หลังจากได้อ่านบันทึกของคุณ นาย เอกภพ สิทธิวรรณธนะ สื่อสารความตายให้ใครฟังดี http://www.gotoknow.org/posts/552276

 

เห็นด้วยนะค่ะที่ต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายก่อนและเพื่อให้มีความสำเร็จเป็นกำลังใจอยู่บ้างก็ยิ่งต้องกำหนดกลุ่มให้ชัดที่สุดมีโอกาสประสบความสำเร็จที่สุดไว้ก่อนแล้วค่อยๆขยายกลุ่มออกไปเรื่อยๆ 

 

แต่จริงๆแล้วในเรื่องความตายนั้นทุกคนรู้นะ ว่าต้องมาถึงเข้าซักวันไม่อาจเลี่ยงได้ เพียงแต่ไม่ค่อยยอมรับว่าอาจจะนาทีถัดไปนี้เองหรือลมหายใจเข้านี้หรือลมหายใจออกนี้ก็เกิดขึ้นได้เสมอ

 

เหมือนประเด็นความจริงในชีวิตหลายๆประเด็นที่เรารู้แต่ไม่ค่อยยอมรับมัน  การทำให้ทุกคนยอมรับว่าการคิดถึงเรื่องความตายอยู่เสมอนั้นมีผลดีมากกว่าผลเสียนั้นยากมากนะ เพราะมันมีทัศนะที่มีความเชื้อปนอยู่ ว่าเป็นเรื่องอัปมงคล พูดไม่ได้นะไม่เจริญ พูดไปก็เสียเวลาเพราะยังไม่ป่วย  ยังไม่เจ็บ  ยังไม่ตาย

 

แต่พอมันมาถึงเข้าจริงๆก็สายเสียแล้ว รู้ไม่ทันแล้ว คิดไม่ทันแล้ว ทำอะไรก็ไม่ทันแล้ว  ในขณะที่หากเราคำนึงถึงมันอยู่เสมอเตรียมตัวอยู่เสมอนั้นกลับส่งผลยิ่งใหญ่เจริญงอกงามมากมาย 

 

เป็นต้นว่าเมื่อคิดว่าความตายใกล้แค่นี้เองไม่ได้ไกลตัว เราจะพยายามอย่างยิ่งที่จะทำตอนนี้ที่ยังมีลมหายใจอยู่ให้ดีที่สุดไม่รอก่อนเอาไว้ก่อนแล้วก็ไม่ได้ทำซะที

 

ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้คนมีทัศนะว่าการเตียมและเรียนรู้เรื่องความตายนั้น เหมือนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวตาย ตอนที่เริ่มเป็นมันหากมีโอกาสที่จะได้ค่อยๆเจอมันแต่ในกรณีเจอฉับพรันทันที อย่างน้อยก็มีภูมิคุ้มกันไม่ไห้กลัวมากจนไม่ยอมรับมัน  แต่อะไรจะยากกว่ากันนะ

 

ระหว่างฝนทั้งให้เป็นเข็ม  เข็นครกขึ้นภูเขา  งมเข็มในมหาสมุทร  และสือสารเรื่องความตายกับทุกคนที่ต้องตายอย่างเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุดนะ