เลขที่ ๕ บ้านไม้โบราณ
ตำบลเวียง เมือง เจียงฮาย
๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๔
สวัสดีค่ะ นายเมฆกะผองเพื่อน
เป็นเวลากว่าสองเดือนแล้วสินะที่พวกเราห่างหาย ไม่ได้พบปะกันนานเลย นายกะผองพี่น้องฝั่งกระโน้นเป็นไงบ้าง สบายดีไหม น้องฟ้ามาอยู่ทางเวียง เจียงฮาย ก็ยุ่งกะการงานไปมิว่างเว้น เลยยังมิมีโอกาสได้สังเกตมวลเมฆ ยิ่งลุงตะวัน ป้าจันทรา พี่เดือน น้องดาว อย่าได้ไปเมียงมองหา เพราะฟ้าอากาศมิเป็นใจ ฮามากมาย ก็ฟ้าร่ำไห้มิเว้นแต่ละวัน
ตลอดช่วงเวลาที่ห่างหายกันไป นายก็คงพอเดาออกใช่ไหม อย่างที่ใครเคยกล่าวไว้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในชีวิตคนเรา มีเพียงแค่สถานที่ ผู้คนที่ได้พบเจอ และหนังสือที่อ่าน ..นอกจากนั้นก็มีแต่เรื่องงาน งาน และก็งาน ส่วนเรื่องสัญญาณเชื่อมสายใย ไว้ติดต่อก็แค่ส่งใจถึงกัน 5 5 เท่านั้นก็เพียงพอแล้วใช่ไหมหนอ ... ขอเวลา ฟ้าเป็นใจคงอีกไม่นาน :)
พร้อมจดหมายฉบับนี้ น้องฟ้าได้ส่งหนังสือแทนความระลึกถึง มิตรภาพดีๆ ที่มีกันและกัน ... หลังจากน้องฟ้าเห็นชื่อเรื่อง “อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ .. ที่รัก” ก็สะดุดใจกับชื่อเรื่อง ที่ชวนสงสัยให้อยากค้นหา เนื้อหาใน ว่าจะหวานประมาณแนวไหน คำโปรยมีไว้ เรื่องราวของคนรักหนังสือ ...
รูปแบบการนำเสนอก็ดูแปลกและแตกต่าง ที่มีเรื่องสั้นๆ ที่ใช้ตัวละครเดินเรื่องไม่ซับซ้อน อ่านทีละตอนๆ ก็ต่อติด ด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่าย สอดแทรกมุขขำขัน ได้ยิ้มๆ กับมุมคิดของตัวละครหลัก ได้พักจินตนาการ และเรียนรู้ร่วมค้นหา แนวทางแก้ไข จุดประกายใจ ให้ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดีขึ้น ๆ ...
ระหว่างที่น้องฟ้าอ่าน นอกจากได้ลุ้นเรื่องราวความรัก ของคู่รักนักอ่าน ยังได้เกิดอาการเอ๊ะ คุ้นๆ กับถ้อยคำ ประโยคดีๆ ที่กลั่นกรอง มาจากหนังสืออมตะหลายๆ เล่มที่ยังอยู่ใจเรา
อย่างเช่นเรื่อง ปรัชญาชีวิต คาลิล ยิบราน, ฟ้ากว้าง ทางไกล ของวิลเลียม ซาโรยัน, ห้วงมหรรณพ กาเหว่าที่บางเพลง ของท่านคึกฤทธิ์, สงครามชีวิต ข้างหลังภาพ ของศรีบูรพา และ หนังสือเล่มใน ของท่านพุทธทาส
จึงเหมือนเป็น อาหารเรียกน้ำย่อย ให้ยิ่งกระหายใคร่อยากลิ้มลองรส ติดตามหาอาหารจานหลัก มาละเลียดรสเพื่อทบทวน รื้อฟื้น ความทรงจำ ย้ำความประทับใจกันอีกครั้งเลยทีเดียว
น้องฟ้าอ่านเรื่องนี้แล้วมีความสุขจัง จึงขอนำมาแบ่งปันกัน เหมือนที่หนังสือเล่มหนึ่งใดอาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้ใครๆ หลายคนมาแล้ว โดยเฉพาะถ้อยความนี้ ที่ให้คิดถึงนายเมฆกะผองเพื่อน เป็นตอนหนึ่งจากเรื่อง ลำนำแม่แห่งธรรมชาติ กล่าวว่า ...
ของที่มีไว้ให้ใต้ฟ้านี้
ล้วนแต่มีให้เปล่าเปล่าเจ้าอย่าหลง
เข้าครอบครองส่วนเหลือเผื่อเผ่าพงศ์
ทุกคนคงคือญาติเจ้าจงเข้าใจ
ใครตักเติมเท่าใดไม่กีดกั้น
จงแบ่งปันไปแต่จะกินได้
ที่ยังเหลือเผื่อคนหลังบ้างเป็นไร
เราไม่ได้สร้างเจ้ามาเพื่อฆ่ากัน
…
โดนใจที่สุดเลยนะ กับประโยคทุกคนคือญาติเจ้าจงเข้าใจ เราไม่ได้สร้างเจ้ามาเพื่อฆ่ากัน หากแต่ พวกเราและผองเพื่อน ทุกคนคงคือญาติพี่น้อง เกิดมาเพื่อรักกัน ต่างหาก
เราต่างโคจรมาพบได้รู้จัก และอาศัยอยู่ใต้หล้าฟ้าเดียวกัน เพื่อสรรค์สร้าง ความรัก ที่ไร้เงื่อนไข จากใจสู่ใจ ไปมอบให้แก่ทุกสรรพสิ่งบนโลก เพื่อให้โลกสดใส และสวยงาม
สุดท้ายนี้ อืม น้องฟ้าสงสัยจริงๆว่า ทำไมจดหมายส่วนใหญ่ต้องลงท้ายว่า สุดท้ายนี้ ทั้งๆ ที่บางทีก็ยังไม่ใช่ท้ายสุด หรือจริงๆ เราก็ยังไม่อยากให้ถึงช่วงจบ หรือก็รู้ๆ อยู่ว่า ยังไงก็เดาได้ว่า ถึงช่วงท้ายจะจบแล้ว เหมือนละคร หรือนิยายไทยส่วนใหญ่ นายเมฆรู้ไหม … หากแต่ หนังสือเล่มที่ ชี้ชวนให้อ่านนั้นต่างออกไป :)
ด้วยช่วงท้ายน้องฟ้ายังได้อึ้ง กับการส่งบทท้ายที่คลี่คลายฉากสะเทือนใจ ให้ดูผ่อนคลาย สงบ พบทางออก เมื่อตัวเอกเปิดอ่าน หนังสือเล่มใน ของท่านพุทธทาส คือกุญแจสำคัญ ที่ช่วยแก้ไขปมคิด อันเยอะแยะมากมาย และสลับซับซ้อน อันคือสาเหตุของปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต หรือแม้กระทั่งอาจทำให้ผู้อ่านอย่างเราๆ ได้ อืม ใช่เลย จริงๆ ด้วยเช่นกัน ประมาณนั้น ...
อยากให้นายเมฆและผองเพื่อน ได้เรียนรู้ไปกับ อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ .. ที่รัก แล้วน้องฟ้าจะรออ่านเรื่องราว ข่าวคราว มุมมอง ความคิดเห็น ว่าเป็นอย่างไร ส่งความระลึกถึง จากก้นบึ้งของหัวใจ ข้ามฟากฟ้าขุนเขาไกล ด้วยเปี่ยมล้น ความคิดถึง เธอ :) เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิต และสุขสันต์กับการอ่าน หนังสือเล่มใน ของตัวเองเช่นกันค่ะ
ด้วยรักและปรารถนาดี
น้องฟ้า ณ ดงดอย
*อ้างอิงภาพ อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ.. ที่รัก โดย ไพลิน รุ้งรัตน์ จำนวน 169 หน้า พิมพ์ครั้งที่สาม 2542
รัก...ข้ามขอบฟ้า
หรือข้ามฟ้า..มาหารัก อิอิ
สวัสดีน้องปูคงสบายดี พี่หายหน้าไปนานหลายเดือนคิดถึงทุกคนแต่มีงานมากๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ได้เปิดเข้าเขียนและแลกเปลี่ยน
หวัดดีจ้า
ถึงอากาศจะแปรปรวนชนิดวันหนึ่งมีสามฤดู ใจคนอย่าปรวนแปรตามก็แล้วกัน
นะ อยู่เจียงฮายจนถึงเมื่อไหร่นี่ พี่ก็ไปแทบจะทุกเดือนนะน้อง...
แค่ชื่อหนังสือก็น่าอ่านแล้วล่ะ จะลองหามาอ่านดูเผื่อจะได้แนวคิดดีๆนะจ๊ะ
ส่งรักข้ามขุนเขามาด้วยจ้า...
กลับบ้านแล้วจะลองหามาอ่านนะครับ ...ถึงเวลานั้นแล้วคงได้เรียนรู้ด้วยกันสักครั้งครับผม
สวัสดีค่ะคุณปู
เคยอ่านหนังสือของไพลิน รุ้งรัตน์ เขาเป็นหนอนหนังสือตัวยงเลยนะคะ
หนังสือเรื่อง บ้านหนังสือของหัวใจ...ก็น่าอ่านนะคะ
สวัสดีครับคุณปู
จะหามาอ่านให้ได้ครับ
หนังสือเล่มนี้
และส่วนตัวแล้ว
ผมก็ชอบนักเขียนที่ชื่อ คุณไพลิน รุ้งรัตน์
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
ตามกลิ่นหนังสือเล่มนี้มาจากเชียงใหม่ก๊าบ ;)...
ดีจ้า..พี่ปู ณ อันดามัน
ตาม อาจารย์
มาจ้า....
ยังคงคิดถึงเจียงฮายเสมอค่ะ.....
หายหน้าไปนาน กลับมามีเรื่องราวให้อ่านน่าสนใจมากคะ
จะหาอ่านให้ได้คะ
สวัสดีครับ ปู ไปอยู่ดอย ให้เราคอยที่เกาะหมาก ต่างคนต่างทำต่างคนต่าง ภาระ ต่างวาระ ต่างกิจกรรม แต่เราก็ทำใสสิ่งเียวกัน.......
ไพลิน รุ้งรัตน์ คุณอิ๋ด และพี่อี๋ดของน้องๆ ในแวดวงวรรณกรรมต่างซาบซึ้งกันดี จุดประให้วงวรรณกรรมได้คืกคักตลอดมา
เมื่อถกประทะทะทางความคิดกับแพรวาก็ติดตามมานานหลายปี
สรุป ต้องหาหนังสือเล่มนี้ มาใส่สมอง.......นานแล้วไม่ได้อ่านวรรณกรรม
อ่านบันทึกฉบับนี้แล้ว….พบว่าเป็นบันทึกที่มอบความรักให้ทุกสรรพสิ่ง จริง ๆ เลยนะครับน้องฟ้า
ครานี้ไปอยู่ไกลบ้านเลยนะครับ….
คำพูดของ ฌูอาว อะซือเรดู ชาวโปรตุเกส พูดไว้ว่า
"สำหรับผม ถ้าหัวใจอยู่ที่ไหน บ้านก็อยู่ที่นั่น"
เป็นกำลังใจในการใช้ชีวิต นะครับ
ส่งนายเมฆมาเยี่ยมน้องฟ้า
ด้วยความระลึกถึง นะครับ
มาชม
น่าอ่าน น่าสนใจนะครับ
ได้มุมมองใหม่เสมอ...
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากมายเลยค่ะ
คุณปู เป็นคนแรกที่ทักทาย วันที่พี่แดงเขียน Blog วันแรก
หวังว่าจะทักทายกันตลอดไปนะคะ
ส่งใจตามมาเมืองเหนือ เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานนะคะ ชีวิตเรียนรู้ เรียนรู้ชีวิต มีความสุขได้ในทุกที่ หนังสือเป็นเพื่อนที่แสนดีเสมอ
สวัสดีค่ะน้องปูจ๋า
ว้าว น้องปูเรามาอยู่เจียงฮาย
ก็ใกล้กับปี๋ ที่อยู่เจียงใหม่
เฮามาป๊ะกันสักครั้ง บ่ ??
กึ๊ดเติงหาจั๊ดนักเช่นกั๋นเจ้า
สงครามชีวิต ข้างหลังภาพ นาฏกรรมบนตัวหนังสือของ ศรีบุรพา
อยากอ่านอีก....
สวัสดีค่ะ คุณ Poo
ผ่านร้านหนังสือ..จะไม่ลืมซื้อมาอ่านค่ะ แค่ตัวอย่างก็อยากอ่านแล้ว
ขอบคุณมากๆค่ะ
สวัสดีครับน้อง Poo