ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเริ่มใช้ google calendar ในการจัดระเบียบตารางตนเอง
แล้วก็พบ ความทับซ้อนที่ต้องแก้ปัญหาแต่เนิ่นๆ มิฉะนั้น จะกลายเป็นภาระเพื่อนร่วมงาน

..หลายครั้ง ข้าพเจ้าวุ่นวายกับสิ่งอื่นมากไป
หรือเพราะตั้งความหวังแล้วผิดหวัง จึงทำให้ 'เอาใจออกห่าง' หน้าที่งานสอน...
.
เมื่อกลับมาเอาใจใส่อีกครั้ง จึงเกิดโจทย์ผุดขึ้น
'ทำอย่างไรให้อาจารย์เอง มีเวลาพัฒนาตนเอง และพัฒนางานรับใช้สังคม
โดยไม่กระทบการเรียนการสอนนักศึกษา'
ข้าพเจ้าตั้งโจทย์เพิ่มขึ้นอีกว่า
'ทำอย่างไรให้ แม้มีเหตุที่นักศึกษาไม่เจอตัวอาจารย์เลย
นักศึกษาก็สามารถเรียนรู้จากกิจกรรมที่จัดไว้ได้'
.
แนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจ คือ 'Flipped class' ที่ อ.จันทวรรณ บันทึกไว้ที่นี่คะ
อีกหนึ่งแรงบันดาลใจ ได้มาจากบทความอาจารย์หมอวิจารณ์ ชุดมีโรงเรียนไปทำไม
"เปลี่ยนเป้าหมายของการเรียน จากเป้าหมายที่แคบ คือวิชาตามที่หลักสูตร (ที่คับแคบและล้าสมัย) กำหนด
มาเป็นชีวิตจริงที่มีความไม่ชัดเจน และเชื่อมโยงกว้างขวาง"
ข้าพเจ้าลองผิดลองถูกจนได้ดอกไม้และก้อนอิฐ ดังในบันทึกนี้
และได้รับความกรุณาจาก อ.จัน ช่วยโค้ชเพิ่มเติม
...
จึงพยายามปรับให้เข้ากับบริบทโรงเรียนแพทย์อีกครั้ง
เรียนแบบ 'ไม่มีหลักสูตรตายตัว' 'ไม่มี standardized patient'
มีเพียงแนวทางให้เรียนรู้จากความเป็นจริงที่เห็นจากผู้ป่วย
กับการใช้ระบบ E-learning
สำหรับแพทย์ประจำบ้าน ได้เรียนรู้ด้วยการร่วมเป็น 'ผู้สอน' และประเมินนักศึกษา
แพทย์ประจำบ้าน จึงมีบทบาทเป็น 'เพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง' มิใช่ 'ผู้ติดตาม'
ขณะเดียวกัน ก็รอแรงสนับสนุนจากภาคนโยบายที่ส่งเสริมให้เกิด Flipped classroom ในมหาวิทยาลัย
คือพิจารณา 'กลับ' วิธีคิดภาระงานอาจารย์ จาก lecture : ฝึกปฎิบัติ เป็น 1:3 แทน 3 :1 อย่างทุกวันนี้

...
ผลลัพท์เป็นอย่างไร จะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบันทึกนี้คะ
###
ท้ายนี้ จึงขอขอบคุณ Gotoknow
ที่ทำให้อาจารย์คนหนึ่งได้ 'กลับใจ' คะ :)
-----------------------------------------------------------------------------------------
Update 25 เมษายน 2556 :
ผลจากการใช้อ่านและทำ quiz มาก่อน ข้าพเจ้าบอกทำมาเถิดไม่เก็บคะแนนจริงจัง
สามารถแบ่งพฤติกรรมนักศึกษา เป็น 3 ประเภท จาก 18 คน
1. 4 คน เอาใจใส่ดีเยี่ยม อ่านและทำ quiz เมื่อทำครั้งแรกผิด ก็ทำครั้งที่สอง
2. ส่วนใหญ่ของห้อง เอาใจใส่พอควร อ่านนิดๆ หน่อยๆ แล้วทำ quiz มาได้แค่ไหนแค่นั้น
3. 1 คนที่บอกลืม ไม่ทำมา
จึงนำ quiz ทั้งหมดมาอภิปราย
เท่าที่สังเกต นักศึกษาสามารถตอบ fact หรืออะไรที่ท่องเป็นข้อๆ (เช่น Kuber Rose reaction) ได้ดี
แต่ไม่ยอมตอบ 'ความเห็น'
และน่าสนใจ เมื่อถามถึงเนื้อหา MPD ตอนปีพรีคลินิก นักศึกษาเงียบ
...
