ชื่อเรื่องงานวิจัย : ผลการใช้โปรแกรมเสริมสร้างทักษะชีวิตเรื่องโรคเอดส์สำหรับนักศึกษาอาชีวเกษตร
ชื่อผู้วิจัย : นายบรรชร กล้าหาญ
ปีที่ทำการวิจัยเสร็จ : 2545
แหล่งทุนอุดหนุนการวิจัย : งานวิจัยและพัฒนา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experiment Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงผลการใช้โปรแกรมเสริมสร้างทักษะชีวิตเรื่องโรคเอดส์สำหรับนักศึกษาอาชีวศึกษาเกษตร กรณีศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ ซึ่งในกระบวนการทดลองได้นำเอาแนวคิดเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมทักษะชีวิตขององค์การอนามัยโลกมาปรับประยุกต์ใช้ สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาได้แก่นักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)ชั้นปีที่ 1 - 3 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีที่ 1 –2 จำนวน 173 คน ซึ่งได้ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบกำหนดจำนวน (Quota Sampling) โดยอาจารย์ประจำชั้นเป็นผู้คัดเลือก ทั้งนี้ได้กำหนดให้นักศึกษาเข้ารับการอบรมเป็นรุ่น ๆ ตามชั้นปี จำนวนทั้งสิ้น 5 รุ่นใช้ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน
กิจกรรมการเรียนรู้จะมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม จากการระดมสมอง การอภิปรายกลุ่ม และการเรียนรู้จากประสบการณ์ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมติ และภายหลังจากการอบรม 4 สัปดาห์ได้ดำเนินการศึกษาแนวโน้มและความคงทนของพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ได้รับจากการอบรม โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก การใช้แบบสอบถาม ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าความสัมพันธ์ก่อนและหลังการอบรมด้วยสถิติ Paired t – test และเพื่อให้ข้อมูลที่ได้รับจากการศึกษามีความลุ่มลึกในหลายมิติจึงนำเอาหลักการวิจัยเชิงคุณลักษณะมาเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 คน ผลการศึกษาพบว่า
1. นักศึกษาที่เข้ารับการอบรมประกอบด้วยเพศชาย 94 คน หญิง 79 คนในจำนวนนี้ร้อยละ 47 เคยได้รับการอบรมเรื่องโรคเอดส์ และร้อยละ 22.5 เคยมีประสบการณ์จากการที่คนที่รู้จักเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ สำหรับแหล่งข้อมูลที่ทำให้เรียนรู้เรื่องโรคเอดส์ได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ ป้ายนิทรรศการ แผ่นพับใบปลิว หนังสือพิมพ์ หนังสือเรียน โปสเตอร์ ภาพยนตร์ และนิตยสารวารสาร ในส่วนของพฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์นั้น มีเพียงร้อยละ 8.1 ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ และร้อยละ 0.6 ของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่เคยใช้ถุงยางอนามัย
2.นักศึกษามีความรู้เรื่องโรคเอดส์ในระดับที่ดี มีความทัศนคติที่เหมาะสมต่อโรคเอดส์ในระดับที่ดี ทั้งยังมีเจตคติเชิงพฤติกรรมเกี่ยวกับโรคเอดส์ในระดับที่ดี เช่นเดียวกับความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งอยู่ในระดับที่ดี โดยนักศึกษามีทักษะในการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง สามารถสร้างสัมพันธภาพกับกลุ่มเพื่อนรวมทั้งบุคคลรอบข้างได้อย่างเหมาะสม และมีการกำหนดเป้าหมายในชีวิต อีกทั้งยังมีความตระหนักต่อปัญหาของโรคเอดส์
3.หลังจากการอบรมเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์พบว่า นักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคเอดส์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 และมีคะแนนเฉลี่ยด้านทัศนคติที่เหมาะสมเกี่ยวกับโรคเอดส์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 เช่นเดียวกับเจตคติเชิงพฤติกรรมเกี่ยวกับโรคเอดส์ และความฉลาดทางอารมณ์ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ดังจะปรากฏจากการที่นักศึกษาสามารถพัฒนาทักษะในการควบคุมอารมณ์ ทักษะการสื่อสาร และการเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคล นอกจากนี้ยังเกิดการพัฒนาทักษะชีวิตจากการแสดงบทบาทในการเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคเอดส์แก่กลุ่มเพื่อนในสถานศึกษา ทั้งยังได้พยายามแสวงหาแนวทางในการเติมเต็มความรู้ทักษะประสบการณ์การเรียนรู้เรื่องโรคเอดส์ให้แก่ตนเอง จากการศึกษาจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ และการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเอดส์ในสถานศึกษา อีกทั้งยังแสดงความประสงค์ในการมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม