ดิฉันได้อ่านบันทึกของพี่จิ๊บเมตตาในวง Share (http://share.psu.ac.th/blog/metta-psu/18766) แล้วอยากเขียนแลกเปลี่ยนข้อความบางส่วนในบันทึกค่ะ
"มีคนรักแชร์มากมายแต่มีความรู้สึกหนึ่งซ่อนเร้น ในภาวะที่งานมากๆ เขียนก็ได้ไม่เขียนก็ได้ เขียนก็ไม่ได้อะไร ไม่เขียนก็ไม่เสียอะไร"
1) เขียนก็ได้ไม่เขียนก็ได้
เห็นด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่าการไม่บังคับให้เขียนเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วค่ะ อะไรที่บังคับคนจะไม่ค่อยอยากทำค่ะ ต้องทำให้เขาได้รู้ได้เห็นได้คิดเองค่ะ สร้างแรงจูงใจสมำ่เสมอ เขาจึงจะเปิดใจเพื่อการเขียนบันทึกแลกเปลี่ยนค่ะ
2) เขียนก็ไม่ได้อะไร
ดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ พิสูจน์ได้ค่ะว่าการเขียนผ่านบล็อกอย่างเป็นกิจวัตร ทำให้เกิดการพัฒนาคน พัฒนาเครือข่าย พัฒนาองค์กร และ พัฒนาสังคมได้ค่ะ ลองอ่านบันทึกนี้ค่ะ http://gotoknow.org/blog/tutorial4u/427774
3) ไม่เขียนก็ไม่เสียอะไร
ดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ การไม่เขียนทำให้เสียโอกาสของชีวิตในหลายๆ ด้านค่ะ เช่น เสียโอกาสในการฝึกฝนตนเองให้รู้จักทบทวนบทเรียนชีวิต เสียโอกาสในการเขียนตำนานชีวิตบอกเล่าลูกหลาน เสียโอกาสในการสร้างกัลยาณมิตร และ เสียโอกาสในการตอบแทนสังคมและประเทศได้ง่ายๆ ด้วยการเขียนค่ะ
ไม่ต้องเขียนทุกวัน ไม่ต้องเขียนทุกอาทิตย์ เขียนเมื่อไรก็ได้ที่อยากเขียน เพียงขอให้สุขใจและเห็นคุณค่าในการเขียนค่ะ
คิดเห็นอย่างไรต่อยอดกันได้นะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
จันทวรรณ
เห็นด้วยกับเรื่องการเขียน
การแชร์อะไรก็ตามที่เราคิด เขียนทุกวัน มันคือการกลั่นกรองสิ่งที่เราทำ ทั้งที่เราตั้งใจและบางอย่างที่ทำจากความไม่ตั้งใจ
แน่นอนสิ่งทีเกิดในวันนั้นมันคงไมได้ถูกต้องทุกอย่าง แต่ถ้าเราปล่อยมันไปไม่ได้ทบทวนมันก็จะผ่านไป
ผมเชื่อว่าการเขียนคือการทบทวนอะไรๆ อย่างน้อยการระลึกได้ว่าวันนี้มีสิ่งที่ไม่น่าทำระหว่างวันก็คือการเรียนอย่างหนึ่ง
และสิ่งที่ได้ตามมาแน่ๆ ...การรวมความประทับใจที่เกิดขึ้นทุกวันให้เป็นฟืนต่อไปในวันข้างหน้าคับ
ผมชอบเขียนสั้นๆ อธิบายผ่านรูปมากกว่าครับ
ในความคิดผมคิดว่า จำเป็นภาพ จำได้นานกว่าเป็นตัวอักษรครับ
ในอดีตผมชอบอ่านหนังสือ นวนิยายจีนกำลังภายใน อ่านแล้วอิน จินตนาการเป็นภาพ
ตอนนี้เรื่องยากๆอย่างเรื่อง เกษตร ก็เลยต้องถอดออกมาเป็นภาพ เป็นตัวอย่างการปฏิบัติให้เห็นเป็นภาพ ง่ายต่อการสื่อสาร และเพิ่มพูนความเข้าใจ มากยิ่งขึ้นครับ
ขอบคุณครับ
พี่แก้ว พิสูจน์แล้วค่ะ
การเขียน..ได้พัฒนาสมอง..
เขียน..ย่อมได้อะไรมากกว่า
เขียนแล้วได้แน่นอน อย่างน้อยก็ได้เขียนนะ
คิดได้แล้วถึงเขียน การได้เขียนก็ผ่านการได้คิด
สุ จิ ปุ ลิ
สวัสดีค่ะอาจารย์
1)เขียนก็ได้ไม่เขียนก็ได้
เห็นด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่าการไม่บังคับให้เขียนเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วค่ะ อะไรที่บังคับคนจะไม่ค่อยอยากทำค่ะ ต้องทำให้เขาได้รู้ได้เห็นได้คิดเองค่ะ สร้างแรงจูงใจสม่ำเสมอ เขาจึงจะเปิดใจเพื่อการเขียนบันทึกแลกเปลี่ยนค่ะ
2) เขียนก็ไม่ได้อะไร
ดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ พิสูจน์ได้ค่ะว่าการเขียนผ่านบล็อกอย่างเป็นกิจวัตร ทำให้เกิดการพัฒนาคน พัฒนาเครือข่าย พัฒนาองค์กร และ พัฒนาสังคมได้ค่ะ ลองอ่านบันทึกนี้ค่ะ http://gotoknow.org/blog/tutorial4u/427774
3) ไม่เขียนก็ไม่เสียอะไร
ดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ การไม่เขียนทำให้เสียโอกาสของชีวิตในหลายๆ ด้านค่ะ เช่น เสียโอกาสในการฝึกฝนตนเองให้รู้จักทบทวนบทเรียนชีวิต เสียโอกาสในการเขียนตำนานชีวิตบอกเล่าลูกหลาน เสียโอกาสในการสร้างกัลยาณมิตร และ เสียโอกาสในการตอบแทนสังคมและประเทศได้ง่ายๆ ด้วยการเขียนค่ะ
การที่จะเขียนประจำทุกวันหรือไม่ทุกวัน ขึ้นอยู่กับความเป็นอิสระและวิถีชีวิตส่วนตัวของผู้เขียน เพราะแต่ละคนมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวและต่อตนเองที่อาจแตกต่างกัน
หากได้อ่านบันทึกของเพื่อน ๆ หรืออ่านเม้นท์ มักจะเกิดความรู้ที่ต่อยอดทำให้เกิดความคิดที่อยากเขียน
หากได้อ่านหนังสือแล้ว อยากถ่ายทอดเรื่องดี ๆ สู่ผู้อ่าน
หากได้รับประสบการณ์แม้เพียงเล็กน้อย แต่เป็นแนวคิดให้เขียนเล่าได้
หากเขียนเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ของตนเอง โดยการเล่าเป็นความเรียง เป็นเรื่องที่ไม่ยาก หมั่นทบทวนแก้ไข จากเพื่อนสะกิดบ้าง เพราะเราไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ
ทั้งหมดคือประสบการณ์จริงของดิฉันค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องอาจารย์
ครูอ้อย ขอเอ่ยสั้นๆๆ ไม่ยาวว่า การเขียนบันทึก ในบล็อก คือชีวิต จบ
ขอบคุณมากค่ะ คิดถึงเสมอค่ะ
สวัสดีค่ะ...
การเขียนเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้นั้นเป็นจริงที่สุด
เพราะอารมณ์และมุมมองของคนเรานั้นต่างกัน
สิ่งที่ถูกบังคับให้เขียนกับสิ่งที่เต็มใจและตั้งใจเขียนนั้น คนอ่านจะรู้สึกได้ทันทีที่สัมผัส
เพราะความเต็มใจและตั้งใจจะถ่ายทอดออกมาแบบคนมีประสบการณ์
และมักจะสอดแทรกแนวคิดดีๆ แปลกๆใหม่ๆเอาไว้ด้วยเสมอ ทำให้คนอ่านเกิดการ
เรียนรู้และพัฒนาความคิดต่อได้ไม่ยาก....
สวัสดีครับ
ผมรู้สึกว่าการเขียนเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ไม่รู้จบจริงๆ ส่วนตัวผมเองมีความรู้สึกแบบนี้ครับ
อ่านแล้วทำให้อยากทำ ทำได้แล้วทำให้อยากเขียน (แบ่งปัน) เขียนแล้วทำให้อยากอ่าน(เรียนรู้) เรียนรู้แล้วทำให้อยากทำ ทำแล้วทำให้อยากเขียน (แบ่งปัน)............
โดยส่วนตัวแล้ว การเขียนบล็อกสื่อการถ่ายทอดประสบการณ์..แนวคิด..และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน..ได้ทั้งกัลยาณมิตร..และการเก็บสาระดีๆไว้ในบล็อกเพื่อเป็นมรดกทางปัญญาอีกด้วย..
ขอขอบคุณ G2K ที่เปิดพื้นที่ให้ ลปรร.ค่ะ..
บล็อกทั้งหมด: กรุณาเลือกบล็อกจากรายการที่แสดง
ขอบคุณทุกท่านมากคะที่ช่วยต่อยอดในครั้งนี้
เมื่อได้เริ่มเขียนอย่างที่หลายๆท่านแนะนำ ก็จะเขียนต่อไปเรื่อยๆ
อาจไม่บ่อยเรียกว่านาน... มาที ไม่มีสาระ
แต่ที่ได้คือกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าที่จะยอมรับความคิดของผู้อื่น
นั้นมั้งค่ะที่ยังวนเวียนอยู่เถวนี้ ^__^
บันทึกใน blog เป็นการ
นานๆ มาที ก็ไม่เป็นไรค่ะ ดีใจที่ยังคิดถึงกันค่ะ :)
ผมว่าถูกทุกข้อ ขึ้นกับสถานการณ์และข้อจำกัดซึ่งบางทีคาดไม่ได้ สำหรับผมนั้น เห็นว่าเมื่อได้เขียนแล้ว ควรเขียนต่อไป ไม่ควรหยุดโดยไม่จำเป็น ผมเองไม่ได้เขียนมาเกือบเดือน รู้สึกเหมือนเป็นหนี้ที่ดอกเบี้ยทบต้นมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้พร้อมใช้หนี้แล้วครับ
"การไม่เขียน คือ การเสียโอกาส, การทิ้งโอกาส"
จริงด้วยการพิสูจน์มา 4 ปีครับอาจารย์ ;)
ควรเขียนค่ะ เพราะการเขียนจะช่วยพัฒนาความคิด และควรคิดก่อนเขียนแล้วผู้อ่านจะได้ประโยชน์ ควรเริ่มเมื่อพร้อมอย่าบังคับตนเองและเขียนภายใต้ความมีคุณธรรมและจริธรรมที่ดีงามอย่าบิดเบือนความจริงสิ่งเขียนหรือบันทึกจึงจะมีคุณค่า
คำว่า ....โอกาส... ได้มาจากการเขียน Blog ครั้งแรกในชีวิต ที่ทำให้ไม่มีวันลืมไปได้เลยค่ะ อยากบอกว่า ขอขอบคุณนะคะ ที่ทำให้คนตัวเล็กๆคนหนึ่งได้มีเนื้อที่ในการทำสิ่งดีดี เพื่อตอบแทนองค์กรที่รักค่ะ
สวัสดีครับ ดร.จันทวรรณ
ผมเริ่มติด blog แล้วครับ วันไหนไม่ได้เปิดดูรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง เมื่อก่อนก็ดูเฉพาะ blog ของคนในเครือข่ายเดียวกัน เดี๋ยวนี้เริ่มเข้าไปอ่านของท่านอื่นๆที่ไม่เคยรู้จัก ส่วนการเขียน มีสองชนิดคือเขียนแสดงความคิดเห็นใน blog ของท่านอื่น และการเขียนใน blog ที่ผมสร้างขึ้นมา การจะสร้างบันทึกใหม่ขึ้นมาขึ้นอยู่กับอารมย์และเวลาที่มีในขณะนั้น แต่ถ้ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นใน blog ของผมๆจะรีบตอบทุกครั้ง ถือว่าคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นใน blog ของเราเขาให้เกียรติเรา และมักจะตามไปดู blog ของท่านนั้น เท่ากับเป็นการสร้างเครือข่ายและได้รู้จักคนใหม่ๆ
เห็นด้วยกับการเขียนนะครับ เขียนอะไรก็ได้ อย่างของผมเอง เขียนไปเขียนมา กลายเป็นเว็บไซต์ไปซะงั้น ได้เพื่อนออนไลน์อีกต่างหาก