สวัสดีครับลูกศิษย์ ป.เอก สวนสุนันทา และ ผู้ที่ติดตาม Blog ของผม
ขอต้อนรับ ป.เอกสวนสุนันทาซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 7 ผมได้มาสอนที่นี่อย่างต่อเนื่อง ขอต้อนรับเข้าสู่ชุมชนการเรียนรู้ด้วยความจริงใจ ผมทำมาแล้ว 6 รุ่น รุ่น 7 น่าจะเป็นรุ่นที่สำคัญ ที่จะปรับปรุงการเรียน การสอน การทำวิจัย Ph.D ให้มีคุณค่าต่อทุกคน การทำงานแบบต่อเนื่องมา 7 ปีน่าจะช่วยได้ว่ามูลค่าและคุณค่าจะเป็นอย่างไร
Blog รุ่น 7 น่าจะดีที่สุด แต่ขอให้ดูแลอย่างต่อเนื่องอย่าให้หยุดหลังจากเรียนจบเพื่อเป็นชุมชนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอยากให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศต่อไป ขอให้โชคดี รุ่น 6 ได้จุดประกายเรื่อง 3V คือ
Value Added การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่
Value Creation การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการสร้างสรรค์ แนวคิดใหม่ๆ
Value Diversity การสร้างมูลค่าเพิ่มจากความหลากหลาย
มีการสร้าง Out line หนังสือ มีการจัด Public Seminar เพื่อขยายไปสู่วิทยานิพนธ์ภายหลัง
ผมหวังว่ารุ่นที่ 7 น่าจะต่อเนื่องสิ่งที่ได้ทำมาแล้ว แต่ก็หวังว่าก็หวังว่าจะเกิด Concept ใหม่ๆที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นทรัพย์สินของรุ่น 7
อย่าลืมว่านักเรียนต้องเก่งกว่าครูเสมอ ผมต้องการให้ทุกคนในรุ่น 7 มีแรงบันดาลใจไปสู่ความเป็นเลิศ ยิ่งนักศึกษาคนเก่งมีสมดุล ผมยิ่งภูมิใจ
Dream big and execute ให้ได้ ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ดีกว่าทำไปเรื่อยๆ
จีระ หงส์ลดารมภ์





จุดประสงค์ในการเรียน ป.เอก
ธนาคม : เป็นอาจารย์สอนนิเทศศาสตร์ เป็นนักสื่อสาร จบ ป.ตรีจาก ม.ธรรมศาสตร์ คณะสื่อสารมวลชน มีความเห็นว่าบทความเรื่อง “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นวรรณกรรมที่ครอบคลุมเรื่องทุนมนุษย์
เรียนในครั้งนี้คาดหวังว่า จะนำประโยชน์เรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์มาใช้บริหารจัดการเรื่องการสื่อสาร เนื่องจากทุกวันนี้การสื่อสารมีบทบาทสูงในทุกเรื่องเป็นอำนาจและเครื่องมือสำคัญ ในการต่อลอง อยากนำความรู้ใหม่ มุมใหม่ ไปสอน นศ.ของตนเอง
อ.จีระ : ในห้องนี้มีเรื่องใหม่เกิดขึ้นเสมอ
· เพราะเราต้องปลูกและเก็บเกี่ยวคือการ motivate, Inspire ไปสู่ความเป็นเลิศ และสุดท้ายคือ execution
· Contribution ให้แก่องค์กรและสังคม
· Convergent ต้องหาสิ่งที่มาบรรจบกันให้ได้ สิ่งที่มาบรรจบกันคือเรื่องใหม่-idea ใหม่ แล้วแต่การนำไปใช้
สกาว : ทำงานด้าน IT ที่มาเรียนเพราะตอนนี้ Social Media มีบทบาทสูงเราต้องรู้จักการบริหารจัดการแบบนวัตกรรม
ดร.พงษ์ไพโรจน์ : เป็นเจ้าของโรงเรียนเพชรรัตน์ การมาเรียนเนื่องจากกฎหมายออกมาเมื่อปีที่แล้วว่าผู้ที่เป็นเจ้าของสถานศึกษาต้องจบครุศาสตร์การศึกษา
ลดาพร : เป็นอาจารย์สอนเรื่อง IT เพื่อธุรกิจ เรียนทางด้าน IT เน้นเรื่องบริหารธุรกิจ ชอบการเรียนรู้สิ่งใหม่จึงมาเรียน Ph.D เป็นการท้าทายและพิสูจน์ตัวเอง
สมทบ : เป็นอาจารย์สอนการสื่อสารผ่านสื่อใหม่ การที่มีเรียน ป.เอก เพื่อการเพิ่ม Self-Confident ในเรื่องการบริหารจัดการ
อ.จีระ : ต้องฝึกให้มีความคิดเป็นระบบ คิดทุกวันว่าจะได้อะไรกับตัวเองและสังคม
ทุนมนุษย์ในมหาวิทยาลัยตกเรื่องการเก็บเกี่ยวเพราะอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เอื้อต่อการเก็บเกี่ยวกฎระเบียบเยอะ มีเจ้านาย ทุกคนมุ่งการทำงานไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่าเห็นแก่ตัวเอง ลืมการสร้างคุณภาพของเด็ก การสร้างคนเกิดจากการสร้างศรัทธา trust ใช้ความศรัทธาสร้างให้เขาไปสู่ความเป็นเลิศให้ได้
เปรมใจ : อยากมาเรียนเพราะสอนเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อให้ได้แนวคิดไปสอนนักเรียนใหม่ๆ
อ.จีระ : การเกิด Idea ใหม่เกิดจากการเรียนของนักเรียนในห้องด้วย แต่ต้องดูที่พื้นฐานเป็นอย่างไรถ้าอ่อนในฐานะที่เราเป็นครูเราต้องติวเพื่อสร้างพื้นฐานระบบการคิด การสอนอย่ายัดเหยียดให้ เราต้องสร้างแรงบันดาลใจสู่ความเป็นเลิศ
จริญา : การมาเรียนเพื่อการพัฒนาตนเอง และสนใจเรื่องอาเซียนว่านักเรียนที่สอนจะสู้เขาได้อย่างไรในอาเซียน
อ.จีระ : อาเซียนเป็นแรงกระตุ้นจากข้างนอกเพื่อให้คนไทยเกิดความกระตือรือร้น เราสื่อสารไม่เป็น คิดวิเคราะห์ไม่เป็น อาเซียนเป็นแรงกระตุ้นให้เรากลับมามองตัวเอง แต่เราไม่ได้สู้กับอาเซียนเราต้องพัฒนามาตรฐานไปสู้กับเรื่องโลกาภิวัตน์ เป็นมาตรฐานระดับโลก เรื่องอาเซียนต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ ไม่ให้อาเซียนล้มเหลว อาเซียนเป็นการรวมต่อกันเพื่อต่อรองระดับโลก เราไม่ใช่เก่งในอาเซียนแต่เราต้องเก่งระดับโลก
กนกวรรณ : เป็นคนชอบเรียนเรื่องใหม่ เพื่อเรียนรู้ idea และแนวคิดใหม่
อ.จีระ : เราต้องสร้าง idea ให้เกิด Value ขึ้นมา เพราะเราขาดแรงบันดาลใจ ยกตัวอย่าง คนทำงานจาก Mckenzie Consulting และ เด็กอายุ 18 ปี ที่อเมริกาจัดโครงการนำเด็กจบใหม่มาทดลองงาน 6 เดือนเพื่อให้ทำงานเป็น เราต้อง Do มากกว่า Know
สุพัตรา : สนใจเรื่องความแตกต่างที่มีความหลากหลายของทุนมนุษย์ เราสามารถนำความหลากหลายมาพัฒนาศักยภาพได้
รัศมี : การมาเรียนเพราะว่าต้องการบังคับตัวเองเพราะเรื่อง ดร. เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับหน้าที่การงาน
การเรียนในครั้งนี้เน้น learning how to learn เพื่อให้ทุกท่านนำไปสอนลูกศิษย์
วิธีการ 4L
Learning Methodology วิธีการเรียนที่สร้างโอกาสให้เกิดการเรียนรู้
Learning Environment บรรยากาศต้องสร้างให้เกิดการปะทะกันทางปัญญา
Learning Opportunities การมีโอกาสทั้งในและนอกห้องเรียน
Learning Communities วัฒนธรรมในการใฝ่รู้
2 R’s
• Reality
• Relevance
สร้อยสุคนธ์ : ยินดีที่ได้มาร่วมในการเรียนการสอนครั้งนี้ การได้อะไรมาด้วยความเหนื่อยยากแต่มีคุณค่า อ.จีระ ต้องการปรับมนุษย์พันธุ์ใหม่ให้ออกไปสู่ภายนอก ในครั้งนี้เริ่มต้นที่ประเทศลาว การเรียน ป.เอกต้องท่องไปในโลกของความรู้ ต้องคิดเรื่องการวิจัยตั้งแต่เนิ่นๆ ต้องตกผลึกให้ได้
