หากทำงานเพื่อเด็กอย่างแท้จริงแล้ว ไม่มีใครทิ้งคนที่เป็นครูแน่นอน

         ด้วยหัวใจที่เป็นกลาง..ความจริงและถูกต้อง

         คนที่บ้านที่เป็นครูด้วยกันถามว่า เราเปิดเรียนเร็วไปหรือเปล่าเนี่ย..เป็นคำถามที่กระตุ้นให้ผมประเมินตนเองทันที หรือว่าเราขยันเกินไป วันจันทร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ก็เปิดเรียนซะแล้ว สอนเสริมพิเศษให้ชั้น ป.๓-๔ และ ป.๖ ตั้งแต่ ๐๘.๓๐ น. - ๑๔.๓๐ น.

         ผมตอบพวกบ้านไปว่า

         "แม่สอนคนเดียวสองชั้น มีแปดสาระวิชา แม่สอนไม่ทันแน่ๆ เนื้อหาและกิจกรรมสำคัญ ย่อมต้องขาดหายไปบ้าง ถูกไหม..จ๊ะ"

         "ป.๓ และ ป.๖ ต้องสอบ NT และ O-net ถ้าเราไม่เตรียมเด็กให้พร้อมเสียแต่เนิ่นๆ อะไรจะเกิดขึ้นจ๊ะ"(ไม่ยากที่จะคาดเดา ใช่ไหม)

         "แม่รู้ไหม ตอนนี้มีคนมองว่าโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีคุณภาพ ครูก็สอนกันสบายๆ เด็กก็เรียนกันแบบสบายๆ เงินเดือนครูก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นกันทุกปี ปีละมากๆ..เราก็ชื่อว่าเป็นครูคนหนึ่ง สอนเด็กไม่กี่คน เราน่าจะทำให้เกิดคุณภาพได้นะ..จะได้ไม่เป็นอย่างที่เขามอง"

         คนที่บ้านผมนั่งนิ่ง ฟังอย่างตั้งใจ ก่อนเปรยว่า

         "ผู้ปกครองเขาคงชอบนะที่เราเปิดเร็ว..ผู้ปกครองเขาดูข่าวหรือเปล่าหนอ ว่าโรงเรียนขนาดเล็กเขาจะยุบน่ะ"

         "ผู้ปกครองเขาดีใจอยู่แล้วล่ะที่เห็นลูกหลานไปโรงเรียน ไม่ต้องเล่นซุกซนไปวันๆ ส่วนเรื่องยุบโรงเรียนเขาก็รู้ พ่อว่ารัฐบาลไม่กล้ายุบหรอก ถ้าโรงเรียนยังดูดีมีคุณภาพ มีความเข้มแข็ง เป็นหลักให้ชุมชนท้องถิ่นที่ห่างไกล.."

         ผมหยุดนิดหนึ่ง คิดว่าจะพูดอะไรต่อ

         "จริงๆ เด็ก ๔๐ - ๕๐ คน ไม่น่ายุบหรอก เด็กน้อย ครูก็น้อย การลงทุนก็ไม่มาก ยิ่งถ้ามีครูมุ่งมั่นทุ่มเท สอนเด็กให้เป็นคนดี มีคุณธรรม โตไปไม่โกง เหมือนนักการเมือง(บางคน) ก็น่าจะดีแล้ว"

        "พ่อคิดอย่างนี้จริงๆหรือ"         "อือ"

         ปิดภาคเรียน ผมยังคงไปโรงเรียนทุกวัน ไม่เว้นแม้เสาร์อาทิตย์ จนเพื่อนของคุณครูที่มาอยู่เวร หยอกว่า ไม่ต้องห่วงบ้านหลังใหญ่หรอก มีคนมาดูแลให้แล้ว....

          นั่นแหละ..ยิ่งทำให้ผมต้องปฏิบัติหน้าที่ที่ราชการมอบหมาย คือ การตรวจเวรยาม จากนั้นก็พิมพ์เอกสารและพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับเวลาและโอกาสที่พอมี ด้วยเจตนาที่คิดว่ามันน่าจะดีกว่าอยู่เปล่าๆ อย่างน้อยก็เห็นโรงเรียนเจริญเติบโต ไม่ทรุดโทรม หรือด้อยค่า ตามสายตาของบุคคลทั่วไป

         ดีใจมากที่ปิดเทอมนี้มีนักวิชาการ หรือนักการศึกษาท่านหนึ่ง มาแวะเยี่ยมเยือน และเที่ยวชมแหล่งเรียนรู้

          ...ท่านดร.ขจิต ฝอยทอง..

          ครูของครู ครูของผม ผู้จุดประกายให้ผมรู้จักจัดการความรู้ในองค์กร อยู่กับความจริง..และสัมผัสในสิ่งที่ถูกต้อง

         บันทึกไว้เป็นความทรงจำ ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความสุข ความหวังและกำลังใจ

         ....หากทำงานเพื่อเด็กอย่างแท้จริงแล้วไซร้ ย่อมไม่มีใครทิ้งคนที่เป็นครู แน่นอน"

          ......แล้วเราจะไปย่นย่อท้อถอยทำไมครับ (คุณครูในโรงเรียนขนาดเล็ก)

 

 

 

 

 

เรื่องเล่าจากโรงเรียนเล็ก

www.bannongphue.com