pic. from www.saisaim.com
จากเหตุการณ์บ้านเมืองของเรา..ที่กำลังถูกไฟไหม้ จนลุกลามไปถึงจิตใจ..ทำให้บ้านเมืองร้อนระอุไปด้วยการคิดแยก แตกต่าง ที่แหวกว่ายในสายทางที่หวาดระแวง เกลียดชังกัน จนอาจนำไปสู่การจ้องทำร้าย..เข่นฆ่าเพราะอารมณ์ เหตุผลฝ่ายตนถูก อีกฝ่ายผิด..จนหาทางออกไม่เจอ..
ไม่เหมือนสัตว์ พืช แมลง ขัดแย้ง เพื่อแต่งเติมหาจุดสมดุลกัน..แล้วมนุษย์วานรชนิดนี้จะหาทางสร้างสรรค์สังคม..เหมือนเหล่าสัตว์ แมลงได้ไหม จึงขอสะท้อนสื่อสารจากแม่บท เป็นบทกลอนดังนี้
สัตว์นักล่า ฆ่าเหยื่อ เพื่ออาหาร
ให้ชีวัน อยู่รอด ทอดเชื้อสาย
ดำรงชีพ บีบคั้น ลั่นความตาย
เพื่อจุดหมาย ใช่สนุก หรือผูกเวร
มวลแมลง แมงผึ้ง รุมทึ้งไต่
มวลดอกไม้ ไชชอน เกสรเล่น
ใช่ทำลาย ไม้ดอก หลอกเช้าเย็น
เพียงแค่เห็น เป็นอาหาร น้ำหวานตน
มวลหมู่มด ไม่คดโกง หลงเอาเปรียบ
ที่ย่องเหยียบ เพลี้ยคุณ หนุนน้ำฝน
ที่หล่อเลี้ยง เสบียงหวาน อาหารตน
มดจำนน วนเวียนรักษ์ พิทักษ์เพลี้ย
บรรดาพืช ยึดโยง เป็นโครงสร้าง
ไม่เกลียดชัง หวังฆ่า ให้ป่าเสีย
อาจมีบ้าง นางกาฝาก ปักคลอเคลีย
ต่างนัวเนีย เนืองหนุน เป็นคุณกัน
ส่วนมนุษย์ สุดประเสริฐ เกิดเลิศกว่า
กลับทำชั่ว มัวหมอง จ้องประหาร
จ้องคิดฆ่า ราวี วจีพาล
ให้แหลกลาญ ขั้นหมดสิ้น จนภินท์พัง
เพราะเห็นต่าง สร้างรอย คอยยับยั้ง
แรงเกลียดชัง หวังแยก ให้แตกหมาง
ชาติเชื้อ ไม่เหลือไทย ใกล้อับปาง
สัตว์พืชยัง ไม่หวังฆ่า เพราะอารมณ์
--------------<๒๖/๒/๕๗>---------------