การบ้าน
1. สรุปได้อะไร 3 เรื่องในการเรียนครั้งแรก
ตัวเอง
องค์กร
ประเทศ
ระดับโลกาภิวัตน์
2. แรงบันดาลที่ได้รับในครั้งนี้จะช่วยให้การเรียนและการวิจัยมีความสำเร็จอย่างไร
เรียน ศ.ดร.จีระ
ผมขออนุญาตเข้ามาทักทายและทดลองใช้พื้นที่ "แบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้"แห่งนี้ ประเดิมในเรื่องของการแสดงความรู้สึกจากการพบอาจารย์ครั้งแรกก่อน ( ส่วนการบ้านขอค้างไว้ก่อนสักสองสามวันนะครับ )
ผมขอเรียนจากใจจริงว่า ตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่ฟังอาจารย์แนะนำหลักสูตรและแผนการเรียนนั้น เลือดลมของผมมันสูบฉีด สมองของผมมันพลุ่งพล่าน ต่อมความคิดและต่อมขี้สงสัยของผมมันเหมือนโดนประจุกระแสไฟฟ้าอะไรสักอย่างเข้าไปชอร์ตจนรู้สึกคันยุบๆ ยิบๆไปหมด
" โอ อะไรกันนี่ ท่านปรมาจารย์กำลังทะลวงจุดชีพจรหยิมต๊กให้เราอยู่หรือกระไร ? " บางห้วงสำนึกผมไถ่ถามตัวเอง
ที่ผ่านมา เคยได้ยินสำนวนฝรั่งที่ว่า " ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 40 " แต่ผมไม่เคยเชื่อ เพราะคิดว่าตัวเลขเป็นเพียงสิ่งสมมติ ในเมื่อปัจจัยทั้งภายนอกและภายในของแต่ละคน แต่ละพื้นที่ แต่ละวัฒนธรรมมีความแตกต่างกัน คนหลายคนก็อาจจะตั้งหลักปักฐานได้ก่อนหรือหลังอายุ40 ก็อาจเป็นไปได้ไม่ใช่หรือ
แต่ตอนนี้ ในวันที่อายุผมเพิ่งผ่านช่วง 40 มาได้ไม่นานนัก - แต่ผมชักเริ่มจะเชื่อแล้วว่า "ชีวิตผมอาจจะเริ่มต้นเมื่อ 40 " จริงๆก็เป็นได้
นั่นคือ "ชีวิตทางการเรียนรู้" ที่มีระบบ ที่มีปรัชญาและวิธีคิดรองรับ
การก้าวผ่านสู่ชีวิตทางการเรียนรู้ครั้งสำคัญนี้ จะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าไม่มี "คุรุ" หรือครูบาทางวิชาการคนสำคัญท่านหนึ่งคอยเปิดประตูบานใหญ่ให้เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มิ.ย.56 ที่ผ่านมา
คุรุท่านนั้นชื่อ " ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์"
โปรดรับการคารวะจากศิษย์ด้วยครับ
Welcome KHUN thanacom
My job is to make you better
learning how to learn is the best
when you do something you reflect how you do and learn from experience
"...ผมมาเรียน เพราะอยากรู้ สิ่งไม่รู้
จับ-ฟัง-ดู แค่ภายนอก แต่"บอก"ไม่ได้
อยาก"ตระหนัก" อยาก"รักเป็น" เห็นภายใน
อยากเข้่าใจ โลก/ชีวิต มิบิดเบือน
ในยุคที่ อวิชชา คลุมฟ้าหม่น
ปัญญาชน จริง/แท้ หรือแค่เสมือน
ได้พบครู วาบความคิด จิตสะเทือน
ได้พบเพื่อน ร่วมทาง ร่วมสร้างตน
สวนสุนันทา รุ่นเจ็ด ขอฟันฝ่า
ด้วยศรัทธา มุ่งมั่น หมั่นฝึกฝน
หลอมสร้างสรรค์ ทุนมนุษย์ ทุนชุมชน
เราเริ่มต้น เริ่มเรียนรู้ สู่ฝันเอย...."
know then do
know must link with your own and 2R
ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสจากท่านอจ.จีระและได้้มีส่วนร่วมรับใช้ม.สวนสุนันทา การพัฒนาการทรัพยากรมนุษย์ด้วยทฤษฎี8k5k กำลังนำไปสู่3v ทฤษฎีแห่งมูลค่าเพิ่ม value added การศึกษาในปัญหาความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนักศึกษาสามารถฝึกปฏิบัติที่สรวมบทบาทภาวะผู้นำ 9ลักษณะของ. Leadership role of chira hongladarom style. และอีก4มิติของผู้บริหารที่ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองให้รู้หลายเรื่องวิเคราะห์เป็น มีกลวิธีสู่กลยุทธ์. และสามารถแก้ปัญหาที่มองทะลุถึงอนาคต. ซึ่ง4มิติดังกล่าวเป็นกระบวนการที่มีความเห็นว่า การเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้หรือการพัฒนาการใดๆก็ตามทฤษฎี single loop. Double loop. และพัฒนาไปสู่. Third. Loop. รู้ว่าทำอะไร. ทำให้ดีขึ้น. และทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก. อาจทำซ้ำ วน loop. จนสู่ความสำเร็จเป็นเลิศในที่สุด
ขอเสนอแนะแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์กับดร.howard gardnerการพัฒนาทุนมนุษย์ในอนาคต เพื่อการสร้างสรรค์จิต 5 ด้านสามารถบูรณาการกับการบริหารจัดการการศึกษาในบริบทของการเรียนการสอนของครู และการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน ตามทฤษฎี2r หลักการปฏิบัติจริงและต่อเนื่องตรงประเด็น โดยมีv1 v2 v3เแ็นทิศทางเป้าหมายการวัดผล 1จิตแห่งวิทยาการ ตรงกับ v1 2จิตสังเคราะก์ กับ v2 3จิตสร้างสรรค์ กับ v3 4จิตเคารพ กับ v3 5จิตคุณธรรมกับ v3 สรุปได้ว่า five mminds for the future เป็นแนวติดการพัฒนาทุนมนุษย์ในอนาคต เพื่อการสร้างสรรค์จิต 5 ด้าน โดยสร้างนวัตกรรมการวัดผลด้านมูลค่าเพิ่มด้วย v1 v2 v3 น่าจะสามารถใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ที่จะเสริมสร้างทุนมนุษย์ให้มีคุณต่าเชิงบวกที่เข้มแข็งในศตวรรษที่ 21 ที่จะยังมีการเปลี่ยนแปลงท้าทายการพัฒนาทุนมนุษย์ในอนาคจในระยะต่อไป
สวัสดีค่ะอาจารย์ ของส่งการบ้านครั้งที่ 1 ค่ะ
1. สรุปได้อะไร 3 เรื่องในการเรียนครั้งแรก
-ตัวเอง
o ได้รับความรู้เรื่องทุนมนุษย์เพิ่มเติม ทำให้รู้ว่าตัวเราเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญ แต่ๆละคนจะมีทุนมนุษย์ทั้งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดหรือเกิดจากการสะสมเรียนรู้ ไม่เท่ากัน ดังนั้นเราไม่ควรหยุดนิ่งในการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และต้องเปิดโลกทรรศน์ให้กว้างอยู่เสมอเพื่อจะนำความรู้ที่ได้มาทำการตกผลึกและใช้สำหรับการพัฒนาคุณภาพของตนเองต่อไป
o ได้รู้ว่าการทำสิ่งใดก็ตามจะต้องหาความหมาย(Meaning) ของสิ่งที่จะทำ และจะต้องกำหนดเป้าหมาย(Target) ให้ชัดเจน จากนั้นก็สร้างกระบวนการทางความคิดและลงมือปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง
o ได้รับความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายของทุนมนุษย์ มาต่อยอดทางความคิดเกี่ยวกับการทำงานซึ่งเป็นงานด้านการสอนที่จะพบความหลากหลายของนักศึกษาอยู่เสมอๆ ไมว่าจะเป็นด้านเพศ ด้านสถาบัน ด้านค่านิยม เป็นต้น ซึ่งเราควรจะต้องพัฒนาศักยภาพจากความหลากหลายมากกว่ามองเพียงแค่เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง
- องค์กร
o ได้แนวทางในการนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยใช้ทฤษฎี 4L’s นั่นคือ มีการใช้วิธีเรียนรู้ผ่านการ workshop มีบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลายสนุกสนาน สร้างโอกาสให้ทุกคนในหน่วยงานพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน รวมทั้งสร้างชุมชนการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล เช่น การใช้ Blog , Facebook ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรมีการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
o ได้แนวทางในการนำความรู้ไปพัฒนาคนในองค์กรพร้อมทั้งการสร้างแรงจูงใจในการทำงานซึ่งจะนำมาซึ่งทุนแห่งความสุข (Happiness Capital)ให้กับคนในองค์กร และจะนำไปสู่องค์กรแห่งความสุข (Happy workplace) นั่นก็จะส่งผลให้องค์กรมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและจะนำไปสู่การพัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่องขององค์กร
o ได้ทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพสำหรับเป็นทุนสำคัญสำหรับการพัฒนาองค์กรให้สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
- ประเทศ
o เมื่อประเทศมีทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพก็จะสามารถเข้าใจได้ว่าทุนมนุษย์มีความหลากหลาย เมื่อสามารถเข้าใจความหลากหลายของทุนมนุษย์ได้ ก็สามารถที่จะสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความหลากหลายเหล่านั้นได้ ซึ่งจะส่งผลให้ทุนมนุษย์ถูกพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสมซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
o ได้แนวทางในการปลูกทุนมนุษย์ให้มีคุณภาพ เพื่อจะสามารถเก็บเกี่ยวทุนมนุษย์เหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศให้เจริญและยั่งยืนต่อไป
o ได้แนวทางในการสร้างมนุษย์พันธ์ใหม่ที่สามารถสร้างเครือข่ายทางสังคม วางเป้าหมายในการทำงาน รวมทั้งสามารถตกผลึกทางความคิดและสามารถนำความคิดที่ผ่านการตกผลึกแล้วไปพัฒนาประเทศได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้
- โลกาภิวัฒน์
o ได้แนวทางการปลูกทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ ที่จะไม่มองเพียงแค่การแข่งขัน แต่จะสามารถมองได้ว่าควรแข่งขันกับใคร หรือเพื่อสร้างความได้เปรียบหรือสร้างความเข็มแข็งควรจะรวมกลุ่มกับใคร ตัวอย่างเช่น การเข้าสู่ AEC ไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันเพราะถ้าใน Asian มัวแต่แข่งขันกันเองก็จะไม่สามารถพัฒนาให้สามารถแข่งขันกับส่วนอื่นๆของโลกได้ ซึ่งในความเป็นจริงควรจะรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างความเข้มแข็ง เป็นต้น ซึ่งจะสามารถทำให้เป็นเลิศได้อย่างแท้จริงในยุคโลกาภิวัฒน์ซึ่งสภาพแวดล้อมมีทางการแข่งขันกันค่อนข้างสูงมากทั้งภายในและภายนอกประเทศ
o ได้แนวทางเก็บเกี่ยวทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ ให้สามารถวิเคราะห์จากสภาพปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงของโลกตามความเป็นจริง (Reality) และความต้องการในปัจจุบันอย่างตรงประเด็น (Relevance)นั่นก็คือสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตนเองหรือองค์กร แล้วเริ่มลงมือปฏิบัติได้ในทันที กล่าวคือสามารถแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างศักยภาพได้ในเฉพาะจุดที่มีความต้องการเร่งด่วน ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนบนเวทีโลก
o ได้แนวทางการสร้างมูลค่า (Value Creation) ทุนมนุษย์ให้มีคุณภาพโดยการประทะทางความคิด การสร้างเครือข่ายทางสังคมจากบุคคลที่ต่างศาสตร์กัน และโดยผ่านทุนทางเทคโนโลยี (Digital Capital) เช่น website webboard เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สามารถเรียนรู้ และมีแนวคิดใหม่ๆ สำหรับการปรับตัวให้เข้ากับโลกาภิวัฒน์ได้ภายใต้การกำกับของทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital)
2. แรงบันดาลที่ได้รับในครั้งนี้จะช่วยให้การเรียนและการวิจัยมีความสำเร็จอย่างไร
แรงบันดาลใจที่ได้รับคือ มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เพียงแค่ค้นหาตัวเองให้ได้ ซึ่งถ้าค้นหาตัวเองเจอว่าเป้าหมาย (Target) ของเราคืออะไร ก็จะสามารถทำการหาจุดมุ่งหวังในระยะสั้น เพื่อที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงได้ นั้นก็คือจะต้องค้นตัวเองให้เจอว่ามาเรียนเพื่ออะไร แล้วจะทำวิจัยด้านไหนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อะไร โดยทำการตกผลึกทางความคิดเพื่อที่จะนำความคิดเหล่านั้นไปลงมือปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่องและตรงประเด็น (ทฤษฏี 2R’s)ในด้านการเรียนและการวิจัย ซึ่งก็จะน่าจะเป็นการสร้างโอกาสที่จะช่วยให้การเรียนและการวิจัยมีความสำเร็จได้
1.ได้อะไรในการเรียนครั้งแรก
ตัวเอง
-ได้แรงบัลดาลใจที่จะค้นหา value ที่มีอยู่ในตัวเองให้เจอ
-ได้เรียนรู้ที่จะนำสิ่งที่อาจารย์สอนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง
-ได้ตระหนักถึงความสำคัญ ในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอเพื่อสามารถเอาตัวรอดได้ในโลกยุคปัจจุบันและในอนาคต
องค์กร
-เรียนรู้ที่จะค้นหาว่าจะนำความหลากหลายที่มีอยู่ในองค์กรมาทำให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร
-เรียนรู้ที่จะแลกเปลี่ยนความรู้กันในองค์กร
-รู้จักที่จะมองหาเป้าหมายในงานที่ตัวเองทำ เพื่อจะได้ทำงานอย่างมีความสุขที่แท้จริง
ประเทศ
-เปลี่ยนมุมมองทางความคิด ว่าเราจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม คิดถึงสังคมและประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา
-ได้รู้จักค้นหาประโยชน์จากความหลากหลายของคนในประเทศ
-ได้รู้จักคิดค้นต้นทุนใหม่ๆออกมา เพื่อให้เกิดมูลค่าในระดับประเทศได้
ระดับโลกาภิวัตน์
-มีการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาตัวเองเพื่อแข่งขันได้ในระดับโลก ไม่ใช่แค่แข่งกับ 10 ประเทศอาเซียน ทำให้เกิดการก้าวไปข้างหน้าของโลก
-ได้รู้ว่าโลกในยุคปัจจุบันเป็นยุคที่มีการแข่งขันสูง เราต้องสร้าง value ขึ้นมาให้ได้ เพื่อจะสามารถเอาตัวรอดได้ในโลกยุคนี้
-สิ่งที่ครอบเราอยู่ไม่ใช่แค่ในระดับองค์กร แต่ให้มองว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้
2.แรงบันดาลที่ได้รับในครั้งนี้จะช่วยให้การเรียนและการวิจัยมีความสำเร็จอย่างไร
ได้แนวทางในการเลือกหัวข้อวิจัยว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ชอบ สนใจ และอยากจะค้นหาความจริง อยากจะนำไอเดียใหม่ๆมาพิสูจน์หรือท้าทายหลักการเดิมๆว่าถูกต้องหรือไม่ และการที่อาจารย์ช่วยกระตุ้นให้ออกความเห็น ให้มีการคิดวิเคราะห์ต่างๆอยู่ตลอด จะทำให้ในที่สุดจะได้ค้นพบ value ที่มีอยู่ในตัวเอง และค้นเจอเป้าหมายของตัวเอง จะนำไปสู่หัวข้อการวิจัยและผลงานวิจัยที่ดีได้
แนวคิดของศาสตราจารย์ DR. CHIRA HONGLADALOM กับศาสตราจารย์ DR.HOWARD GARDNER
ขอเสนอแนะแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.CHIRA HONGLADALOM กับศาสตราจารย์ ดร. Howard Gardner, เป็นอาจารย์ด้านจิตวิทยาที่ Harvard ผู้เป็นเจ้าของทฤษฎี Multiple Intelligence ได้เสนอแนวคิดในหนังสือ 21 st Century Skills : Rethinking How Student Learn เรื่อง Five Minds for the Future เป็นแนวคิด การพัฒนาทุนมนุษย์ในอนาคต เพื่อการสร้างสรรค์จิต 5 ด้านนั้น สามารถบูรณาการกับการบริหารจัดการการศึกษาในบริบทของการเรียนการสอนของครู และการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน ตามทฤษฎี 2 R หลักการปฏิบัติจริงและต่อเนื่องตรงประเด็น โดยมี V1 V2 และ V3 เป็นทิศทางเป้าหมายการวัดผล ได้แก่
1. The Disciplined Minds (จิตชำนาญการ หรือจิตแห่งวิทยาการ)
เรียนรู้ในแง่ของปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นและมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ การเรียนรูู้้ตลอดชีวิตคิดเป็น ทําเป็น ปรับปรุงสิ่งที่เล่าเรียนมาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
V1 มูลค่าเพิ่มด้านทุนปัญญา ทุนจริยธรรม และทุนความสุข
2. The Synthesizing Mind (จิตสังเคราะห์)เน้นไปที่การรู้จักเลือกใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร มาสังเคราะห์ เกิดการสั่งสม ต่อยอดและสร้างนวัตกรรมความรู้
V2 มูลค่าเพิ่มด้าน ทุนสร้างสรรค์ ทุนนวัตกรรม ทุนDigital และทุนTalent(Knowledge,Skill, Attitude)
3. The Creating Mind (จิตสร้างสรรค์)
ความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ สร้างแนวคิดใหม่ พร้อมตั้งคำถามที่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์สร้างด้วยการหมั่นฝึกฝน
V2 มูลค่าเพิ่มด้าน ทุนสร้างสรรค์ ทุนนวัตกรรม ทุนDigital และทุนTalent(Knowledge,Skill, Attitude)
4. The Respectful Mind (จิตเคารพ)
ความอ่อนน้อมถ่อมตน ใส่ใจและเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น ยอมรับในความแตกต่างของบุคคล ให้เกียรติผู้อื่น เปิดใจกว้างพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น
V3 มูลค่าเพิ่มที่มีการบริหารจัดการความหลากหลายหรือความแตกต่างด้วย Acknowledge Accept Understanding Managing และ Celebrating
5. The Ethical Mind (จิตคุณธรรม)
ความคิดเชิงคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ความรู้คู่คุณธรรมนําการพัฒนา
V3 มูลค่าเพิ่มที่มีการบริหารจัดการความหลากหลายหรือความแตกต่างด้วย Acknowledge Accept Understanding Managing และ Celebrating
สรุปได้ว่า Five Minds for the Future เป็นแนวคิด การพัฒนาทุนมนุษย์ในอนาคต เพื่อการสร้างสรรค์จิต 5 ด้าน โดยสร้างนวัตกรรมการวัดผลด้านมูลค่าเพิ่มด้วย V1 V2 V3 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ที่จะเสริมสร้างทุนมนุษย์ให้มีคุณค่าเชิงบวกที่เข้มแข็งในศตวรรษที่21 ที่จะยังมีการเปลี่ยนแปลงท้าทายการพัฒนาทุนมนุษย์ในอนาคต ในระยะต่อไป
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ขอส่งการบ้านครั้งที่ 1 ครับ
การบ้านข้อ 1.
สรุปได้อะไร 3 เรื่องในการเรียนครั้งแรก
ผมขออนุญาตตอบรวมไม่แยกข้อ เพราะผมคิดว่า มันเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันหมดครับ พัฒนาตัวเองก็ย่อมนำไปสู่การพัฒนาองค์กรและประเทศอยู่แล้ว ทุนมนุษย์คือทุนที่เกี่ยวข้องทุกระดับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว
การเรียนครั้งแรกได้อะไรต่อตัวเอง องค์กร และประเทศ
1.ได้รู้จักและสัมผัสผู้ชายชื่อ "จีระ หงส์สดารมภ์"ตัวเป็นๆครั้งแรก อึ้ง ทึ่ง และศรัทธาครับ จากที่เคยรู้จักผ่านสื่อต่างๆ แต่เมื่อได้พบตัวจริง สัมผัสได้เลยถึงความเป็น "ตัวจริง" และท่านมีความจริงใจมากในการอบรมตักเตือนและกระตุ้นพวกเรา ผมคิดว่าอาจารย์นั้น "เหมือนจะติติงแต่คือ..ตักเตือน เหมือนจะยั่วยุแต่คือ...ท้าทาย"
2.ได้รับความรู้เรื่องทุนมนุษย์ ทำให้รู้ว่า ความรู้เรื่องทุนมนุษย์จะเป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและผลักดันให้เรามีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตการงานและชีวิตสังคม รวมทั้งความรู้เรื่องทุนมนุษย์จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนระดับปริญญาเอก และในการเตรียมนำเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ต่อไป
3.ขอบคุณท่านอาจารย์จีระที่สอนว่า "ในการเรียนอย่าเรียนคนเดียว ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับเพื่อน ต้องคิด ต้องคุย ต้องถาม ต้องตอบ จึงจะนำไปสู่ Knowledgeใหม่ๆ "
4. ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการมอง คิดวิเคราะห์ และศึกษาเรียนรู้แบบเชื่อมโยงศาสตร์สาขาต่างๆแบบมองให้เป็นองค์รวม (Holistic)มากขึ้น เพราะตัวเองเคยทำงานเป็นสื่อมวลชนมานาน เคยเป็นนักข่าว เป็นบรรณาธิการนิตยสาร มานานก็จะติดยึดจากประสบการณ์และมุมคิดจากวิชาชีพตรงนั้นมานานแทบเกาะลึกในจิตใจในสมอง พอมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ เป็นนักวิชาการก็ปรับตัวยากหน่อย เพราะการเป็นนักวิชาการต้องใฝ่รู้และเรียนรู้เพิ่มตลอดเวลาและไม่ด่วนสรุปอะไรง่ายๆ แต่บางครั้งผมก็เผลอยึดติดแนวคิดสื่อมวลชนในอดีตมาบ้าง เช่น ด่วน"ฟันธง"กับอะไรบางอย่างแบบเร่งรีบด้วยแนวคิดเชิงเดี่ยวแบบอัตวิสัยเพราะเชื่อว่า เคยผ่านมา เคยเห็น เคยรู้มาก่อน ฯลฯ การได้เรียนกับอาจารย์จีระวันแรก ที่อาจารย์เน้นย้ำว่า ต้องมองภาพรวม และเชื่อมโยงศาสตร์ต่างๆให้ได้ แม้แต่การมองในเชิงพื้นที่ ก็อย่าไปมองแยกส่วน เช่นต้องไทยเท่านั้น หรืออาเซียนเท่านั้น แต่ต้องมองทะลุทะลวงเชื่อมโยงถึงโลกทั้งใบ ตามคำที่อาจารย์ใช้ก็คือ " ต้องมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับ Globalให้ได้"
5.ได้ทดลองเรียนรู้และใช้สารสนเทศเข้ามาร่วมในการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยน ส่งงานผ่าน www.Gotoknow.org และชุมชนการเรียนรู้ใน Blog chira Acadamy แห่งนี้ ซึ่งเป็นการบูรณาการการเรียนรู้กับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่น่าสนใจมาก เพราะประหยัด สะดวกและรวดเร็วดีมากครับ
6.ผมสนใจเรื่องทุนแห่งความสุข (Happiness Capital) ที่อาจารย์สอนและเขียนลงในหนังสือมาก เพราะทุกวันนี้แนวโน้มสังคมมุ่งไปในแต่ในเรื่องทุนอื่นๆที่เน้นเชิงปริมาณ หรือตัวเลข หรือตัวชี้วัดทางกายภาพมากกว่าความสุขซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญจริงแท้ของชีวิตมนุษย์มากกว่า ในอนาคตผมอยากศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมครับ
7. ได้เรียนรู้ทฤษฎี 3 V’s ( Value Added + Value Creation + Value Diversity) ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างสูง โดยเฉพาะ V 2 ตัวหลัง เพราะถ้าเราเข้าใจความหลากหลายของคุณลักษณะมนุษย์แล้ว เรายังมีขีดความสามารถในพัฒนาความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดการพัฒนาทุนมนุษย์อีกย่อมได้ผลสัมฤทธิ์ของงานมากกว่าแน่นอน
8. ผมลองใช้ความรู้เรื่องการมองภาพรวมจากท่านอาจารย์จีระมาลองตีโจทย์ข่าวสักเรื่องนะครับ
-กรณีควันไฟป่าลามจากอินโดนีเซียลอยเหนืออากาศไปปกคลุมไปยังประเทศเพื่อนบ้านเช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ดูจากข่าวเผินๆ เน้นที่ชาวสิงคโปร์เดือดร้อนมากกับสิ่งที่(ตัวเองคิดว่า)ไม่ได้ก่อปัญหาแต่มารับกระทบและออกมาโวยอินโดนีเซีย แต่ผมกลับมองในเชิงองค์รวมตามที่อาจารย์สอนว่า จะไม่เกี่ยวกันได้อย่างไร ในเมื่อ
8.1ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ อากาศนั้นล้วนเชื่อมโยงกัน ประเทศเพื่อนบ้านย่อมควรเรียนรู้และรับผิดชอบในการจัดการปัญหาทรัพยากรร่วมกันอยู่แล้ว
8.2 ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า ไฟป่าที่อินโดเกิดจาก 2 สาเหตุคือ ธรรมชาติ(ต้นไม้เสียดสีจากความร้อนแล้ง) กับ ชาวบ้านเผาป่าเพื่อทำไร่(ไฟเลยลุกลามไปติดป่า) ถ้าเป็นเช่นสาเหตุหลังจริง หลายคนคงไม่ทราบว่า ชาวบ้านรายย่อยในอินโดไม่ได้เป็นตัวการในการเผาที่ดินเพื่อทำไร่หรอก แต่มาจากนโยบายส่งเสริมเกษตรเชิงเดี่ยว(Monocrop)เรื่องปลูกปาล์มน้ำมันซึ่งช่วงนี้ราคาดี วิธีการเตรียมแปลงปลูกปาล์มที่ราคาถูกที่สุดและใช้เวลาสั้นที่สุดสำหรับนายทุนสวนปาล์มขนาดใหญ่หลายพันหลายหมื่นไร่ก็คือ จ้างชาวบ้านเผาป่า แล้วทราบไหมครับว่า นายทุนปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของอินโดเป็นใคร คำตอบคือ ชาวสิงคโปร์ครับ นี่เองที่บอกว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดวง นายทุนสิงคโปร์อาจคิดว่า เผาป่าเล็กน้อยในอินโดไม่กระทบอะไรกับบ้านเกิด(กู)ที่สิงคโปร์ แต่สุดท้ายปัญหาก็ลุกลามทำให้ควันไฟป่าลอยข้ามไปบดบังเหนือพื้นที่ประเทศสิงคโปร์จนถึงขั้นวิกฤติที่สุดในประวัติศาสตร์
---------------------------------------
การบ้านข้อ 2.
แรงบันดาลใจที่ได้รับในครั้งนี้จะช่วยให้การเรียนและการวิจัยมีความสำเร็จอย่างไร
แรงบันดาลใจที่ได้รับจากท่านอาจารย์จีระคือ ผมมั่นใจมากขึ้นในการยืนยันแนวคิดที่ว่า "ถ้าเราเรียนรู้อย่างบ้าคลั่ง ตะลุยเรียนรู้อย่างเต็มกำลังความสามารถ เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆที่อาจจะไม่เคยพบเจอมาก่อน เราก็จะสามารถค้นพบความเป็นเลิศทางวิชาการ ซึ่งนั่นหมายความเราจะต้องเข้าใจกรอบเดิมที่มีอยู่ กฏเกณฑ์ที่มีอยู่อย่างถ่องแท้ จากนั้นค้นหาความเป็นตัวเองให้พบและสะสมทุกอย่างจนตกตะกอนหรือตกผลึก จากนั้นจึงค่อยแหกกรอบ นอกรอบ สร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา และก้าวขึ้นมาชี้นำสังคม โดยต้องมีจริยธรรมกำกับ เพราะนักวิชาการที่เก่งผู้นำที่เลิศแต่โกงแต่เลว ก็มีค่าไม่ต่างอะไรกับโจร" อาจารย์ทำให้ผมมั่นใจและมีแรงบันดาลใจที่จะก้าวไปตามแนวคิดนี้มากขึ้นครับ
เรื่องการวิจัยผมยังไม่ชัดเจนครับ ขอเวลาศึกษาตัวเองและปัจจัยต่างๆก่อน ตอนนี้สนใจทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับ ภูมิปัญญาในนิยายกำลังภายใน ที่นำมาใช้ในการนวัตกรรมการบริหารองค์กรหรือสังคมให้เจริญก้าวหน้า เช่น คุณก่อศักดิ์ กับบริษัทซี.พี.ออลล์ แต่คงต้องขอรวบรวมข้อมูลและติดอาวุธทางปัญญาจากการเรียนกับท่านอาจารย์ไปสักพักก่อนครับ
สรุปการเรียนรู้ วันที่22 มิถุนายน 2556
Innovative เป็นวิชาที่ Managing Human Capital for Innovation
ในส่วนหนึ่งของ ใน 5k 8k มีเรื่อง Creativity and Innovation ความคิดสร้างสรรค์ต้องมาก่อนถึงจะมีนวัตกรรม
การดูและเรื่องทุนมนุษย์ต้องตอบโจทย์เรื่อง Innovation ให้ได้ ปัจจุบันใช้ทฤษฏี 3V มาจัดการเพื่อให้เกิด Innovation
Producer and Consumer คุยกันบ่อย ก็ทำให้รู้ว่าความต้องการที่แท้จริงคืออะไร
การคิดแบบ Single Loop คือการคิดและแก้ไขปัญหาจากบริบทที่มีอยู่ เผชิญอยู่จริง, Second Loop คือการคิดว่าเราคิดวิธีการแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร
คุณพิชญ์ภูรี : สิ่งที่ยิ่งใหญ่คือเรื่ององค์ความรู้ ตอนนี้เราอยู่ที่ second loop คือเรื่อง Learning how to learn เป็นกระบวนยุทธ์ของการเรียนรู้
การเรียนเพื่อการ improve ตัวเอง การเรียน ป.เอก ต้องผ่านงานวิทยานิพนธ์เพื่อให้เรียนจบ วิทยานิพนธ์คืองานวิจัย 1 ชิ้นเราต้องทำในสิ่งที่ใกล้ตัว โดยใช้วิธีการง่ายๆ
· เลือกหัวข้อ
· ลำดับความคิดจากองค์ความรู้ที่เรามี
· วิเคราะห์ SWOT เพื่อเลือกที่จะ Add Value
· เลือกวิธีการเพื่อให้สมองแตกตัว
· วิเคราะห์สิ่งที่เราได้ทั้งหมดเพื่อผนวกเป็นงานวิจัย
สร้อยสุคนธ์ : ต้องเข้า Blog เพื่อหาความรู้ในเรื่องเก่าๆ ทุกสิ่งที่อยู่ใน Blog เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ สิ่งแรกที่จะให้เป็นระบบ เรื่อง 2r และ 3v
ลองทดลองในองค์กรก่อนว่า 2r คืออะไร
R เรื่องที่ล้มเหลวและความสำเร็จ
R ต่อเนื่องและตรงประเด็น
การทำงานในแต่ละ Project โดยใช้หลัก 3v ไม่จำเป็นต้องมี V เดียว อาจะมีทุก V ก็ได้ และไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับก่อนหลัง
นศ. ในห้องนี้มาจากภาคการศึกษา ให้ในทฤษฎีของอาจารย์จีระมาพัฒนาแนวการสอนแบบ Innovation
อ.จีระ : ปลูกคือเรื่องสร้าง HRD ยกตัวอย่างเรื่องการปลูกของตัวอาจารย์จีระ
· สิ่งที่ทำให้ได้ดีคือเรื่องครอบครัวสร้างพื้นฐานที่ดี
· โรงเรียนเป็นที่ปลูกฝังสิ่งที่ดี
· การไปเรียนที่เมืองนอกสร้างความอดทน
· มาทำงานที่ธรรมศาสตร์ได้รับมอบหมายให้ทำงานยาก
สิ่งที่ถูกปลูกฝังคือคุณธรรมจริยธรรมในทุกที่ เมื่อพื้นฐานเรื่องนี้อ่อนจะเป็นทุนมนุษย์ที่ล้มเหลว การที่มหาวิทยาลัยสอนเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์เอาตำราจากตะวันตกมาสอน แต่การบริหารทุนมนุษย์แบบตะวันออกเป็นการบริหาร Intangible ด้านในของมนุษย์
การเก็บเกี่ยวคือเรื่องการบริหารจัดการคน เราต้องเอา Maximum Benefit หรือการให้เขาแสดงศักยภาพของเขาออกมาแล้วเราจะเก็บเกี่ยวอย่างไรเป็นเรื่องการนำมาสร้าง Innovation
ยกตัวอย่างการเก็บเกี่ยว
· Empowering มอบให้ทำงานใหญ่
· ให้ Incentive โดยสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี
· สิ่งที่น่ากลัวคือการให้แบบ Tangible เช่น เงิน ตำแหน่ง เพราะแต่สิ่งที่ต้องการคือ intangible นำไปสู่ความเป็นเลิศ
เรื่องทุนมนุษย์ยากมากคือเรื่อง execution หรือ get thing done เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยคือทำเยอะแต่ไม่สำเร็จ
สิ่งที่ยากต่อการพัฒนามนุษย์คือเรื่อง Environment ในองค์กร
How to ทำเยอะ แต่ How to do it successfully นั้นยาก
ประเทศที่ล้มเหลวเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์คือ สิงค์โปร เพราะสำเร็จหลายเรื่องแต่คนของเขาไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต
ทุนคืออะไร?
· คือสิ่งที่ต้องเสียแล้วถึงได้
· คือจะไม่ได้มาง่าย ๆ หรือที่เราเรียกว่า Investment
· คือ ต้องลงทุนก่อน และหวังว่าผลตอบแทนจะคุ้มกับที่ลงทุนไป
ทุนทางเศรษฐกิจ
· ทุนที่มาจากธรรมชาติ – ที่ดิน
· ทุนที่มาจากการเงิน
· ทุนที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งอาจจะหมายถึงเทคโนโลยีหรือเครื่องจักร
ทุนมนุษย์นั้นจะแตกต่างจากทุนในด้านอื่น เพราะคิดได้ มีอารมณ์อยากทำหรือไม่อยากทำก็ได้ และต้องศึกษามนุษย์มากกว่าวัตถุ เป็นสิ่งที่บริหารยากมาก เพราะมีความหลากหลาย ภายในตัวมนุษย์เองมีความหลากหลายมาก เราไม่สามารถ treat มนุษย์เหมือนกันหมด สิ่งเหล่านี้เป็น Feeling บริหารยาก
ทุนมนุษย์มีความสัมพันธ์กับทุนอื่น ๆ มาก เพราะจะเกี่ยวข้องกัน และหากทุนการเงินไม่มีทุนมนุษย์ก็จะไม่เกิดผลผลิตขึ้นมา จึงเป็นทุนที่สำคัญมาก ๆ และในการทำกิจการทางเศรษฐกิจหรือธุรกิจจึงขาดไม่ได้ ถึงแม้ว่าตอนหลังตอนหลังจะมีการทดแทนด้วยเทคโนโลยี เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ ATM แต่ก็ต้องมีอาชีพใหม่ ทุนมนุษย์ที่มีความสามารถมากขึ้นในระบบธนาคาร เช่น จะต้องเป็นนักการตลาด เป็นนักวิเคราะห์ เป็นต้น
เมื่อก่อนเราวัดทรัพยากรมนุษย์เป็นจำนวนคน แต่ตอนนี้วัดเป็นคุณภาพ
ในด้านวรรณกรรม มีใครในโลกทางเศรษฐศาสตร์เขียนเกี่ยวกับทุนมนุษย์ไว้บ้าง ที่เด่น ๆ มากก็คือ
Adam Smith ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นเก่ามาก ๆ สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันอาจจะพูดได้ว่าเป็นผู้ริเริ่ม คำว่า “ทุนมนุษย์” แต่ในช่วงแรกไม่ได้เรียกว่าทุนมนุษย์โดยตรง Adam Smith ยกตัวอย่างว่า.. ค่าจ้างของแรงงาน 2 คน ไม่เท่ากัน และก็ถามว่าทำไม? ส่วนหนึ่งก็มาจากบุคคลหนึ่งอาจจะมีความรู้ ทักษะมากกว่าอีกคนหนึ่ง
ต่อมาอีกคนหนึ่งที่ University of Chicago คือ Prof. Gary Becker ก็ได้วิเคราะห์ว่า ถ้าแรงงานมีการลงทุนด้านการศึกษาไม่เท่ากัน แค่วัดจากปีที่เรียนก็พอว่ารายได้ก็ไม่เท่ากันจึงเป็นการค้นพบว่า การศึกษา คือ การลงทุนที่สำคัญของทุนมนุษย์ ใครมีการศึกษามากกว่าคนนั้นก็จะมีรายได้มากกว่า หรือมีทุนมนุษย์มากกว่า
E = α0 + α1Y1 + α2Y2 + x
E= รายได้, Y= Education
α1คือ ถ้า Y เพิ่ม E เพิ่มเท่าไหร่? ซึ่งได้มีการวิจัยว่า α1มีนัยยะสำคัญทางสถิติและเป็น+
ซึ่งการวิเคราะห์ของ Becker ก็เป็นที่มาของรางวัล Nobel ทางเศรษฐศาสตร์
ส่วนอีกท่านหนึ่ง คือ P. Schultz จาก University of Chicago ก็ทำวิจัยใช้หลักของ Becker พบว่า ชาวนาในสหรัฐ ถ้าคนไหนมีความรู้หรือปัญญามาก.. ผลผลิตของสินค้าเกษตรหรือ Labor Productivity ของเขาก็เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันปี 2556 การวิเคราะห์ทุนมนุษย์ก็ได้เปลี่ยนไปมาก ซึ่งก็คือประเด็นที่เราจะพูดกันในวันนี้
Hypothesis แรกก็คือ ปริมาณหรือการมองการศึกษาแบบเป็นทางการว่าจบอะไร ปริญญาตรีต้องดีกว่า ม.6 ก็ยังสำคัญอยู่ แต่จะสำคัญน้อยลง เพราะพบว่าคนเรียนน้อยก็อาจจะมีคุณภาพดีเท่ากับหรือมากกว่าคนเรียนมากก็ได้หรือที่มีคำว่า“ปัญญาอาจจะไม่ใช่ปริญญา” บุคคลที่เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้คือ “Bill Gates”
ดังนั้น ตัวผมเองก็เลยได้วิเคราะห์ตัวเองซึ่งถือว่าได้ลงทุนในด้านทรัพยากรมนุษย์หรือทุนมนุษย์มามากพอควร แต่จบปริญญาเอกก็คงไม่ได้ดีกว่าคนจบปริญญาตรีอีกต่อไป อยู่ที่ว่าจบมาแล้วมีคุณสมบัติอย่างไร?
