"ครู" ดิฉันชอบคำคำนี้มากกว่าคำว่าอาจารย์อีกนะคะ รู้สึกว่าเมื่อเอ่ยคำนี้ออกมาแล้วพลังในการถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้มันมากเพียงพอที่จะเอาชนะสายตาที่จับจ้องอยู่ที่หน้าเพจเกมส์ใน Facebook หรือสายตาที่ดูล่องลอยไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ของนักศึกษาร่วม 60-70 คน

ดิฉันเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างจะรักเรียน พ่อเป็นนักเรียนเรียนดีของสวนกุหลาบ ส่วนปู่ก็เป็นครู จิตสำนึกของความเป็นครูเหมือนจะถ่ายทอดมาสู่ดิฉันอยู่คนเดียว เพราะพี่กับน้องไม่สนใจอาชีพนี้แม้สักนิด

คนที่เป็นครูได้จึงต้องเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกของความเป็นครู หรือ มี Passion ในการสอน คือ รักการเรียนรู้เพื่อการปรับปรุงการสอนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่สอน lecture  ไปให้จบๆ แต่ละวันและสอนหลายวิชาหลายโปรแกรมหลายหลักสูตร แต่เป็นการรักที่จะสอนรักที่เห็นการเปลี่ยนแปลงศิษย์ให้เป็นผู้ที่รักในการเรียนรู้ด้วยการพยายามวางแผนกิจกรรมที่จะเข้ามาเสริมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาที่สอน

ช่วงจบปริญญาตรีใหม่ๆ ดิฉันตัดสินใจที่จะเข้าสู่โลกธุรกิจก่อนที่จะมาทำอาชีพครูที่ตนเองฝันไว้ ด้วยความคิดที่ว่าจะต้องทำให้ตนเองได้มีประสบการณ์ในวิชาชีพเต็มที่ก่อนที่จะไปสอนคนอื่น สามปีกับการทำงานที่บริษัทในเครือ CP ทั้งสองแห่ง ทั้งในสายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเทเลคอมมูนิเคชันสั่งสมประสบการณ์มาพอประมาณจึงได้เข้ามาเป็นครู 

การสอนในแต่ละครั้งดิฉันจะเน้นกับผู้เรียนว่า ครูไม่ใช่ผู้บอกคำตอบ แต่ครูเป็นผู้ให้แนวทาง และแนวทางเหล่านี้ผ่านการปฏิบัติมาแล้วอาจจะถูกหรืออาจจะผิดแต่นี้ก็คือประสบการณ์ หากไม่มีประสบการณ์ในสิ่งที่สอนแล้วจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจได้อย่างเห็นภาพได้อย่างไร

หลังจากเป็นครูได้สักช่วงหนึ่งก็ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ UMBC การได้ฝึกการทำวิจัยในช่วงปริญญาเอกนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า การเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง ผู้เรียนอย่างเราต้องฝึกกระบวนการคิดตั้งโจทย์ การคิดวิเคราะห์ การศึกษาทฤษฏี การค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบ ผ่านการฟัง พูด อ่าน และเขียน

ดิฉันจึงคิดว่าคนเป็นครูต้องมีทักษะในการทำวิจัยและรักในการทำวิจัย ไม่ใช่ทำเพื่อขอตำแหน่งด้วยการคัดลอกงานของผู้อื่นมาใส่ในงานวิจัยของตน แต่เป็นการกระทำที่มุ่งหวังการค้นหาคำตอบให้กับสิ่งที่เราสนใจ ส่วนทักษะที่ได้รับนั้นจะบ่มเพาะเราให้รักการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยอัตโนมัติ แต่อย่าลืมว่าจะทำได้นั้นครูต้องรักการฟัง รักการอ่าน รักการเขียน และรักการพูด

แต่สิ่งที่ดิฉันกังวลและคิดว่า ทักษะเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ยากหากขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษค่ะ ลองเปิดใจค่ะแล้วจะพบว่าความรู้ในโลกอินเทอร์เน็ตมีมากมายเหลือเกินแต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น วีดิโอคลิปใน YouTube เอกสารความรู้จากเว็บไซต์ E-books และ E-magazines และเมื่อเห็นเอกสารภาษาอังกฤษเหล่านี้เราก็จะหยุดสนใจทันที ความรู้ของเราจึงหยุดอยู่เพียงแค่ภาษาไทยเท่านั้น การฝึกให้รักในอ่านหรือฟังภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งจำเป็นการพัฒนาครูค่ะ แล้วจึงตามด้วยการพูดและการเขียนค่ะ

ทักษะที่จำเป็นของครูในโลกยุคนี้อีกเรื่องคือ ทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศค่ะ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการทำงานที่หลากหลาย การใช้ซอฟต์แวร์ในการผลิตสื่อการเรียนรู้ เป็นต้น ครูต้องเปิดใจยอมรับเครื่องมือเหล่านี้ให้มากขึ้น เทคนิคคือคิดว่ามันเป็นเพียงแค่กระดาษกับปากกาที่เปลี่ยนสภาพไปเท่านั้นค่ะ เพราะ ICT จะช่วยให้ครูตั้งรุกได้ทันกับข้อมูลความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและได้ก้าวเข้าสู่โลกของเยาวชนอีกด้วยค่ะ


ปล. บันทึกนี้ขอมอบให้ครูทุกคนที่อบรมสั่งสอนดิฉันมา โดยเฉพาะครูโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ครูของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และครู Anthony F. Norcio และ Henry H. Emurian ของภาควิชา Information Systems แห่ง University of Maryland Baltimore County


<p></p>