วันที่ ๑ ๒ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ มีโปรแกรมเดินทางไปทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ที่จังหวัดเสียมเรียบ ราชอาณาจักรกัมพูชา รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ เพราะจะได้ไปพบกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก นครวัดนครธม และปราสาทบายน ทะเลสาบเขมร
ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เวลา ๐๕.๐๐ น. ผ่านจังหวัดสุรินทร์ ไปศรีสะเกษ ถึงจุดผ่อนปรนชายแดนช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. ไปถึงก็เปลี่ยนรถ นำกระเป๋าขึ้นรถ นั่งรอ ฟังมัคคุเทศน์ชาวเขมร (คุณรักษา) เล่าประสบการณ์ กำหนดการท่องเที่ยว ฟังบ้างหลับบ้าง
ทางลงชายแดนช่องสะงำ (ไปเสียมเรียบ)
ตื่นนอนก็แล้ว....กินน้ำ+ขนม=อร่อย.......นานจังเลย เวลาผ่านไปจนถึง ๑๒.๐๐ น.
ตกใจ+เสียดาย....เจ้าหน้าที่บอกว่า ไปได้ แต่ไม่รับรองความปลอดภัย เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ
พวกเราบนรถก็พูดคุยกัน สนทนากันว่า จะไปดีไหม ถ้าไปเกิดโดนจับ เราจะทำอย่างไร ข่าวหน้า ๑ แน่นอน เพราะมีลูกทัวร์ ๖๖ คน (อีกใจหนึ่งคิดว่า เราดังแน่นอน)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณย์เสนอ ตรีวิเศษ หัวหน้าคณะของเราได้ก็ได้มาบอกว่าบริษัทจะรับผิดชอบโดยจะพาไปลาวใต้แทน (อ้าว เราไปมาแล้วนี่ เมื่อเดือนที่แล้ว) ก็ต้องขนสัมภาระจากรถเดินทางไปยังฝั่งประเทศ เพื่อขึ้นรถคันเดิม เพื่อเดินทางไปช่องเม็ก และไปจำปาสัก ประเทศลาวต่อไป.............ฮาครับพี่น้อง
สบายดีเมืองลาว ครับผม
น้าและหลาน ผศ.บุณย์เสนอ ตรีวิเศษ และครูฐานิศวร์ ผลเจริญ
หัวหน้าคณะ (ผศ.บุณย์เสนอ ตรีวิเศษ)
ซ้ายไปขวา : ผศ.บุณย์เสนอ,ผศ.พัชรินทร์,ครูวัลลภ,ครูฐานิศวร์ และ ดร.ผดุงชาติ
เด็กๆ นักเรียนพักเที่ยงมาเล่นน้ำ
ล่องเรือชมแม่น้ำโขง บรรยากาศดี น้ำสะอาด อากาศเย็นสบาย

ผศ.บุณย์เสนอ , ครูฐานิศวร์ และนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย (ค.บ.)
น้ำตกหลี่ผี
รถนำเที่ยวไปน้ำตกหลี่ผี (รถ VIP)
อ.ราเมศร์ ,ครูฐานิศวร์ ,ครูวัลลภ (อยู่บนรถ VIP)
สะพานรถไฟ (อดีต)
น้ำตกหลี่ผี ลงเรือหางยาวที่ท่าเรือ บ้านเพียงดี ถึงเกาะดอนคอน ชมซากหัวรถจักรไอน้ำ สะพานรถไฟของจักรวรรดินิยมของฝรั่งเศส ชมความงามของน้ำตกที่ไหลลดเลี้ยวไปตามช่องโตรกที่ต่างระดับกันหลายทิศทางทำให้เกิดธารน้ำตกหลากหลาย พรั่งพรูถั่งโถมเป็นฟองฟูขาวกระจาย ช่วยสร้างมนต์เสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์



น้ำตกคอนพะเพ็ง
เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเขตแม่น้ำโขงตอนล่างตั้งอยู่บนแก่งหินขนาดใหญ่ขวางกั้นเส้นทางการไหลของแม่น้ำโขงทั้งสาย มีลักษณะต่างระดับกันประมาณ 10 เมตร แต่กระแสน้ำรุนแรงมาก แต่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ณ ศาลาไม้ที่สร้างไว้ข้างบน เหนือบริเวณที่กระแสน้ำไหลบ่าถาโถมลงมารวมกันพอดี และชมความงามของน้ำตกตามอัธยาศัย สัมผัสความยิ่งใหญ่ของน้ำตกคอนพะเพ็งที่เกิดจากการลดระดับของกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักเดินทางที่ได้มาเห็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์
ศาลาชมวิว


ลีดักปลาของชาวบ้าน


สุดยอด

โปรดติดตามติดตามชมต่อ (เพราะวันที่ ๓ ก.พ. ไปเที่ยวน้ำตกอีก ๒ แห่งครับผม)

ไง..ก็ได้เที่ยวล่ะ
ไปไหน..ไปกัน..นิ
คนไปเที่ยวแต่งตัวกัน..เรียบร้อย...ดีจัง
เสียดายแทนครูฐานิศวร์จริงๆ แต่เอาเถอะฟ้ากำหนดแล้วให้ไปลาว คราวหน้าค่อยหาโอกาสไปใหม่
กล่าวได้ว่า คนกำหนดมิสู่ฟ้าลิขิต อิอิ จากเขมร กลายเป็นลาวไปได้ ดีเหมือนกัน เป็นความบังเอิญที่ดีงามนะ ผมว่า
ไม่ได้ไปเขมรก็ดีแล้วล่ะ กลัวถูกจับข้อหารุกล้ำเขตแดน...ติดคุกนะขอบอก
ลาวก็ม่วนหลายเหมือนกัน ไปมาแล้วยังติดใจความเป็นธรรมชาติๆ
ที่แน่ๆคือชอบจัง
รถ VIP อิๆๆๆ
มาชม
เบิ่งลาวทางนี้ ผมเคยเข้าไปเที่ยวชมเฉพาะในเขตเมืองท่าแขกตรงข้ามกับเมืองนครพนม..
ดีจังได้เห็นภาพธรรมชาติสวยงามดี...เขมรคงรออีกนิดให้ฟ้าสางก่อนค่อยไปใหม่นะครับผม...อิ อิ อิ
สวัสดีค่ะ
เสียมเรียบเคยไปมาแล้ว สุดยอดมาก
พลาดคราวนี้...คราวหน้ายังมี (ถ้าไม่ปิดชายแดนตลอดกาล)
หลี่ผี...คอนพะเพ็ง ยังมีมนต์เสน่ห์อยู่เหมือนเดิม
เห็นว่ารัฐบาลลาว...อนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติของป่าเขาลำเนาไพรอย่างเคร่งครัด แม้แต่ถนนเข้าคอนพะเพ็งก็ให้ทำแค่นั้น
ไม่เหมือนบ้านเราที่สร้างแต่รีสอร์ทและโรงแรม
ขอให้สุขสันต์วันสบายๆ ที่ลาว ปากเซ จำปาสัก นะคะ
อ่านไปลุ้นไป..happy ending ด้วยภาพสวยงาม..มีความสุข..นะคะ..
ซีนเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้
สวัสดีครับพี่ ที่ไปทักทายผมที่บล้อคผม .... ผมเล่นเว็บนี้ไม่ค่อยเก่งเท่าไรครับ
ที่โรงเรียนผมมีลูกครูกระสังมาทำงานคนหนึ่งชื่อไอ้ตู่ ปฐาพงษ์ รินทอง ... เห็นว่าคุณแม่ทำงานที่กระสังพิทยาคมครับ .....