เราต้องบริหารจัดการเวลาให้ลงตัว แล้วชีวิตจะเป็นสุขสนุกกับงาน

    

   วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  มีโอกาสอยู่บ้านทั้งสองวัน  ด้วยหวังและตั้งใจที่จะทำตัวให้ว่าง  ไม่ยุ่งเกี่ยว ทั้งงานหลวง งานราษฎร์ และงานภรรยา เพราะว่ามี วรรณกรรมจากกัลยาณมิตรส่งมาให้ แต่ยังหาเวลาว่างหยิบจับมาอ่านไม่ได้ (ผู้เขียนอ่านหนังสือแล้วติดพัน ไม่ยอมทำอะไรต้องอ่านให้จบ)  

 

      ดังนั้น เสาร์ - อาทิตยที่ผ่านมาจึงให้เวลเติมอาหารสมอง ให้ตัวเอง เขาบอกว่าช่วงชีวิต

วัยเด็ก วัยรุ่น มีเวลา มีสุขภาพ แต่ไม่มีงานไม่มีเงิน

วัยทำงาน มีงาน มีเงิน มีสุขภาพ แต่ไม่มีเวลา

วัยชรา มีเวลา มีเงิน แต่ไม่มีสุขภาพ

ผู้เขียนอยู่ในช่วงของไม่มีเวลา  ขัดสนจนเวลา  จึงต้องหาเวลามาทำในเรื่องที่ชอบๆ จึงประเดิมด้วยเล่มแรกของอาหารสมอง

" เจ้าเป็นไผ" 1 และเจ้าเป็นไผ 2 ที่ ได้รับอภินันทนาการจาก หมอเจ๊ บล็อกเกอร์ผู้ลุ่มลึกในลีลาการวิเคราะห์ปัญหา เมื่อคราผู้เขียนไปชงชา SHA ที่รพกระบี่ หนังสือที่มหาชีวลัยอีสาน ท่านบ่อครูบา สุทธินันท์ อำนวยการความสะดวกอยู่ รวมคมคิด ข้อเขียน ของชาว"ลานปัญญา"ผู้ร่วม เฮฮาศาสตร์ และจากบล็อกเกอร์ชาว กทน(โกทูโนว์) หลายท่าน คนทำงานถือเป็นแนวทางคู่มือในการ คิด ค้น หาจิตปัญญา จากข้อเขียนในหนังสือทั้ง สองเล่ม ผู้เขียนเป็นหนึ่งในพันคนที่โชดคีมีโอกาสได้อ่านและเป็นเจ้าของ  

 

    เล่มที่ สองอภินันทนาการจากพระคุณเจ้า "โดยคำ  ลานเทวา" ที่ผู้เขียนได้ปีนเขาขึ้นบันได สองร้อยขั้นขึ้นไปคารวะที่เขารังภูเก็ต

"คิดทุกวัน รวมลำนำกวีสี่บรรทัดที่อัดแน่นด้วยธรรมและชีวิต"ยังไม่หยุดวุ่นวายก็อายลิง"คือสิ่งที่น่าคิด

 "ความตายไม่เคยเลือกอายุขัย

ไม่เลือกวันเลือกวัยเลือกวันหยุด

ความตายไม่เคยเลือกหน้ามนุษย์

ความตายพร้อมประทุษทุกชีวิน" ในบทหนึ่งของกวีที่เตือนใจ

 

    เล่มที่สาม อภินนันทนาการจากอาจารย์ผู้เสมือนครูผู้สอนการเขียนให้ผู้เขียน อาจารย์ จรูญ หยูทอง ส่งมาจากกองทุนเผล้งหลา ในห้วงเวลาหลายปีมานี้ได้รับอภินันทนาการอย่างดีเสมอมา  เล่มนี้

"ดีเหมือนเหล้าเครียะ" เพียงชื่อเรื่อง คนรอบๆทะเลสาบ คาบสมุทรสะทิ้งพระ สงขลา พัทลุงนครศรีฯ ย่อมเข้าใจในเหล้าเครียะ ถึงแม้นไม่เคยดื่ม แต่ดีกรีศักดิ์ศรีที่นักดื่มยกให้ย่อมไม่ธรรมดา เล่มนี้เป็นงานเชิงวิจัย ปูชนียบุคคลแห่งทุ่งตะเครียะ นามครูผัด จันทร์เสนะ รำลึก 100 ปี ชาตกาล ครูผัด ที่คนคนทั้งหมู่บ้านเคารพนับถือ ยอมนอนคว่ำหน้าลงกับพื้นให้ครูผัดเหยียบย่างไปสู่ปะรำพิธีโดยเท้าไม่สัมผัสดินในวันทำบุญเดือนสิบ  ผู้เขียนเป็นหนึ่งในพันคนของประเทศ ที่มีวาสนาได้อ่านและครอบครองอาหารสมองสุดยอด เล่มนี้  

 

เล่มสุดท้ายที่ค้นพบเป็นวรรณกรรมของนักเขียนริมทะเลสาบ นาม วีรศักดิ์ ขันแก้ว ส่งมาให้นานแล้วเป็นปี แต่ยังไม่มีเวลาอ่าน

"สำนักมานุษ"  คือต้นแนวคิด หลักแห่งความรู้ มานุษ  ยังมีคนแบบมานุษหลงเหลืออยู่ ยังพบเห็นในงานชุมชน หลายคนปฎิบัติตนแบบมานุษ คือเป็นนกที่ไม่บินตามฝูง แต่บินอย่างโดดเดี่ยว แสวงหาและท้าทายตามใจปราถนา  

 

วันหยุดที่ผ่านมา นี้สี่เล่ม สี่ลีลา อาหารสมองที่ได้อ่านเป็นการเติมพลัง และทบทวนความคิด การทำงาน และชีวิตที่ผ่านมา เราแบ่งเวลาอย่างไรทั้งสามส่วน   เวลาของตัวเอง เวลาของครอบครัว  เวลาของสังคม  

 

ซึ่งทั้งสามส่วนของเวลาเราต้องบริหารจัดการให้ลงตัว แล้วชีวิตในการทำงานจะมีสุข สนุกกับงานที่ได้ทำ

ขอบคุณ อาหารสมองจากกัลยาณมิตรทุกๆท่าน ที่ทำให้มีอาหารสมองมาบริโภค