช่น คอรัปชั่น มีตัวอย่างที่เด็กทำและเป็นกำลังของประเทศไทย ในโครงการ The Ambassador
คำคมของเด็กภาคใต้ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไทยหรอกประเทศไทยดีที่สุดอยู่แล้วเปลี่ยนนิสัยคนไทยดีกว่า
คำคมของเด็กภาคเหนือ บอกว่าที่ประเทศไทยเป็นแบบนี้เพราะคนดีหายหัวคนชั่วเลยขึ้นมา
เด็กตาบอด ได้มาแบ่งปันว่า ครอบครัวเขายากจน แถมยังตาบอด อยากให้ยอมรับในสังคมต้องทำตามค่านิยมของสังคมที่ยกย่องคนรวยมากกว่าคนดี
ตาบอดสนิทตั้งแต่เกิดหนูไม่เคยเห็น ก่อนหนูตายขออยากเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แต่หนูใช้ใจสัมผัส หนูโดนว่าว่าเป็นผู้พิการทางสายตาแต่หนูจะไม่เป็นผู้พิการทางใจ
การต่อต้านคอรัปชั่นในประเทศไทยต้องเริ่มจากเด็ก
6.แนวคิด ISR ถ้าเราต้องการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ ต้องเริ่มจากตัวเอง
ความรับผิดชอบต่อสังคม
1. Individual
2. Children
3. Corporate/Citizen องค์กร
4. Community ชุมชน
5. Country responsibility ต้องสร้างให้คนในสังคมมีความรับผิดชอบในสังคม
ตัว I ถ้ามีพลังมาก ๆ จะขับเคลื่อนสังคม
Benchmark
เป็นผู้สร้างบรรทัดฐานใหม่ในองค์การ เป็นผู้สร้างในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้ทำ
สร้างคนแบบ Gen A คือ
- Active Mind
- ActiveAge
เข้าไปดูใน Facebook : dodclub บอกว่าการทำอะไรให้ผู้อื่นเป็นการทำอะไรให้มีคุณค่า
คำถาม
อยากให้ช่วยออกแบบคนไทย อยากเห็นหน้าตาคนไทยเป็นอย่างไร
คำตอบ
อยู่ใน สกอ. มีการกำหนดคุณลักษณะคนไทยในศตวรรษที่ 21 ยากมากแต่เอาง่าย ๆ ก่อน คืออยากเห็นคนไทยมีจิตอาสา มีน้ำใจ มีการยิ้ม ซึ่งทำให้เกิดความน่าอยู่แล้วสิ่งอื่นจะตามมา
คำถาม
เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณธรรม มีวิทยากรท่านหนึ่งที่มาบรรยายเรื่องการทำโฆษณาตั้งแต่หุ้นส่วนที่ทำน้ำดื่ม ขายหุ้นไป และจะเอาเงินไปทำสาธารณประโยชน์ แต่ไปตั้งน้ำดื่มเดิม แต่คนละชื่อใช้วิธีโฆษณาแบบตบตา ใช้เงิน ถอนเงินสดในสนามบิน เป็นเสมือนกลยุทธ์โฆษณาตัวเอง และมีทีวีดัง ๆ มานำเสนอด้วย เป็นการไปเป็นปี่เป็นขลุ่ย มีการทำร่วมเดี่ยวไมโครโฟน มีการมอมเมา ในการให้ชิงโชค มีความคิดเห็นอย่างไร
คำตอบ
โครงการ The Ambassador ที่ทำได้ออกช่อง 3 เนื่องจากเป็นรายการที่ดีมาก เด็กที่ดีก็เต้นรำ แสดงไปเกิดผลลัพธ์เป็นองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นขึ้นมา มี Connection ในด้านต่าง ๆ คนชื่นชมหมด แต่ก็ไม่ได้ออกอากาศอีกเลย อย่างนี้เรียกว่าเป็นมิจฉาทิฐิ ปัจจุบันคุยแต่เรื่องมูลค่า คุณค่าไม่สนใจ
คำถาม
การพูดถึงน้ำใจของคนไทย และการสร้างคน ระหว่างน้ำใจ และวินัย เช่นการเข้าแถว แซงคิว มีการผนวกความมีน้ำใจกับวินัยเข้าด้วยกัน
คำตอบ
วินัยมาก่อนน้ำใจ เราไม่ได้เรียนรู้เรื่องฐานกาย คือวินัย อดทน ทางจิตคือปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แล้วจึงมาฐานความคิด แต่ไทยสอนคนกลับข้างคือเริ่มฐานความคิด แล้วค่อยฐานจิต แล้วมาฐานกาย ถ้าแต่ละคนมีวินัย ก็ถือว่ามีน้ำใจ เพราะจะไม่ไปละเมิดคนอื่น
วินัยทำได้ สามารถสอนได้ตั้งแต่เด็ก สมองซีกซ้าย มีกฎระเบียบ มารยาทมาก่อน แล้วน้ำใจจะตามมา
คำคมทิ้งท้าย อยู่เพื่อตนเองอยู่แค่สิ้นลม อยู่เพื่อสังคม อยู่คู่ฟ้าดิน
การนำเสนอ workshop หัวข้อ การบริหารความเสี่ยงจากการคุกคามของการเมือง
การบ้านของคุณศุภนนาฏ ล้ำเลิศ
การบ้าน
1. อ่าน Google และ Apple เรื่องนวัตกรรม วิเคราะห์ทั้งสองบริษัท
2. นำเอาแนวคิด Innovation มาวิเคราะห์เรื่องกฟผ.
Lesson Learn on 18th March,2014
: หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
โลกเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกระยะและปัญหามักเกิดจากการบริโภคที่เกินพอดี โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่งผลให้ดรรชนีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของโลกลดลงอย่างน่าใจหาย การพัฒนาในอดีตและปัจจุบันเป็นแบบ KPM (knoeledge, power, money) ทำให้มีการใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือย ส่วนการพัฒนาในอนาคตควรเป็นแบบ GCK (goodness, culture, knowledge) ซึ่งเน้นระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเอง การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ตลาดน้ำอัมพวานับเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาที่ใช้ความรู้ควบคู่วัฒนธรรม
การพัฒนาที่ยั่งยืน ( Sustainable Development) คือการพัฒนาที่มีความสมดุลย์ระหว่างเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ไม่เน้น cost benefit แต่ใช้ cost effectiveness แทน
เศรษฐกิจพอเพียงควรกำหนดความพอดี 6 ประการ คือ ด้านจิตใจ ด้านสังคม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี และด้่นการเมือง
พลิกใจ พลิกความคิด เพื่อความสุขที่ยั่งยืน
Lesson Learn เรื่อง ผู้นำ-วัฒนธรรมองค์กร-การบริหารการเปลี่ยนแปลง
ผู้นำต้องเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองก่อน แล้วจึงจะเปลี่ยนแปลงสังคมรอบตัวได้ เปลี่ยนก่อนที่จะต้องถูกบังคับให้เปลี่ยน เพราะอาจสายเกินแก้ไข
Performance มาจาก Competency + Motivation
ผู้นำต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation)
ผู้นำต้องเก่งและเรียนรู้สิ่งสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลง (change) แนวคิด (paradigm) เครือข่ายความสัมพันธ์ (networking/relationship/connection)
นอกจากนี้ผู้นำต้องเรียนรู้ที่จะปฎิบัติต่อผุ้ร่วมงานด้วยหลัก KFCI คือ know me , focus me , inspire me
Lesson Learn on 19 March,2014
เรื่อง บ้านปูกับการก้าวสู่ธุรกิจพลังงานของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค
บริษัทบ้านปูเติบโตมาจากผู้บริหารยุคก่อตั้งที่มีวิสัยทัศกว้างไกลและfocusทิศทางธุรกิจได้ชัดเจน ตลอดจนสามารถ refocus ธุรกิจในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งได้ถูกต้องด้วย strategic rethinking ว่าอะไรเป็น core business และ อะไรเป็น non core business เพื่อจะ focused brand ไปสู่ Coal Champion Trust และ กำหนดใช้ Banpu Sustainable Development Framework เป็น key success factor พร้อมกับเปลี่ยน market push เป็น market drive
จากสรุปของทีมงานวิชาการ Chira Academy
ขอแจ้งแก้ไขชื่อ หัวข้องานวิจัยค่ะ
กลุ่ม 7 หัวข้อ “ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการได้รับค่าทดแทนที่ดินของผู้ได้รับผลกระทบ”
และชื่อหน่วยงานอนุญาตคือ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
Lesson Learn เรื่อง TQM/SEPA
การทำ TQM เป็นการก้าวไปสู่ HPO เพื่อการเป็นองค์กรแห่งความสุขและความสำเร็จ
กฟผ. กำลังสร้าง EGAT WAY เป็นแนวทางและวิถีการทำงานของตนเองขึ้นมา ประกอบด้วย คน ระบบ และผลลัพธ์ที่เป็นเลิศ