จึงเป็นที่มาของทฤษฎี 8 K’s และ 5 K’s (ใหม่)
ที่ใช้ “K” แทนคำว่าทุนนั้นเพราะ “K” มาจากคำว่า “Kapital” เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า “ทุน” หมายถึงทุนทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่ง Karl Mark ได้เขียนทฤษฎี “The Kapital” ไว้กว่าร้อยปีแล้ว ใน 8 K’s ผมเริ่มด้วย Human Capital แต่ Human Capital ไม่ใช่วัดจากปริมาณมากแต่ต้องเน้นคุณภาพจึงเป็นที่มาของทุนที่สำคัญอีก 7ทุน
8 K’s : ทฤษฎีทุน 8 ประเภทพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
Social Capital ทุนทางสังคม
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
5 K’s (ใหม่) : ทฤษฎีทุนใหม่ 5 ประการเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
พิชญ์ภูรี : นศ. เป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาเราได้เปรียบ ในการที่เราจะเอาทุนต่างๆ ไปเป็นต้นแบบในการสอนของเราเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนเราได้
การคิดเร็วหรือคิดช้า ไม่เกี่ยวกับเก่งหรือไม่เก่ง แต่คนไม่เก่งแต่ถ้าคิดได้อาจจะคิดไปไกล แต่คนคิดเร็วจะเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยๆ การให้ 8k 5k เพื่อปลูกคนให้อยู่กับโลกแห่งความเสี่ยงสูง เพื่อให้เจริญงอกงามและยั่งยืน แต่จะประสบความสำเร็จได้ต้องงอกงามจากสิ่งเหล่านี้ ทฤษฏี อาจารย์บวกองค์ความรู้ มีปัญญามากกว่าปริญญา
Workshop
1. ระบบการศึกษาไทยช่วยหรือทำลาย 8k 5k ในด้านไหนยกตัวอย่าง
จุดแข็งคืออะไร
จุดอ่อนคืออะไร
2. แนวคิด 8k 5k มีจุดแข็ง ด้านใดและจุดอ่อนด้านใด ยกตัวอย่างรูปธรรมให้ชัดเจน
ข้อ 1. การศึกษาในบ้านเราเป็นระบบการศึกษาที่รูปแบบของการเน้นย้ำไม่เท่ากัน ทั้ง 8k 5k ทุนทางจริยธรรมไปเน้นเรื่องศาสนา เป็นการสอนแบบท่องจำนำ สอนแยกเป็นส่วนไม่สอนให้คนเอาปัญหามาใช้ อย่างสอนเรื่องจริยธรรมแต่ไม่สอนเรื่องระบบการคิดตั้งแต่เด็ก เด็กก็ไม่สามารถเอามาใช้ได้ ยกตัวอย่างเรื่องการให้ทุนยังแยกระหว่างเด็กเรียนเก่ง กับเด็กที่มีความประพฤติดี ถ้าเด็กเรียนเก่งแต่เห็นแก่ตัวไม่เห็นประโยชน์ส่วนรวมก็ยังได้ทุน นี่เป็นการแบ่งแยกเป็นส่วนอย่างชัดเจน
ข้อ2.
· จุดอ่อน การที่นำทุน 5k 8k มาใช้ต้องมีพื้นฐานทางความรู้ในระดับหนึ่ง ชาวบ้านทั่วไปนำมาใช้ยากในบริบทต่างๆ แต่ละ K นำหนักไม่เท่ากัน
· การพัฒนาทุนมนุษย์ให้ดีต้องใช้ k ทุกตัวเลยหรือเปล่า
อ.จีระ :
เรื่อง 8k 5k เอาชีวิตปราชญ์มาดูเขาจะมี 8k 5k ของเขาไหม ปราชญ์ชาวบ้าน Back to Basic อย่างเรื่องครูประยงค์ มีแค่ 3 อย่างที่ครูคิดคือยางยังไม่โตจะกินอะไร, ถ้าน้ำยางพาราตกตะทำอย่างไร
คุณพิชญ์ภูรี : เรื่องการทำ workshop ไม่มีใครถูกผิด ประเด็นสำคัญคือการที่อาจารย์จีระกระตุ้นให้พวกเราเกิดการคิดและแลกเปลี่ยน กระตุ้นพวกเราจากภายใน เป็นวิธีการให้เกิดการเรียนรู้เป็นวิธีการ ประชุมกับปฏิบัติการ เกิดจากองค์ความรู้เดิม ให้ความสำคัญที่เวลาจำกัด เข้าไปสู่วิธีการแบ่งบทบาทอย่างชัดเจน เป็นการวิเคราะห์ 5K 8K แบบ 2r คือเป็นการเลือกข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ เอาความเป็นจริงมาพูดอย่างตรงประเด็น
การบ้านส่งก่อนวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 56
1. 8k 5k กระทบตัวเราอย่างไร และ 8k 5k ขาดอะไร น่าจะมีอะไรเพิ่มเติม
2. องค์กรได้อะไรจาก 8k 5k
3. 8k 5k ให้อะไรกับประเทศไทย
4. ระดับโลกาภิวัตน์ ได้อะไรจาก 8k 5k
1. 8k 5k กระทบตัวเราอย่างไร และ 8k 5k ขาดอะไร น่าจะมีอะไรเพิ่มเติม
- เป็นสิ่งที่ทำให้รู้ว่า เราทุกคนมีทุนอยู่ในตัวเอง เราเป็นทรัพยากร ที่มีค่าในสังคม
- 8k-5k ให้มุมมองในการมองเห็นทุนในด้านต่างๆ เป็นเหมือน checklist ให้เรานำมาใช้สำรวจตัวเองว่า ทุนที่ตัวเรามีอยู่แล้วคืออะไร และที่ยังขาดไปนั้นเป็นทุนด้านใด จะได้เร่งสร้างทุนเหล่านั้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ให้ตัวเอง
- ถ้าเราศึกษา จนเข้าใจถึงทุนต่างๆ จะเกิดประโยชน์กับตัวเอง แต่ถ้าเราไม่เริ่มสนใจตั้งแต่วันนี้ อาจจะทำให้เรามองไม่รอบด้าน พัฒนาได้ไม่ทันคนอื่น และขาดตกในทุนบางอย่างที่เราไม่รู้ตัวและอาจส่งผลเสียหายได้ในอนาคตโดยไม่คาดคิด
- สามารถยึดเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตได้ ก่อนหน้าที่จะรู้จัก 8k-5k ตัวเราเองอาจจะมีทุนในบางด้านอยู่แล้ว และอาจจะประสบความสำเร็จได้
แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวในบางแง่มุม 8k-5k จึงเป็นสิ่งที่เสริมให้เราเติมเต็มในสิ่งที่เราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องมี หรือสามารถใช้เป็นทุนของตัวเราเองได้
ทุน 13 อย่างจาก 8k-5k ครอบคลุมมากพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งมีคุณค่าเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล แต่ถ้าจะให้เพิ่มเติม คิดว่าจะเพิ่ม ทุนด้านการสื่อสาร เพราะการสื่อสารที่ถูกต้อง ตรงประเด็น ไม่คลาดเคลื่อนจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ฟัง
คนที่เก่งทางด้านสื่อสาร จะสามารถส่งต่อความรู้ ความคิด และอีกหลายๆอย่าง ของตัวเองไปให้คนอื่นๆได้มาก
2. องค์กรได้อะไรจาก 8k 5k
- องค์กรจะได้แนวทางที่ใช้พัฒนาคนในองค์กร จะทำให้เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ได้อย่างยั่งยืน
- ได้ทรัพยากรมนุษย์ที่มีทุนแห่งความสุข ชอบงานที่ทำ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- เมื่อคนในองค์กร มีทุนในด้านต่างๆเพิ่มขึ้น องค์กรก็จะได้รับประโยชน์จากคนเหล่านั้น
3. 8k 5k ให้อะไรกับประเทศไทย
- เปลี่ยนมุมมองให้มองมนุษย์ ว่าเป็นทรัพยากรที่มีค่า ออกนโยบายได้ตรงจุด เน้นพัฒนาคน เพื่อเพิ่มศักยภาพโดยรวมของคนในประเทศ ด้วยประสบการณ์ทำให้กลั่นกรองออกมาเป็นทุนด้านต่างๆที่เหมาะสมกับประเทศไทย
- ทำให้ประเทศได้รู้ถึงแนวทางในการพัฒนาประเทศ ว่าจะต้องเริ่มที่คน หันมาให้ความสำคัญและลงทุนในทุนมนุษย์มากขึ้น
- ให้มองเห็นสิ่งที่ประเทศยังขาดอยู่ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม ถ้าเน้นที่จะพัฒนาทุนด้านนี้ให้กับประเทศจะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปได้อีกมาก
4. ระดับโลกาภิวัตน์ ได้อะไรจาก 8k 5k
- การอยู่รอดอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกับประชาคมอาเซียนที่กำลังจะมาถึง จะยิ่งทำให้ประเทศพร้อมแข่งกับคู่แข่งระดับ อาเซียนและระดับโลก
