อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เมื่อวานเวลาประมาณบ่ายสามโมงกว่า ๆ หลังจากฝนหยุดตก ฉันอยากจะไปชมแปลงผัก "โครงงานวิชากิน" เพราะเราวางแผนร่วมกัน ก่อนจะเดินลงไปฉันกลัวลื่นและหกล้มจึงเลือกที่จะไม่เดินลงบันไดปูน เลี่ยงไปอีกด้าน มีให้เลือก ๒ ทางคือทางดินลูกรัง และพื้นหญ้า ยืนคิดอยู่พักหนึ่ง จึงตัดสินใจเลือกพื้นหญ้า
ปรากฏว่าก้าวที่สองก็ลื่นไถลโดยไม่สามารถมีสิ่งหยุดรั้งได้ มือข้างขวายันลงไปกับพื้นดิน นักเรียนหญิง ๒ คนมาช่วยให้ลุกขึ้น แต่แขนเจ็บมาก ไม่สามารถเหยียดได้ คุณครูช่วยกันนวดเบา ๆ เพราะกลัวเป็นอันตรายต่อกระดูก
นักเรียนตัวเล็กปรารถนาดีจึงไปบอกคุณยายหมอจับเส้นมาบีบนวด แต่คุณครูหลายท่านไม่เห็นด้วย แต่ความรู้สึกของฉันเหมือนจะเป็นลม เพราะปวดมาก ยอมให้คุณยายบีบนวด อาการก็ดีขึ้น เพื่อนครูละลายยาหอมให้ทาน ทั้งที่ฉันมีความสามารถเฉพาะตัวคือ "ทนกับความเจ็บปวด" ต่คราวนี้ทนไม่ไหวจริง ๆ คุณครูผู้ชายหาผ้าพันคอลูกเสือมาทำผ้าคล้องแขนให้ และช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล
ที่โรงพยาบาลเอกชน ฉันรอนานมากกว่าจะได้พบหมอ เพราะคนเจ็บป่วยมีจำนวนมาก ตัวเลอะเทอะเปื้อนดิน แห้งติดเสื้อผ้า มือและแขน ไม่ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ คิดว่าอาจมีคิวจัดการให้
หลังจากพบอายุรแพทย์แล้ว ถูกส่งตัวไปเอกซเรย์ พบว่ากระดูกหักตรงข้อมือ มีชิ้นหนึ่งแตกออกมาข้าง ๆ ประมาณเกือบสองชั่วโมงจึงได้พบแพทย์เฉพาะทาง มีทางเลือก ๒ อย่างคือผ่าตัดใส่เหล็ก และเข้าเฝือก ฉันเลือกเข้าเฝือกเพราะไม่ต้องนอนโรงพยาบาล คุณหมอแนะนำว่า "มีประกันก็ควรนอน และวันนี้ก็นอนได้" แต่ฉันปฏิเสธ
ก่อนเข้าเฝือกต้องฉีดยาระงับปวด ยาออกฤทธิ์ช้ามาก ทำให้เจ็บตอนที่ถูกหมอดึงและบีบกระดูกให้เข้าที่ และกลับออกมาเอกเรย์อีกครั้ง คุณหมอวินิจฉัยว่ามีผล ๗๐ % ซึ่งก่อนทำบอกว่า ๕๐ % คราวนี้ยาเริ่มออกฤทธิ์ เหงื่อผุดเต็มหน้า ใจหวิว คลื่นไส้ ง่วงนอน แบบสลึมสลือ
ก่อนเข้าเฝือกคุณหมอติงว่า "ทำไมพยาบาลจึงไม่ทำความสะอาดให้" แต่ก็ได้รับการดูแลด้านอื่นเช่นให้กำลังใจ ซักถามความเจ็บปวด เพื่อนครูที่ไปด้วยแนะนำว่า "ต่อไปให้เปลี่ยนโรงพยาบาลได้แล้ว" เพราะที่พิษณุโลกมีโรงพยาบาลหลายแห่ง
วันนี้ฉันยังไปโรงเรียน และได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ถือว่าไม่ได้ป่วย เพียงแค่ไม่สะดวกในการใช้แขนและมือ นำภาพไปโพสใน facebook มีผู้ถามว่าใช้มือไหนเขียนโพสข้อความ จึงมาทดลองใช้ความสามารถในการเขียนบันทึกนี้ โดยมือซ้าย
เรื่องแปลกมีอยู่ว่า ตอนที่คุณยายคนนั้นกำลังบีบนวดไม่นาน คุณยายมีอาการสั่นเทาไปทั้งตัว ประมาณว่าผีเข้า มีใจความว่า "โกรธที่ฉันลาออกจากราชการ ไม่บอกกล่าว จึงแค่แกล้งผลักให้หกล้ม ไม่เป็นไรมาก เดี่ยวก็หาย แต่ต้องจุดธูปบอกว่าจะนำไก่ต้มมาเซ่นไหว้ พร้อมเหล้าอีก ๒ ขวด " เพื่อนครูตกใจจึงรีบไปจุดธูปใหฉันไหว้ ทั้งที่ยกแขนขวาไม่ขึ้น และพากันหาของที่ต้องการมาไหว้ไปแล้ว ผลดีคือลูกช้างอิ่มไปตาม ๆ กัน
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา นับว่าโชคดีมากที่หลังและเอวไม่ได้รับการเจ็บปวดแต่อย่างใด เพราะตอนลื่นไปด้านหน้า และก้นกระแทกลง ได้แต่งกายแฟชั่นใหม่ หรู อีกต่างหาก ครูบางคนนำเก้าอี้นอนไปให้ฉันนอน ฉันบอกว่า "ไม่ได้เป็นคนป่วยถึงกับต้องนอน"

เข้มแข็งจริงๆค่ะ...ขอให้หายเร็วๆนะคะ..เอาใจช่วยค่ะ
สวัสดีครับพี่คิม
ตกข่าวเลย
ตอนนี้เป็นไงบ้างครับ คาดว่าคงทุเลาลงแล้ว
ดูแลตัวเองมาก ๆ นะครับ
โถ..น้องรักขอให้หายไวๆนะจ๊ะ...มิน่าล่ะพี่ถึงนอนไม่หลับเลยเมื่อคืนนี้เพราะเกิดเหตุกับน้องสาวนี่เอง
ด้วยรักและเป็นห่วงมากๆจ้ะ
พี่ตุ๊
ส่งดอกไม้มาเยี่ยมค่ะ
ขอให้หายในเร็ววันน่ะค่ะพี่คิม ^^
สวัสดีครับครับ เกลอ ทราบข่าวจากน้องครูอิง จึงรีบมาดู
พักผ่อนก่อน่ะครับ ขอให้หายไวๆครับ
เห็นทีแรกในอนุทิน...ผมก็สังหรณ์ใจกลัวครูคิมจะบาดเจ็บ...แล้วก็ถึงกับต้องเข้าเฝือก
ท่่านเจ้าที่ก็กระไรอยู่นะครับ คนเขาออก...แต่ก็ยังตั้งใจมาช่วยทำงาน...ผ่ามาแกล้งผลักกันเสียอย่างนั้น
เป็นกำลังใจให้ครูคิมหายปวด-หายป่วยไวๆนะครับผม...
ปล. เฝือกนี้ ...ขอจองที่ไว้เซ็นบ้างได้ไหมครับ (หุๆ)
พี่ครูคิม หายไวๆ นะคะ.....^_^
เรื่องกระดูกสำคัญครับพี่ครู เป็นมหันตภัยเงียบ ยิ่งผู้หญิงที่ต้องเสียเลือดเป็นประจำทุก ๆ เดือน..เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนโดยไม่รู้ตัว รู้อีกทีก็หักแล้วแบบนี้ ดีที่เป็นข้อแขนนะครับ จุดอันตรายอีกจุดคือกระดูกเชิงกราน เปราะง่ายพอ ๆ กัน แต่รักษายากกว่ามาก ๆ เลยครับ
การโฆษณาว่าทานนั่นนี่โน่น แล้วจะเสริมกระดูกได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นโฆษณาชวนเชื่อ ดูดซึมได้แค่ 7 % เพราะแคลเซี่ยมจะดูดซึมได้ต้องมีแมกนีเซี่ยมในอัตราที่เหมาะสม (แต่ส่วนใหญ่ไม่มี)
ไงก็ดูแลสุขภาพให้ดีนะครับพี่
สวัสดีงามๆค่ะพี่คิม อิอิ.. คุ้นๆกับแฟชั่น.. น้องแซวนะคะกลายเป็นหัวเรื่องก็สะดุดหกล้มนิดหน่อยไม่มีหัก ชอบการหักมุมของพี่ที่อ่านจากเรื่องเศร้ากลายเป็นเรื่องดี ตลกได้ ยิ้มออก คร้าๆๆๆ
สวัสดีครับพี่ครูคิม หายไวๆนะครับ รักษาใจให้สบาย รักษากายให้แข็งแรง นะครับ
สวัสดีครับคุณครู ถ้าเจอคนผู้เฒ่าผู้แก่บ้านผมจะต้องบอกว่า....หมดทุกข์หมดโศกหมดโรคหมดภัยแล้วละ..ต่อไปก็จะมีแต่สิ่งดีเข้ามาในชีวิต..นะครับ..(เรียบร้อยแล้วด้วยไก่ต้ม พร้อมเหล้าขาว..)
......................
ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะครับ...
สวัสดีคะ พี่ครูคิม คิดถึงมาก เลยแวะเข้ามาเยี่ยม ทราบว่ามีอุบัติเหตุ ต้องเข้าเฝือก ขอให้พี่ครูคิมหายเร็วๆๆนะคะ สุเข้าระบบไม่ได้ และยังไม่พร้อมที่จะเข้ามาเขียน มาอ่านบ้างครั้งคราวคะ ไว้น้องบรีมโต เข้าโรงเรียนได้ จะเข้ามาเขียนใหม่คะ คือมีคนเลี้ยงให้ในตอนกลางวัน ซึ่งสุก็มีงานเข้ามาตลอด เหมือนเมื่อก่อนแหละคะ แต่ช่วงค่ำช่วงเย็น ถึงจะได้เขียน พอมีน้องบรีม ช่วงเย็นพี่เลี้ยงเลิกกลับบ้าน 4โมงครึ่ง ทุกวัน หลังจากเวลานี้ ก็เป็นช่วงที่สุจะต้องดูแลเองคะ ต้องอดทน เพราะมีเป้าหมายเลี้ยงไว้เป็นลูกอีกคน จึงยอมเหนื่อย สละเวลา ยอมลำบาก เผื่อว่าเวลาแก่ชรามา จะมีคนมาดูแลเพิ่มอีกบ้าง เพราะมีลูกคนเดียว สุก็เขียนคำพูดเดิมๆๆ นี่แหละคะ ฝากบอกคิดถึงทุกๆๆคนนะคะ สุเป็นคนจริงจัง ทำอะไรก็ต้องทำจริง และมุ่งมั่นคะ ทุกๆๆวันก็ยังจัดรายการเหมือนเคยคะ
-หายเร็วๆๆนะคะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคะ สวัสดีคะ
-สุ-มหาวิทยาลัยชีวิตที่ไม่มีวันปิดทำการคะ
คุณยายคิม
ผมตกใจมากครับ และถ้าคุณยายไม่เข้าบันทึกผม
ผมคงไม่รู้เลย...
ผมอยากไหว้ยายสักหลาย ๆครั้ง
เพราะที่ยายเขียนมาหาผมด้วยมือที่ไม่ถนัด
ตั้งใจมาก ๆ
ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิด
คุณยายผมภาวนาว่า...
ให้คุณยายหาย และไม่เจ็บมากนะครับ
ผมจะส่งแรงภาวนาไปให้ถึงนะครับ
สาธุครับ
สวัสดีค่ะ ครูคิม
ตกใจกับข่าวนี้ค่ะ เจ้าที่ผลักเพราะโกรธที่เออร์รี่ไม่บอก ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ แต่ก็ทำเอาต้องใส่เฝือกแนะ
ฟังครูคิมเล่าแล้ว ถึงกระดูกข้อมือแตก และหัก คงเจ็บมาก แต่ครูคิมมีความอดทนมากนะคะและเก่งด้วย เจ็บจนเข้าเฝือกยังไปช่วยทำงานที่โรงเรียนและยังพยายามเขียนบันทึกนี้ด้วยมือซ้าย ...สุดยอดความอดทนจริงๆค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ครูคิมหายเร็วๆนะคะ นอนพักผ่อนบ้างก็ได้นะคะ จะได้หายเร็วๆค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่
ขอขอบคุณพี่ใหญ่ค่ะ ถือว่าไม่ป่วย เพราะไม่เจ็บไม่ปวดค่ะ
สวัสดีค่ะ หนานเกียรติ
วันนี้เรียกใช้เครื่องมือไม่ได้ ขอบคุณในความห่วงใย ไม่เป็นไรมาก ทำให้แขนซ้ายมีโอกาสได้ฝึกความสามารถ
สวัสดีค่ะพี่ตุ๊
ขอบคุณค่ะพี่สาว น้องแค่อุบัติเหตุ ไม่มาก ไม่เจ็บ ไม่ปวดค่ะ ยังทำงานได้ แม้ไม่คล่อง ถือไม่เป็นปัญหาค่ะ