วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้เขียนและคณะครูโรงเรียนบ้านเขานางสางหัว คือครูเก๊ะ ครูโรงเรียนโรงเรียนหนองโสนคือ ครูตู่หรือครูนันทนา ม่วงแก้ว ครูดา หรือครูลัดดา ใจเก่งดีครูโรงเรียนเครือข่ายมาช่วยเตรียมกิจกรรม ผู้เขียนชวนน้องตูนและน้องมุกเดินทางมาที่ศศร.หรือศูนย์เรียนรู้สุขภาวะสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ(สสส.)ที่ซอยงานดูพลี ถนนพระรามสี่ กรุงเทพฯ น้องอาร์มคนเก่งของเรามาทำงานทีนี่ด้วย แต่เสียดายผู้เขียนไม่ได้พบน้องอาร์ม

 

ผู้ที่มาประชุมถึงคนแรกๆคือพี่กอบเดช หรือเกษตรเรียนรู้ เดินทางมาจากจังหวัดมหาสารคาม มาถึงตอนตี 2 ผู้เขียนทึ่งในแฟนพันธุ์การปลูกผักของพี่เกษตรเรียนรู้มากๆ ไม่นานผู้เขียนก็ได้พบกับน้องชัยพร หรือน้อง Nobita ที่เดินทางมาครั้งที่ 2 เมื่อครั้งแรก มีการเลื่อนการประชุมในครั้งแรก

 

ตอนแรกๆหวั่นเหมือนกันว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะน้อยเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ค่อยค่อยดี แต่รอไม่นานพี่สมาชิกก็มาจำนวนมาก เลยเปลี่ยนวงเสนาเป็นวงกลม พี่วัชรินทร์ พี่วิมลพักตร์ พี่เพลินพิศ พี่ครูที่เกษียณราชการมาจากโรงเรียนปทุมคงคา แต่มีความรักในการปลูกผักมาร่วมแปลกใหม่และสนุกสนานในวงเสวนา 

 

นอกจากนี้ยังมีคุณพิมพ์นิต ที่ปลูกผักกินได้อยู่ที่บ้านอยู่แล้วมาร่วมถามคำถามด้วย ทางเครือข่ายของนครปฐม มาครบทีมจำนวน 6 ท่าน ตามตารางการประชุม ผู้เขียนเริ่มด้วยเรื่อง การสาธิตการปลูกผัก โดยพี่ครูอาสาคือครูเก๊ะอธิบายเรื่องกระถางที่ใช้

 

นักเรียนโรงเรียนบ้านเขานางคือน้องตูนและน้องมุกอธิบายเรื่องการปลูกผักที่โรงเรียน มีอาจารย์แอน หรืออาจารย์สุพรรษา ตาใจ แฟนคลับของน้องมุกและตูนมาร่วมถ่ายรูปด้วย เนื่องจากอาจารย์จัดประชุมอยู่ชั้น 4 gเรื่องกิจกรรมบำบัด น้องดร.PoP ยังกรุณาฝากหนังสือเรื่อง กิจกรรมบำบัดที่บ้านและกิจกรรมบำบัดเพื่อออทิสติกมามอบให้ผู้เขียนด้วยขอบคุณมากครับ

 

ตอนถึงการปลูกถั่วงอกในขวดหลายคนถามคำถามว่าทำอย่างไรให้ถั่วงอกงามและมีต้นอวบ ผู้เขียนอธิบายว่าอยู่ที่การรดน้ำและแสง ก่อนที่จะใส่ขวดถั่วงอกต้องแช่กับน้ำอุ่น 12 ชั่วโมงก่อน

 

ตอนชิมเมนูผักพื้นบ้าน ผู้เขียนเลือกต้นตะคึก เอามารวกให้จิ้มแจ่วฝีมือป้าสนิทให้สมาชิกจิ้มกินกันในงานเลย ผักตะคึกเข้าใจว่าเป็นผักประจำถิ่นแถวจังหวัดกาญจนบุรี ดังนั้นจึงนำมาเป็นเมนูพื้นบ้านให้สมาชิกชิมกัน

 

 

ตอนเที่ยงหลังจากพูดคุย ถามปัญหากันเสร็จแล้วได้มอบพันธุ์ผักและเมล็ดพันธุ์ให้สมาชิก มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องพืชสมุนไพรเช่นต้นบุษบาริมทางหรือที่ชาวอีสานเรียก

ว่าอ่อมแซบ หลายท่านถามเรื่องใบย่านาง ต้นรางจืด ถือว่าเป็นการเสวนาที่ได้ความรู้มากๆ

 

ก่อนแยกย้ายกันกลับ ได้โอกาสไปดูผักที่ชั้น 6ของศศร.เป็นผักพื้นบ้านที่ปลูกไว้ ผู้เขียนและสมาชิกเลยได้แนวความคิดในการปลูกผัก แต่ที่แอบดีใจคือ ผักที่ผู้เขียนปลูกงามกว่าผักของศศร. (ฮา)

 

 

 

ผักของศศร

 

 

 

 

ผักผู้เขียน

 

 

 

 

 

ก่อนกลับเลยแจกแถมผักให้สมาชิกทุกๆท่าน สมาชิกทุกๆท่านเลยบริจาคเงินให้โรงเรียนบ้านเขานางสางหัวปลูกผักต่อไป ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่เข้าร่วมงานเสวนา ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่เข้ามาอ่านด้วยครับ….