ขอนิยาม นศพ. ของข้าพเจ้าตอนนี้ว่า
"Teach more know less - Smart but scare"
ขอบคุณ อ. หมอ ป. ที่นำวิธีคิดดีๆในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาแบ่งปันครับ
อยากกลับใจบ้าง แต่เด็ก ๆ ยังเล็กมากค่ะ
บทบาทของครูยังต้อง.....เยอะ.......กับการเรียนรู้ของเด็กอยู่ค่ะ
แหม นึกว่ากลับใจเรื่องอะไรเสียอีกค่ะ อ.หมอ ป. :) ชื่นชมและให้กำลังใจในการสร้างนักศึกษาแพทย์ของไทยในศตวรรษที่ 21 ค่ะ
ยินดีด้วยนะครับ คุณหมอบางเวลา อาจารย์แพทย์ประจำ ;)...
ทักษะชีวิต การเรียนการสอนศตวรรตที่21 รรกลับทาง คนเรียนกลับความคิด
ประสบการณ์ชีวิตการเรียนรู้
ขอบคุณค่ะ ดีใจแทนนักศึกษาแพทย์ซะแล้วซิค่ะ
และที่สำคัญต่อไปประเทศไทยของเราจะมีแพทย์ตามแนวคิดของบันทึกนี้
ขอบคุณแทนผู้ป่วยทุกท่านเลยค่ะ..และคงต้องหัดทำปฏิทินส่วนตัวบ้างแล้วค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่นำมาแบ่งปันวิธีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดในสิ่งที่ดีกว่าค่ะ
อ่านแล้วได้ประโยชน์มากครับ
เห็นด้วยค่ะ สัดส่วนลงมือทำเยอะขึ้นก็น่าสนุกขึ้น
"ผลลัพธ์" ดีมีชัยไปกว่าครึ่งที่ได้ลงมือทำแล้ว
ตามมาเชียร์เลยครับ กำลังทำใน classstaart อยู่ครับ
ตกใจเหมือนกันว่า กลับใจอะไีร 555
ดีจังค่ะ...เป็นแนวคิดที่ดี..ควรมีการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง...
'ทำอย่างไรให้อาจารย์เอง มีเวลาพัฒนาตนเอง และพัฒนางานรับใช้สังคม
โดยไม่กระทบการเรียนการสอนนักศึกษา'
แล้วจะทำอย่างไรดี พยาบาลจึงจะมีเวลาพัฒนาตนเองและพัฒนางานอื่นๆ พร้อมกันไป โดยไม่กระทบงานประจำมากนัก
เป็นประเด็นที่น่าคิดสำหรับพยาบาลเหมือนกันคะ
ตามมาให้กำลังใจคุณหมอด้วยคนนะค่ะ
"เคยคุยกับหมอเยอรมันที่จบแผนกเภสัชศาตร์"เขาเล่าว่า..ตลอดเวลาเรียน..เขาไม่เคยเห็นหน้าProf. เลย..เจ้าค่ะ..." ยายธี
มาส่งกำลังใจให้คุณหมอ ป. คนเก่ง ได้มีวิธีการจัดการพัฒนาการเรียนการสอนและให้ความรู้กับนักศึกษาตามที่ตั้งใจค่ะ ..........และมีความสุขมากๆ นะคะ
ขอบคุณคะ ช่วงนี้มีสมาชิกเขียนเรื่องวิธีแลกเปลี่ยนเรียนรู้น่าสนใจหลายบันทึก กำลังติดตามหลายท่านเช่นกันคะ
เรียนรู้ไปด้วยคนนะครับอาจารย์หมอ....ขอบคุณครับ
ขอบคุณคะ ครูอิง
เข้าใจคำว่า ..เยอะ..ของคุณครูคะ :)
ขอบคุณคะ
จากการสอนวันนี้ จุดประกายเรื่อง 'การวัด attitude' อย่าง objective ได้
เหมือนกับที่เคยมีผู้ทดลอง 'Marshmallow test'
เป็นอาจารย์แค่บ่อยๆ ก็พอคะ
ไม่ชอบการเป็นคนยืนหน้าห้องเรียนเลย
แค่ชั่วโมงเดียวก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก
ต่างจากสอนข้างเตียง และสอนที่ OPD ลื่นไหลสบายใจกว่ามากนักคะ