การบูรณาการทางวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของกลุ่มสตรี การพัฒนาชนบท

ชื่อเรื่องงานวิจัย :   การบูรณาการทางวัฒนธรรมกับการมีส่วนร่วมของกลุ่มสตรีในการพัฒนาชนบท

ชื่อผู้วิจัย : นายบรรชร  กล้าหาญ  นางรุ่งทิพย์  กล้าหาญ

ปีที่ทำการวิจัยเสร็จ : 2546

แหล่งทุนอุดหนุนการวิจัย :  สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

 บทคัดย่อ

              การวิจัยครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงรูปแบบการบูรณาการทางวัฒนธรรมกับการมีส่วนร่วมของกลุ่มสตรีในการพัฒนาชนบท   และโครงสร้างเงื่อนไขที่ส่งผลต่อการบูรณาการทางวัฒนธรรมกับการมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาชนบท    ตลอดจนผลของการบูรณาการทางวัฒนธรรมกับการมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาชนบท    ทั้งนี้โดยเลือกใช้หมู่บ้านป่าไผ่  ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่  และหมู่บ้านล่องเดื่อ  ตำบลประตูป่า อำเภอเมือง  จังหวัดลำพูน  สำหรับผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วยกลุ่มสตรีที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิกของกลุ่ม กลุ่มบุรุษ  กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้นำทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ  ทั้งนี้ในการศึกษาได้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพจากการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  ซึ่งกระทำโดยการนำเอาเทคนิค  PRA , AIC , การระดมความคิดเห็น  ,สัมภาษณ์เชิงลึก  การสนทนากลุ่ม  รวมทั้งการสังเกตทั้งแบบมีส่วนร่วมและแบบไม่มีส่วนร่วม  

             ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบของการรวมกลุ่มของสตรีในการพัฒนาชนบทแบบบูรณาการประกอบด้วย  2  รูปแบบคือ 1.การรวมกลุ่มตามธรรมชาติ     ซึ่งเป็นลักษณะการรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นในวิถีของชุมชน ด้วยความมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือระหว่างกันทั้งในยามปกติและยามวิกฤตของชีวิตตลอดจนการตอบสนองพลังศรัทธาในความสัมพันธ์ต่อเพื่อนมนุษย์  และความเชื่อต่อพลังอำนาจของธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติ  2.  การรวมกลุ่มแบบเป็นทางการ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มที่เกิดจากการสนับสนุนจากหน่วยงานจากภาครัฐหรือเอกชน  โดยพัฒนาจากกลุ่มตามธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชน   สำหรับกิจกรรมในการรวมกลุ่มประกอบด้วย การรวมกลุ่มเพื่อกิจกรรมเชิงสังคมและการรวมกลุ่ม  เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ   ซึ่งแนวคิดสำคัญของการรวมกลุ่มคือ  การบูรณาการวัฒนธรรม  ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1.การบูรณาการบทบาททางเพศระหว่างหญิงชายในการร่วมคิด  ร่วมทำ เพื่อการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวและชุมชน โดยใช้รากฐานลักษณะจำเพาะทางวัฒนธรรมของชุมชนที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีบทบาทในกิจกรรมทางสังคม ทั้งเกี่ยวกับพิธีกรรมด้านความเชื่อ  อำนาจเศรษฐกิจ และการศึกษา 2.การบูรณาการองค์ความรู้ดั้งเดิมกับศาสตร์สมัยใหม่ จากการปรับประยุกต์ใช้ต้นทุนพลังทางสังคมที่สั่งสมในชุมชน ทั้งภูมิปัญญา เทคโนโลยี  และทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน  กับเทคนิควิธีการสมัยใหม่  ผนวกกับสามัคคีธรรมของชุมชน ก่อเกิดเป็นแนวทางการพัฒนาของชุมชน  3. การบรูณาการวิถีชุมชนกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้มีความสอดคล้องและเท่าทัน โดยการเชื่อมประสานบทบาทของผู้หญิงในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม และระบบดั้งเดิม ภายใต้ระบบคิดตามแนวพุทธศาสตร์ ซึ่งมีความเกื้อกูลระหว่างเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่งรอบด้าน 

            ในส่วนของโครงสร้างที่ส่งผลต่อการบูรณาการทางวัฒนธรรมของกลุ่มสตรีเพื่อการพัฒนาชนบทประกอบด้วย 1.รูปแบบของโครงสร้างในการรวมกลุ่มที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งพบว่า ในโครงสร้างการบริหารกลุ่มได้มีการกำหนดบทบาทสถานภาพของสมาชิกไว้อย่างชัดเจน หากแต่ในทางปฏิบัติพบว่า มีการปรับยืดหยุ่นตามสถานการณ์ และให้ความสำคัญต่อระดับการมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่มทั้งด้านการจัดการและผลประโยชน์ 2.การแบ่งงานที่มีการบูรณาการวัฒนธรรมทางเพศระหว่างหญิงชาย ซึ่งพบว่า ในการรวมกลุ่มเพื่อการพัฒนาของสตรีมิได้กีดกั้นบุรุษออกจากกระบวนการ  3.การคงลักษณะจำเพาะทางเพศของผู้หญิง ทำให้บทบาทในการรวมกลุ่มเพื่อการพัฒนาของผู้หญิงได้รับการสนับสนุนจากชายและผู้สูงอายุลดวัฒนธรรมการต่อต้านจากภายในชุมชนต่อบทบาทในการรวมกลุ่มของผู้หญิง  4.ระบบบริหารจัดการตามแนววัฒนธรรมชุมชน ซึ่งเน้นความเอื้ออาทร การเคารพระหว่างกันและกลไกสายใยความเป็นเครือญาติ         

            สำหรับเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลต่อการบูรณาการทางวัฒนธรรมของกลุ่มสตรีเพื่อการพัฒนาชนบท   ประกอบด้วย 1.ความพยายามเพื่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสวัสดิการของครัวเรือนและชุมชน   2. ลักษณะจำเพาะทางวัฒนธรรมของชุมชนที่สนับสนุนบทบาททางเพศของผู้หญิงและมีความเหนียวแน่นของสายใยความผูกพันทางสังคมระหว่างกัน 3. สภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมชนที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา 4.คุณลักษณะของสมาชิกในกลุ่ม  5.การสนับสนุนจากองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน 

            ด้วยกระบวนการและกลไกของการบูรณาการทางวัฒนธรรมของกลุ่มสตรีได้ก่อเกิดประโยชน์ทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชน  กล่าวคือ สตรีได้เกิดการศึกษาเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม มีการพัฒนาวิธีคิดที่ลึกซึ้ง ก่อเกิดโลกทัศน์ในด้านสุขอนามัย  เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาตนเอง  ครอบครัวและชุมชน ก่อเกิดเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างความสามารถเพื่อการพึ่งตนเองของครอบครัวและชุมชน   ก่อเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงถึงการยอมรับในบทบาทและพลังศักยภาพของสตรีในการพัฒนาชนบท