ลำไยเป็นผลไม้ที่ออกผล ตามธรรมชาติในช่วงเวลานี้  ตามฤดูกาล จะมีมากทาง ลำพูน เชียงใหม่ ฯ   ลำไยเนื้อในผลจะมีเนื้อสีขาวใส  หวานหอม  กินสดๆหรือทำอาหารได้อีกมากมาย เช่น ลำไยลอยแก้ว  ข้าวเหนียวเปียกลำไยราดกะทิสด   น้ำลำไยแห้ง ใส่น้ำแข็งหอมหวานชื่นใจ    และที่ชื่นชอบกัน หาซื้อได้ตลอดปี คือ ลำไยกระป๋อง และ ลำไยอบแห้งทั้งเปลือก และแกะเปลือก ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วเราก็ทราบ กันและกินแต่เนื้อลำไย  จริงๆแล้วไม่ว่า ใบ ดอก เปลือกต้น ราก  เปลือกผล  เปลือกราก  เมล็ดแก่   มีสรรพคุณประโยชน์ ด้านยาสมุนไพร มากมาย  เช่น 

 

               

 

ลำไย ชื่ออื่นๆ ลำไยป่า(ทั่วไป) เจ๊ะเลอ (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน)

สรรพคุณ

 ใบ    เป็นใบสด  มีรสจืดและชุ่ม สุขุม เป็นยาแก้โรคมาลาเรีย ริดสีดวงทวาร
          ฝีหัวขาด และแก้ไข้หวัด โดยนำเอาต้มน้ำกิน 
ดอก   ใช้ดอกสด หรือตากแห้งเก็บไว้ใช้ เป็นยาแก้โรคเกี่ยวกับหนองทั้งหลาย
          โดยใช้ใบสด ประมาณ 5-30 กรัมต้มน้ำกิน
เมล็ด    ต้มหรือบดเป็นผงกินจะมีรสฝาด ใช้ภายนอกจะรักษากลากเกลื้อน
            แผลมีหนอง แก้ปวด สมานแผล ใช้ห้ามเลือด  
รากหรือเปลือกราก ต้มน้ำกินหรือเคี่ยวให้ข้นผสมกิน มีรสฝาด
              แก้สตรีตกขาวมากผิดปกติ ขับพยาธิเส้นด้าย
เปลือกผล   ใช้ที่แห้งนำมาต้มน้ำกิน แก้อาการวิงเวียน ศรีษะ และอ่อนเพลีย ทำให้สดชื่น

              จะมีรสขม หรือใช้ทาภายนอก โดยเผาเป็นเถ้าหรือบดเป็นผงโรยแผลไฟไหม้ น้ำร้อนรวก
เนื้อหุ้มเมล็ด    นำมาต้มน้ำกินหรือแช่เหล้า เป็นยาบำรุงม้าม เลือด และหัวใจ บำรุงร่างกาย สงบประสาท แก้อ่อนเพลียจากการทำงานหนัก ลืมง่าย นอนไม่หลับ ประสาทอ่อน หรือจะบดเป็นผงผสมกับยาเม็ดกิก็ได้
 
 ข้อห้ามใช้  คนที่มีอาการเจ็บคอ หรือไอ มีเสมหะ
                  หรือเป็นแผลอักเสบจนมีหนอง ไม่ควรกินเนื้อของผลลำไย


 

               ตำรับยา


1. โรคมาเลเรีย  ใช้ใบสดกับปอขี่ตุ่นแห้ง 10-20 กรัม และน้ำ 2 แก้ว
  ผสมเหล้าอีก 1 แก้ว ต้มให้เหลือน้ำเพียง 1 แก้ว กินก่อนมีอาการไข้ 2 ชั่วโมง 
2. แผลเน่าเปื่อยและคัน ใช้เมล็ดเผาเป็นเถ้า แล้วทาตรงบริเวณที่เป็น

3. ปัสสาวะขัด ใช้เมล็ดมาทุบให้แตกแล้วต้มกิน แต่จะต้องลอกเอาเปลือกสีดำของเมล็ดออกก่อน  

4. กลากเกลื้อน  ใช้เมล็ดชุบน้ำส้มสายชูที่หมักจากข้าว ถูทาตรงที่เป็น
   แต่ต้องลอกเอาเปลือกสีดำออกก่อน 
5. แผลเรื้อรังและมีหนอง  ใช้เมล็ดเผาเป็นเถ้า ผสมกับน้ำมะพร้าวทา 
6. หกล้มเลือกออกหรือมีดบาด ใช้เมล็ดบดเป็นผงพอก ห้ามเลือดและจะช่วยแก้ปวดด้วย
   แต่ต้องเอาเปลือกนอกสีดำออกก่อน
7. ขับปัสสาวะ หรือ แก้ปัสสาวะขุ่นขาว ใช้ดอกลำไยสดประมาณ 30 กรัม
ต้มผสมกับเนื้อหมู กิน 3-5 ครั้ง
8. น้ำร้อนลวก ใช้เปลือก ผลบดเป็นผงหรือเผาเป็นเถ้า ผสมกับน้ำมันลูกมะเยา(สบู่ดำ)
ทาแผลก็หายปวด และไม่เป็นแผลเป็นด้วย
9. ท้องเสีย ใช้เนื้อของผล 14 ผลกับขิงสด 3 แว่น ต้มกับน้ำ 
10. สตรีที่คลอดบุตรแล้วมีอาการปวดตามตัวให้ใช้เนื้อของผลกับลูกพุทราจีน และขิงสด ต้มกินน้ำ
11. เอาเนื้อผลลำไยไปแช่เหล้า ไม่ว่าจะเป็นเหล้ายี่ห้ออะไรก็ได้แช่ไว้ประมาณ 3 เดือน
 แล้วเอามากินวันละแก้ว จะบำรุงหัวใจ และช่วยบำรุงให้ร่างกายแข็งแรงด้วย 
 

ข้อมูลทางคลินิก  :

 ขับพยาธิเส้นด้าย จากคนไข้ 225 คนได้ผล 220 คน โดยใช้รากสด 50 กก. ใส่น้ำ 125 ลิตร แล้วต้มให้นานประมาณ 8-10 ชั่วโมง จนเหลือน้ำเพียง 6 ลิตร  แต่ต้องเอากากออกแบ่งกินครั้งละ 30 มล. วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 2 วัน  
 
 

เนื้อหุ้มเมล็ด

มีโปรตีน     1.42 %
น้ำ            82.39%
ไขมัน        0.45 %
เส้นใย       0.64 %
Sucrose      2.35% 
 reducing sugar   5.99 %

แต่ถ้าเป็นเนื้อหุ้มเมล็ดแห้ง จะมี

น้ำ                                0.85 % 
สารที่ไม่ละลายน้ำ           19.33 %
และสารที่ละลายน้ำได้     79.77 %
 เถ้า                             3.36%
นอกจากนี้ยังมี          โปรตีน     5. 6%    และไขมัน     0.5 %

ผลสด มีพวก

โปตัสเซียม              81-322   ไมโครกรัม% 
เหล็ก                       39-357  ไมโครกรัม%
แมงกานีส                10 -411  ไมโครกรัม%
อลูมิเนียมน้อยกว่า    10-77     ไมโครกรัม%
สังกะสี                     15- 133  ไมโครกรัม%
และทองแดง             2-186     ไมโครกรัม%
 

       เมล็ด 

   มีน้ำมันสีเหลืองออกส้มๆ 1.57%  มีแป้งอีกจำนวนมาก  และมี saponaretin 
( ผู้เขียนเคยทดลองต้มน้ำดื่มจากเมล็ดลำไย ๆ มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำจากเนื้อลำไย)
 
หมายเหตุ ลำต้นของลำไยมีเนื้อไม้แข็งปานกลาง สีแดงและจะขัดขึ้นมันได้ดี เรานำมาทำเป็น เสา หรือเสาให้พืชเกาะ ใช้เป็นฟืน และใช้ทำเฟอร์นิเจอร์
 
 

    สารสกัดจากเมล็ดลำไย


  มีการวิจัยของนักศีกษาโครงการปริญาเอกกาญจนาภิเษก คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล  นายยุทธนา  สุดเจริญ กล่าวว่า  หลังจากค้นพบว่าเมล็ดลำไย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทางทีมวิจัยจึงพยายามศึกษาเจาะลึกลงไปว่า สารสกัดที่ได้จากเมล็ดลำไย นั้นมีอะไรบ้าง 

โดยเริ่มทำการสกัดด้วยตัวทำละลาย hexane และ methanol แล้วนำส่วนที่ละลายในตัวทำละลาย มีขั้วมาวิเคราะห์ โดยใช้เครื่อง HPLC ( High Performance Liquid Chromatography )  ตามด้วย LC -MS (Liquid Chromatography - Mass Spactromety)  เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นของสารแต่ละตัว แล้วจึงแยกสารแต่ละชนิดด้วยวิธี Semi - Prepartive HPLC  ต่อไป เพื่อทำการยืนยันผลโดยใช้ NMR ( Nuclear Magnetic )

จากผลการวิจัยครั้งนี้ พบว่า หนึ่งในสารสำคัญที่ได้จากการสกัดแยกของเมล็ดลำไย คือ อีลาจิก แอซค ( ellagic acid ) ซึ่งเป็นสาร ป้องกันการก่อมะเร็ง( anticarcinogenic agent) และเป็นสารที่ป้องกันการก่อกลายพันธุ์ ( antimutagenic compound) อีกทั้งยังพบในปริมาณสูงมากเมื่อเทียบกับพืชจำพวกราสเบอรี่  ในผลการวิจัยจากต่างประเทศ 

 

การผลิตครีมเมล็ดลำไย

โดยสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 

ซึ่งสารสกัดจากเมล็ดลำไยนี้ได้มีการทำครีมเมล็ดลำไย ฯ+กับสารสกัดจากรังไหม ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่นและต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอย

 
  
 

ขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา

 

        

                   ใบ ลำไย

 

ใบลำไย 1 กำมือ ต้มน้ำดื่มเช้า- เย็น หรือ เมล็ดทุบ ต้มน้ำดื่ม

 ลดไขมันในเลือดได้

มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา :

 ยั้ยยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย  ควบคุมน้ำหนัก

ผลจากการวิจัยปี คศ. 2005 ประเทศเกาหลี

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ สมุนไพร 140 ขนิด ลดไขมันในเลือด

รวบรวมโดย เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก 

เภสัชกร 8 วช.ศูนย์บริการสาธารณสุข53 ทุ่ง 2ห้อง กทม.

 

 
 
       ลำไย ปัจจุบันมีทั้งปลูกกันใหม่ และโค่นทิ้งเพื่อปลูกต้นไม้อื่นแทน ที่ขายได้ราคาดีกว่า เช่น ที่เชียงใหม่  บางพื้นที่ตัดต้นลำไยทิ้งแล้วมาปลูกเงาะแทนขายได้ดีกว่า ซึ่งก็เคยได้ชิมเงาะโรงเรียน ที่ปลูกแทนลำไยหวานกรอบอร่อยแต่ลูกเล็กกว่าทางพื้นที่ที่ปลูกเงาะโดยตรง เราจะได้ข่าวทุกปีของปัญหาเกษตรกร ที่ปลูกลำไยผลิตผลขายได้ไม่ค่อยดี 
 ค่ะลองนำลำไยที่มีสรรพคุณทุกส่วนทางยาสมุนไพรมากมาย เก็บไว้ใช้กันได้บ้างนะคะ
 

  ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี