ชื่อเรื่องงานวิจัย : ความคาดหวังต่องานอาชีพของนักเรียนในโครงการปฏิรูปการศึกษาเกษตรเพื่อชีวิต
ชื่อผู้วิจัย : นายบรรชร กล้าหาญ นางรุ่งทิพย์ กล้าหาญ
ปีที่ทำการวิจัยเสร็จ : 2542
แหล่งทุนอุดหนุนการวิจัย : งานวิจัยและพัฒนา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคาดหวังต่องานอาชีพของนักเรียนโครงการปฏิรูปการศึกษาเกษตรเพื่อชีวิต ซึ่งตัวอย่างที่ศึกษาได้แก่ นักเรียนในโครงการปฏิรูปการศึกษาเกษตรเพื่อชีวิต ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.3) จำนวน 132 คน จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ การศึกษาได้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยที่ผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลแบบสอบถาม ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่าง 100 % และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย ขณะเดียวกันเพื่อให้ข้อมูลที่ได้รับมีความครอบคลุมและเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้น จึงได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ จากการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่มและการสังเกตแบบมีส่วนร่วม
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความคาดหวังจะประกอบอาชีพรับราชการหรือรัฐวิสาหกิจร้อยละ 52.4 อาชีพเกษตรกรรม 26.4 รับจ้างในภาคอุตสาหกรรม 14.3 ค้าขาย 6.8 ซึ่งเหตุผลสำคัญของการเลือกอาชีพ คือ 62.9 เกิดจากความสนใจ 12.1 มีความรู้ 11.4 ไม่มีทุน 8.3 เป็นอาชีพของพ่อแม่ 5.3 เพราะบุคคลอื่นแนะนำ ทั้งมีความคาดหวังว่าอาชีพที่เลือกนั้นจะสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตเป็นสำคัญ ทั้งยังพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ขาดความมั่นใจในระดับความรู้เพื่อการนำไปใช้ประกอบอาชีพและต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นในระดับปริญญาตรี ถึงร้อยละ 56.8 มีเพียงร้อยละ 3.6 เท่านั้นที่มีความมั่นใจว่าจะนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ หากแต่ว่ามีความเชื่อว่าความรู้ที่ได้รับจะสามารถใช้ในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ถึงร้อยละ 50.8
สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อความคาดหวังในอาชีพของนักเรียนประกอบด้วย ปัจจัยภายในตัวของนักเรียน ได้แก่แรงจูงใจทางการศึกษา และความสามารถทางสติปัญญา ซึ่งเป็นแรงผลักดันอย่างสูงต่อความคาดหวังในงานอาชีพ นอกจากนี้ครอบครัวยังมีบทบาทสูงในทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการเลือกอาชีพของนักเรียนโดยการสนับสนุนด้านกำลังใจและหาแหล่งข้อมูลด้านอาชีพมาแนะนำแก่นักเรียน เช่นเดียวกับสื่อมวลชนซึ่งมีอิทธิพลสูงในการสนับสนุนด้านข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวในงานอาชีพและการศึกษา ซึ่งสามารถจำแนกระดับอิทธิพลของสื่อประเภทต่าง ๆ จากมากไปหาน้อยคือ สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และวิทยุ เช่นกันอิทธิพลของกลุ่มเพื่อนซึ่งพบว่ามีบทบาทสูงในการสนับสนุนแหล่งข้อมูลด้านอาชีพ ในขณะที่สถานศึกษามีอิทธิพลในระดับต่ำในการสนับสนุนข้อมูลด้านอาชีพแก่นักเรียน