คน : ต้องมีศรัทธาและคุณค่า
ระบบ : ต้องมีธรรมาภิบาล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ผลลัพธ์เป็นเลิศ : ต้องพร้อมรับอนาคตและความเสี่ยงสู่เวทีโลก เป็นความภูมิใจของชาติ
ผู้นำต้อง ชี้นำ สื่อสาร กระตุ้น และสร้างความยั่งยืน
Lesson Learn เรื่อง การบริหารความเสี่ยงจากการคุกคามของการเมือง
กฟผ.จะผ่านพ้นความเสี่ยงที่เกิดจากการคุกคามทางการเมืองได้ ด้วยการเป็นองค์กรแห่ง HPO และ Good Governance
กฟผ. ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนเป็นรั้วที่แข็งแกร่งของ กฟผ. จากการเมือง
สังคมไทย้ป็นสังคมอุปถัมภ์ ที่ทำลายสังคมไทยมายาวนาน และเป็นช่องทางโกงกินของนักการเมือง ฝังรากลึกในทุกวงการ (Traditional Corruption)
สังคมไทยขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่จะนำพาสังคมไทยก้าวเดินไปสู่ สังคมแห่งการเรียนรู้ ด้วยการสร้างระบบคิดแบบเชื่อมโยงบูรณาการขึ้นมา (Knowledge based Society)
เราควรสร้างเครือข่าย networking สร้างตัวละคร และสร้างพันธมิตรที่ดีไว้เป็นเกราะป้องกันการเมือง
Lesson Learn on 20 March,2014
เรื่อง : นวัตกรรมของบริษัท ซีพี ออลล์
ปรัชญาของซีพี คือ เราปรารถนารอยยิ้มจากลูกค้า ด้วยทีมงานที่มีความสุข
ดังนั้น สินค้าและบริการ จึงเป็นเพียงตัวเรียกลูกค้า สิ่งที่ซีพีขายจริงๆ คือ ความสะดวกซื้อ ผ่านรูปแบบของสินค้าและบริการที่หลากหลาย
Location+time 24hrs.+speed มีลูกค้าเข้าร้าน 7-11 เฉลี่ยทั่วประเทศ 8ล้่านคนต่อวัน ใน 7,634 สาขาปัจจุบัน
นวัตกรรมที่ซีพีต้องการทำในอนาคตต่อไป ได้แก่ new convenience store without shopkeepper, QR Code, โชห่วยแท็กซี่, Drive Through, Retail Future Fusion
Innovation =New+Value Creation
นวัตกรรมในบริบทของซีพี คือ การเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งใหม่ หรือ การปรับปรุงจากสิ่งเดิม ที่เกิดจากการนำความรู้และความคิดริเริ่มสร้างสรรค๋ื ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาให้เกิดคุณค่าต่อลูกค้า องค์กร และสังคม โดยมีนวัตกรรมใน 4 ด้าน ได้แก่
Process innovation. กระบวนการใหม่
Product innovation. ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่
Service innovation. บริการรูปแบบใหม่
Business model innovation. ธุรกิจรูปแบบใหม่
อย่างไรก็ดี เรามีความเห็คนว่า ซีพี ควรเพิ่มนวัตกรรมด้าน Scial innovation เป็นการตอบคืนสู่สังคมเพิ่มเติมด้วยอีกด้านหนึ่ง
เรื่อง : White Ocean Strategy กับการสร้างศรัทธาของ กฟผ.
โลกปัจจุบันและอนาคตจะเป็นการแข่งขันกันในเรื่อง speed of trust
White Ocean เน้นการแบ่งปันและใช้ร่วมกัน ทุกคนเป็นผู้ชนะร่วมกัน Co-creation ที่มีความยั่งยืน
หลักการ 3 ประการ คือ
1. Where are we? >>>> Passion
2. Where do we want ot go? >>>> purpose of life
3. How do we get there? >>>> integrity
หรือกล่าวอีกนัยคือ "มองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง"
กฟผฺ อาจสร้างศรัทธาได้ด้วยการใช้ SR (Social Responsibility) 5 บริบท คือ
1. Individual SR
2. Children SR
3. Corporate SR
4. City SR
5. Country SR
What you keep for yourself, you lost it forever.
What you give away to people, you keep it.