- ได้เห็นว่าประเทศไทยเรามีทุนทางวัฒนธรรมอยู่มากมาย เราสามารถนำมาเป็นจุดขายของประเทศได้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีชาติใดในโลกเหมือน
ส่งการบ้านครั้งที่ 2 ค่ะ
1. 8k 5k กระทบตัวเราอย่างไร
- ตัวเอง
ประกาศแรกสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียนเองภายหลังจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับ 8K’s และ 5K’s คือ เริ่มต้นการพิจารณาตนเองว่าตัวผู้เรียนเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพเพียงใด มีความโดดเด่นด้านทุนใดมากที่สุด และยังมีทุนด้านใดที่ยังต้องเติมให้มากขึ้นเพื่อให้ตัวผู้เรียนเองกลายเป็นทุนที่มีคุณภาพให้มากที่สุดและมากเพียงพอที่จะนำสิ่งที่มีอยู่สร้างประโยชน์และถ่ายทอดสู่ผู้อื่นได้ ลำดับต่อมาก็คิดในฐานะที่ตัวผู้เรียนเป็นอาจารย์ว่าจะต้องทำและถ่ายทอดสู่ลูกศิษย์อย่างไรเพื่อที่ลูกศิษย์จะได้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ ความสามารถ มีกระบวนการคิดเป็นระบบด้วยการใช้สติปัญญา สามารถออกไปสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมได้ โดยทรงไว้ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม และที่สำคัญจะต้องมีความสุขกับทุกๆการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังสามารถที่จะต่อยอดความรู้ความสามารถในการสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณค่าไปเรื่อยๆ
- องค์กร
ในฐานะที่ตัวผู้เรียนเป็นบุคลากรในองค์กรการศึกษาซึ่งมีทั้งลูกศิษย์ซึ่งเป็นผู้ที่จะได้รับถ่ายทอดความรู้จาก มีเพื่อนร่วมงาน มีลูกน้องภายใต้การบังคับบัญชา จึงสามารถนำความรู้ที่ได้รับทางด้าน 8K’s และ 5K’s ไปถ่ายทอดและพัฒนาองค์กรในด้านของการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้สามารถคิดวิเคราะห์ อย่างสร้างสรรค์ สามารถแก้ไขปัญหาในการทำงานอย่างเป็นระบบแบบตรงประเด็นบนฐานของความเป็นจริง รวมทั้งสามารถสร้างให้เกิดการทำงานแบบสร้างเครือข่ายแบบข้ามศาสตร์เพื่อที่ได้แนวคิดหลากหลายมุมมองเพียงพอที่จะนำมาสร้างศักยภาพให้เกิดขึ้นกับตนเองและงานได้ และเหนือสิ่งอื่นใดในการทำงานผู้เรียนได้นำทุนทางด้านจริยธรรมไปปฏิบัติเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นต้น และชี้ชวนให้ผู้ร่วมปฏิบัติงานปฏิบัติตนไปในทิศทางเดียวกัน และด้วยศาสตร์ทางการศึกษาของผู้เรียนซึ่งมีทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นทุนเดิมซึ่งสามารถนำความรู้ความสามารถเหล่านี้ไปเสริมทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับบุคลากรในองค์กรในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานได้มากขึ้นโดยผ่านการฝึกอบรม ซึ่งแน่นอนเมื่อบุคลากรในองค์กรได้เรียนรู้และแนวทางของ 8K’s และ 5K’s แล้วนำไปสู่การพัฒนาจริง องค์กรก็จะมีทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ เมื่อองค์กรถูกเติมเต็มด้วยทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพองค์กรก็น่าจะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในสภาวการณ์ต่างๆได้อย่างยั่งยืน
- ประเทศ
ในสภาวะแวดล้อมที่การแข่งขันค่อนข้างสูง อีกทั้งสภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศย่อมต้องการคนที่มีคุณภาพเพื่อที่จะร่วมกันคิดและกระทำเพื่อให้ประเทศเกิดความมั่นคง มีภูมิคุ้มกันเพียงพอที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมทั้งสามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งเมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้และเข้าใจ 8K’s และ 5K’s อีกทั้งนำไปแนวทางสำหรับสร้างลูกศิษย์ที่มีคุณภาพ ทั้งในความรู้ด้านรู้ ความสามารถ ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ ทักษะด้านการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ภายใต้แรงกดดัน และสามารถดำรงชีวิตภายใต้คุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรมได้ เมื่อลูกศิษย์เหล่านั้นสำเร็จการศึกษาไปปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรใดๆย่อมทำให้องค์นั้นมืทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพพร้อมที่จะนำองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า และเมื่อทุกๆองค์กรมีทุนมนุษย์ที่คุณภาพย่อมที่จะส่งผลให้ประเทศมีความเจริญ รุ่งเรือง และพัฒนาไปสู่การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันกับอาณาประเทศได้อย่างยั่งยืน
- โลกาภิวัตน์
เมื่อคนในประเทศมีคุณภาพ ก็ย่อมมีกระบวนการคิดด้วยการใช้ปัญญา รู้คิด รู้ทำ ดำรงตนอยู่ในกรอบของศีลธรรมอันดีงาม รวมทั้งมุ่งเน้นที่จะนำความรู้ความสามารถ มาพัฒนาประเทศ ประเทศก็ย่อมมีภูมิคุ้มกันเพียงอยู่รอดและรุ่งเรืองภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่ากระแสโลกจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดก็จะสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ และแน่นอนว่าน่าจะนำมาซึ่งความสุขของทุกคนบนโลกนี้ได้อย่างยั่งยืน
2. 8k 5k ขาดอะไร น่าจะมีอะไรเพิ่มเติม
จากการศึกษา 8K’s และ 5K’s พบว่าทุนเหล่านี้น่าจะเพียงพอในการพัฒนาคนให้มีคุณมาสำหรับพัฒนาตนเอง องค์กร ประเทศ และโลกาภิวัตน์ แต่ถ้าจำเป็นจะต้องเพิ่มทุนใดทุนหนึ่ง ดิฉันคิดว่า น่าจะเพิ่ม Health Capital นั่นคือทุนทางสุขภาพ (ร่างกาย) เนื่องด้วยสุขภาพร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนวงจรการดำเนินชีวิตของมนุษย์เพราะไม่ว่ามนุษย์จะมีปัญญาเพียงใด ความรู้ความสามารถมากมายเพียงใด แต่ปราศจากร่างกายที่แข็งแรง ก็คงขาดแรงและพลังที่จะนำทุนอื่นๆที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้นทุนทางสุขภาพน่าจะเป็นหนึ่งในทุนที่จะเสริมให้มนุษย์เป็นทุนที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอเพิ่มเติมด้านผลกระทบต่อประเทศนะคะ
เมื่อวันใดวันหนึ่งลูกศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดด้าน 8K’s และ 5K’s และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงมีโอกาสก้าวเข้าไปสู่การบริหารประเทศก็ย่อมที่นำความรู้ ความสามารถ และทุนทั้ง 8K’s และ 5K’s ที่มีอยู่ในตัวเองบริหารแบบธรรมาภิบาล เน้นประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน เน้นการพัฒนาประเทศมากกว่าการเล็งที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง นั่นก็จะนำมาซึ่งความสุข สงบ และมั่นคงของประเทศชาติได้
การบ้านครั้งที่1 --- human Capital Management