แม่เล่าว่า.. แม่เรียนไม่จบ ป.๔ สมัยเด็กแม่ต้องตื่นแต่เช้ามาต้องหุงข้าว ทำกับข้าว ตักน้ำใส่ตุ่ม ดูแลยาย (ยายเป็นอัมพฤติ ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย) แล้วจึงไปโรงเรียนเมื่อสายแล้ว (ไม่เคยได้เคารพธงชาติเลย) เรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง นั่งหลับบ่อยเพราะเหนื่อย ตอนเที่ยงแม่ต้องเดินกลับบ้าน เพื่อมาป้อนข้าวยาย และน้อยครั้งที่จะได้กลับไปเรียนอีก.. น้องๆเรียนทันชั้นป.๔ แล้วก็จบไป แต่แม่ไม่จบไม่ได้ใบประกาศฯ ต่อมาแม่ก็ไม่ไปรร.อีกเลย แม่จึงต้องทำไร่-ทำนา-รับจ้างทั่วไป..

แม่บอกว่า.. ให้ขยันเรียนมากๆจะได้ไม่ลำบากเหมือนแม่ หลังจากพ่อเสียชีวิต แม่เข้มแข็งมากเลี้ยงลูก ๓ คนโดยลำพัง (ตอนนั้นพวกเราเรียนอยู่ชั้นมศ.๓, ม.๓, ป.๖ กำลังจะต้องเปลี่ยนโรงเรียนขึ้นชั้นใหม่) แม่ต้องขายที่ไร่-ที่นา ซึ่งมีไม่มากส่งเสียให้ลูกเรียน, ต้องกู้เงินธกส.ทุกปี, บางครั้งต้องตากหน้าไปยืมเงินจากญาติๆเพื่อมาให้ลูกใช้จ่ายในเรื่องการเรียนแม่บอกเสมอว่า

"การศึกษาเป็นสมบัติที่แม่จะให้ได้.. ลูกๆจะได้มีอาชีพเลี้ยงตัวเองในอนาคต"

มีอยู่วันหนึ่งแม่มาเล่าว่า.. มีชาวบ้านหลายคน พูดกระแนะกระแหนแม่ว่า "ส่งลูกให้เรียนไปเถอะ เดี่๋ยวก็ต้องมาทำไร่-ทำนาเหมือนเดิมแหละ เสียเงินเปล่าๆ" (ในหมู่บ้านไม่นิยมส่งลูกเรียนสูงๆ)

พวกเอ็งสามคนต้องขยันเรียนมากๆ จบแล้วจะได้ทำงานดีๆ เป็นคนดี ชาวบ้านเค้าจะได้ไม่สบประมาทแม่ได้

พวกเราทั้งสามคนพยักหน้าสัญญาอยู่ในใจ

ปัจจุบัน.. มีแต่คนอิจฉาแม่ ทำตามอย่างแม่.. เรื่องส่งเสียให้ลูกเรียนสูงๆ

ณ ตอนนี้.. พี่สาวคนโตเป็นอาจารย์ ๓ สอนภาษาอังกฤษ, kunrapee ทำหน้าที่ดูแลให้คนไข้หลับขณะผ่าตัด, น้องชายเป็นนายทหาร ยศพันเอกแล้วค่ะ (คุยแทนแม่ซะหน่อย) ตอนนี้เราไม่มีหนี้ เรากลายเป็นที่พึ่งพิงให้กับญาติๆ เราไปเที่ยวทั้งครอบครัวบ่อยๆจนหลายคนอิจฉาตาร้อน แม่เล่าว่า.. หลายคนมาพูดว่าแม่โชคดีที่ลูกๆได้ดี หมู่บ้านนี้ไม่มีใครสบายเท่าคุณยายสำราญอีกแล้ว.. ดูแม่มีความสุขดี.. ขอบคุณแม่สำหรับทุกๆสิ่งค่ะ

ปล. ขอนินทาแม่นิดนึงค่ะ.. แม่ไม่เคยกอดลูกๆเลยค่ะ แม่จะสอนและแสดงออกให้เรารู้ว่าแม่รักลูกๆจากการกระทำ เมื่อหลายปีก่อนพวกเราสามคนเริ่มที่จะขอกอดแม่ แม่จะเขิล หัวเราะ แม่บอกว่าอายเค้า ^_^