วันนี้ชลัญ มีเรื่องราวของคนๆหนึ่งที่อยากเอาหัวใจของเธอ มากราบ จริง มาเล่า ให้ทุกท่านได้ทราบหญิงคนนี้ชลัญรู้จักมาประมาณ 10 ปี แต่ที่ได้มาคลุกคลีจริงๆก็ 4 ปีนี้เอง จริงๆชลัญอยากเขียนเรื่องราวของท่านมานานแล้ว แต่ ไม่มีโอกาสได้ขออนุญาต เป็นเรื่องเป็นราวสักที เพิ่งได้คุยกัน ท่านอนุญาต แถมยังให้ลงชื่อจริง ลงรูปพร้อม แต่ชลัญเกรงใจ ขอเป็นนามแฝงก็แล้วกันค่ะ ท่านผู้นี้ ชลัญจะเรียกท่านว่า “ ป้าศรี” เป็นที่มาของชื่อศรีทนได้ นี่เอง
เริ่มต้นชีวิตป้าศรีนั้นรันทดนัก ป้าศรีนั้นครองตัวเป็นสาวโสด จนอายุ 42 ปี เรียกว่าจะเป็นวัยใกล้ขึ้นคานก็ว่าได้ ด้วยญาติพี่น้องเห็นว่าอายุมากแล้วอยากให้มีคนมาดูแลยามแก่เฒ่า จึงติดต่อหนุ่มพ่อม่ายมาให้ป้า แต่งงานด้วยซึ่งป้าเองก็ไม่ขัดใจ ญาติเข้าใจว่าเขาหวังดี เมื่อแต่งงานได้ไม่ถึงปี ป้าศรีตั้งท้อง น่าจะเป็นเรื่องที่ควรจะต้องดีใจ ใช่มั๊ยที่จะมีทายาทสืบสกุล แต่อนิจจาเมื่อมาฝากครรภ์ ผลพบว่าป้าติดเชื้อ HIV จากสามีนั่นเอง ชีวิตเหมือนล้มทั้งยืน จากการครองตัวเป็นสาวโสดมา 40 กว่า ปี พอแต่งงานน่าจะโชคดีแต่กลับพลันโชคร้ายซะนี่ ด้วยความเข้มแข็งในจิตใจของป้าศรี ไม่ได้ตีโพยตีพาย โทษ หรือโกธรญาติพี่น้อง แม้กระทั่งสามี ป้าศรีเข้าใจดีว่าไม่มีใครตั้งใจ สามีก็ไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ ป้าศรีคิดว่ามันเป็นกรรมของท่านเอง ที่ทำให้พบกับชะตากรรมนี้ จากนั้นป้าก็เป็นคนไข้ในความดูแลของโรงพยาบาลเรา เมื่อคลอด ผลปรากฏว่าลูกตาย หลังคลอด ซึ่งถ้าความรู้สึกของชลัญนั้น ชลัญรู้สึกดีใจที่เป็นอย่างนั้นอย่างน้อยอีกชีวิตหนึ่งก็ไม่ต้องมารับกรรม ชลัญรู้ว่าการคิดเช่นนี้ เป็นความคิด ฝ่ายไม่ดีในจิตใจเรา สำหรับป้าศรีนั้นเสียใจอย่างแน่นอน ต่อมาสามีป้าศรีก็เสียชีวิต จากโรคนี้จากที่กลัวว่าจะอยู่อย่างเดียวดายยามแก่เฒ่า นั้น สิ่งที่กลัวกลับเกิดขึ้นจริงและยังมีของแถมมาเป็นสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพอีก แต่ป้าศรีนั้นจิตใจเข้มแข็งนัก ต่อสู้กับโรคนี้ ปฏิบัติตามคำแนะนำ ของเจ้าหน้าที่อย่างมีระเบียบวินัย จนทุกวันนี้เรียกได้ว่าร่างกายแข็งแรงเหมือนคนปกติ ภูมิคุ้มกันของป้าอยู่ในเกณฑ์ปกติเทียบเท่าคนไม่มีโรคประจำตัว
ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเล่านั้นอยากให้เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ ของคนที่คิดว่า ตัวเองนั้นเผชิญปัญหาที่ใหญ่หลวง หาทางออกให้ชีวิตไม่ได้ แล้วเลือกทางออกในทางที่ผิด จึงอยากให้เรื่องราวของศรีทนได้ นี้ เป็นเครื่องเตือนใจที่จะได้รู้ว่าชีวิตคนเรา แม้จะเจอปัญหาที่หนักหนาใหญ่หลวงเช่นไร แต่หัวใจที่เข้มแข็งนี่เอง ที่จะทำให้ สามารถอยู่กับปัญหาได้อย่างลงตัว แถม ทำประโยชน์ และสิ่งที่เป็นกุศลให้บุคคลอื่นได้อีก
นี่เป็นเพียงแค่เกริ่นนำ เรื่องราวของ ศรีทนได้ยังไม่จบเท่านี้ เดี๋ยวเล่าต่อในตอนต่อไป แล้วคุณจะอยากกราบหัวใจของผู้หญิงคนนี้เหมือนชลัญ
ชลัญธร ตรียมณีรัตน์
ชลัญค่ะ.....สงสารจริงๆ นะคะ แต่ท่านเป็นคนมีบุญนะ มีทุกข์ แต่ก็ยังอภัยให้คนอื่นๆ และตัวเองได้ ทุกข์นั้นจะน้อยลงไหมนะ กับวันที่เหลืออยู่ อยากส่งกำลังใจ แรงใจไปให้กับสายลมนะคะ
อีกแบบหนึ่งของชีวิตที่รู้ตน..รู้กรรม..ทำใจรับสภาพ เพื่อสู้ต่อไป..
ขอส่งกำลังใจเล็กๆ ไปยังมุมนี้ที่พิมายค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณพี่
มากค่ะที่มาให้กำลังใจป้าศรี เดี๋ยววันนี้จะบันทึกเพิ่มให้ค่ะ แล้วจะเริ่มรู้ว่า ทำไมชลัญถึงอยากกราบหัวใจป้าศรี
ขอบคุณ
มากค่ะที่มาให้กำลังใจ จะบอกว่าหัวใจป้าที่น่ากราบนี่ไม่เพียงความเข้มแข็งค่ะ เดี๋ยวรออ่านต่อนะ
เปิด สมุดบันทึก เพิ่มพลังใจ กันเถอะ คุณ พบ. ใจเกิน 101 .....:):)
ซึ้งในน้ำใจป้าศรีจริงๆ ถ้าป้ายังอยู่ฝากกำลังใจไปด้วยน่ะค่ะ
ขอบคุณป้าใหญ่
ค่ะที่มาให้กำลังใจป้าศรี กับคนที่จบเพียงแค่ ป.4 ความรู้น้อย แถมมีทุกข์ที่เป็นตราบาปของชีวิต อย่างป้าศรีนี้ ไม่เคยคิดเรื่องอกุศลเลยค่ะ กลับผันตัวเองมาช่วยเหลือคนอื่นทั้งที่ตัวเองก็ฐานะไม่ดี มีอาชีพเพียงรับจ้างซักรีด ได้เงินไม่กี่บาท ต่อเดือน แล้วมาติดตามต่อนะค่ะ
ขอบคุณปริม
นะค่ะที่มาส่งกำลังใจให้ ป้าศรี กับความดี ความคิดที่มาจากจิตที่เป็นกุศลของป้าชลัญถึงอยากกราบหัวใจป้าค่ะ