เศรษฐีแปลว่า "ผู้มีอันจะกิน" ซึ่งคำว่า "มีอันจะกิน" นี่คือการมีอาหารกินอยู่สุขสบายไม่อดอยากทุกข์ทรมาณ

ผมเชื่อว่าการเป็นเศรษฐีนี้เป็นเป้าหมายของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ และด้วยคำแปลเช่นนี้ คนที่มีเงินเยอะมากมายอาจจะไม่ได้เป็นเศรษฐีก็ได้ ผมเองเคยเห็นคนมีเงินมหาศาลที่ต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ มาก็ไม่น้อย

เรื่องคนอื่นผมไม่รู้ แต่วันนี้ผมเป็นเศรษฐีแล้ว

ผมตื่นสายมากวันนี้ ตื่นมาก็เจอปลาชุบขนมปังทอดวางอยู่เป็นอาหารเช้าอย่างเดียว ผมตักข้าวมากินกับปลาอย่างคนที่ยังไม่ตื่นดี

ตักไปได้สองคำก็ได้ยินเสียง อ.จัน ร้องบอกว่า "ทำไมไม่ไปตัดผักมากิน?"

ผมเดินออกไปตัดสะระแหน่มาหนึ่งจาน หลังจากล้างเสร็จแล้วและยืนงงๆ อยู่สักครู่ตามประสาคนพึ่งตื่น ผมก็เดินไปตัดผักน้ำ (watercress) มาอีกจาน แล้วผมก็กลับมากินข้าว

พอตักปลาทอดเข้าปากไปอีกสองคำรู้สึกเลึ่ยนน้ำมัน ผมก็เดินออกไปเด็ดพริกมากินแก้เลี่ยนอีกสามสี่เม็ด

แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่าเรานี้ช่างมีอันจะกินจริงหนอ!!

KATZ!

เมื่อวานผมก็พึ่งกินผักกาดแก้วที่ปลูกเองไปหนึ่งจาน และเดี๋ยวกินข้าวเสร็จผมจะไปตัดเปปเปอร์มินต์มาชงชาปลุกตัวเองให้สดชื่นยามเช้าอีกหนึ่งแก้ว ส่วนในใจก็คิดถึงวิธีแก้ปัญหาแปลงผักบุ้งที่เจ้ามะขามขึ้นไปคุ้ยจนผักราบเป็นแถวๆ

การต้องแก้ปัญหาแมวไปคุ้ยแปลงผักนั้นไม่ใช่ทุกข์ มันคือความสุขของการได้มีแปลงผักและได้มีแมว แม้สองอย่างนี้จะไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ก็ตาม

ผมช่างมีอันจะกินจริงหนอ!!

และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในบ้านจัดสรรที่ถมด้วยดินลูกรังขนาด 112 ตารางวาเท่านั้นเอง

แล้วเศรษฐีผู้ได้อยู่บนที่ดินเป็นไร่ที่มีดินดำสมบูรณ์ปลูกอะไรก็ขึ้นนั้นเขาจะมีความสุขเพียงไหน?