การรับรู้และความคาดหวัง สถานประกอบการ การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

ชื่อเรื่องงานวิจัย : การรับรู้และความคาดหวังของสถานประกอบการต่อการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี : กรณีศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่

ชื่อผู้วิจัย : นายบรรชร  กล้าหาญ  นางรุ่งทิพย์  กล้าหาญ               

ปีที่ทำการวิจัยเสร็จ : 2548

แหล่งทุนอุดหนุนการวิจัย : งานวิจัยและพัฒนา  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่

บทคัดย่อ

            การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่ผสมผสานระหว่างวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้และความคาดหวังของสถานประกอบการต่อการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ กลุ่มประชากรคือตัวแทนจากสถานประกอบการ 57 คน จากสถานประกอบการ 40 แห่ง เก็บรวบรวมข้อมูลจากการใช้แบบสอบถามและการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่  ค่าความถี่  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย   และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน   ผลการศึกษาพบว่า

            สถานประกอบการมีการรับรู้ข้อมูลด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีในระดับที่มาก สำหรับข้อมูลที่รับรู้ได้แก่ วัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา วิธีการคัดเลือกผู้เรียน ลักษณะการจัดการเรียนการสอน โครงสร้างหลักสูตร รูปแบบการฝึกงาน รูปแบบการนิเทศ รูปแบบการวัดประเมินผล บทบาทและประโยชน์ที่สถานประกอบการจะได้รับ รวมทั้งคุณสมบัติของสถานประกอบการที่จะเข้าร่วมจัดการศึกษา ทั้งนี้การที่สถานประกอบการมีการรับรู้ข้อมูลในระดับที่มาก เป็นผลเนื่องมาจากการเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีร่วมกับทางสถานศึกษา ซึ่งทางสถานศึกษาจัดเป็นประจำในแต่ละปี รวมทั้งจากการที่ตัวแทนของสถานศึกษาได้เข้าพบเพื่อทำการชี้แจงให้ทราบถึงรูปแบบการเรียนการสอนระบบทวิภาคี

            ขณะเดียวกันสถานประกอบการมีความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีในระดับที่มาก  ประกอบด้วย ความคาดหวังใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ความคาดหวังด้านการรับรู้ข้อมูลในลักษณะต่างๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ การร่วมประชุมสัมมนาและการสร้างเครือข่ายสถานประกอบการเพื่อการพัฒนาการศึกษาระบบทวิภาคี 2.ความคาดหวังด้านการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตั้งแต่การร่วมวางแผน การดำเนินการในการคัดเลือกผู้เรียน การจัดกระบวนการเพื่อการพัฒนาทักษะวิชาชีพ การประเมินผลและการพัฒนาหลักสูตร 3.ด้านมีส่วนร่วมต่อผลประโยชน์จากการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเกี่ยวกับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาบุคลากร การลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และการช่วยเหลือสังคมในการพัฒนาการศึกษา 4.ความคาดหวังด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักศึกษา ซึ่งควรเป็นผู้มีความสามารถทางวิชาการ  ทางการปฏิบัติ  มีทักษะชีวิตและสังคม 

            นอกจากนี้ยังมีข้อคิดเห็นต่อการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีว่า ควรคำนึงถึงความสอดคล้องต่อสถานการณ์ทางสังคม  เศรษฐกิจ เทคโนโลยี  และความต้องการของท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสเพื่อการพัฒนาคนให้มีการศึกษาและอาชีพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม   รวมทั้งการเน้นย้ำด้านการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่ผู้เรียนและการเพิ่มระยะเวลาในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้ยาวนานขึ้นโดยสถานประกอบพร้อมจะให้การสนับสนุน