การเดินทางโดยรถกระบะได้เริ่มขึ้นจากวัดโป่งคำอำเภอสันติสุข ในเวลา ๑๖.๐๐ น. ตอนหน้าเป็นคนขับและพระคุณเจ้าฯ ตอนหลังคือฉันและเทียนน้อย ส่วนท่านผู้เฒ่าวอญ่า หนานเกียรติ เด็กหนุ่มจากบ้านโป่งคำ และออโต้นั่งในกระบะมีหลังคา พระคุณเจ้าฯได้กรุณาอธิบายสภาพพื้นที่ รวมกับเสียงคุยของเทียนน้อยที่ช่างเจรจา ตั้งแต่ต้นทาง ภายหลังเสียงเงียบลงและทุกคนนิ่ง เพราะทางคดเคี้ยวอ้อมเขาไปเรื่อย ๆ ฉันได้หันไปดูเทียนน้อยนั่งข้าง ๆ เงียบกริบหลับตาและสูดยาดมเพราะเมารถเสียแล้ว ส่วนอีก ๔ คน น้องออโต้ หนานเกียรติ ท่านผู้เฒ่าวอญ่า และเด็กหนุ่มที่ติดตามมาจากสันติสุขอีกคนยังไม่ทราบอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ตลอดเวลารถจะเลี้ยวซ้าย เหวี่ยงขวา ขึ้นเขามากกว่าลงเขา ทางราบบนเขานั้นไม่ต้องพูดถึง ต้องขับรถด้วยเกียร์ต่ำตลอดระยะทาง พระคุณเจ้าฯ ได้กระซิบบอกคนขับรถว่า “จะต้องจอดรถข้างทางที่บ้านบ่อเกลือใต้” เพื่อซื้อมะขามป้อม แต่จริง ๆ ไม่มีมะขามป้อมหากได้มะขามป้อมแปรรูปแทน
ที่ตลาดข้างทางมีชาวบ้านนำสิ่งของมาวางขายส่วนใหญ่เป็นของที่หาได้จากธรรมชาติและผลิตผลในไร่นา ได้แก่ข้าวก่ำ งาดำ งาขี้ม้อน (จำเสียงมาเช่นนี้) ถั่วเขียว ถั่วดำ ฟักทอง มันเทศ หัวปลี หน่อไม้ดอง ไข่ไก่ ผักกาด ผักกาดดอง และไม้เกี๊ยะสำหรับทำเป็นเชื้อไฟเป็นเศษของไม้สน ที่นี่ขาดไม่ได้คือวัฒนธรรมครกสาก แม่ค้าขายส้มตำยิ้มแย้มพูดเสียงอ่อนหวานแต่จับใจความไม่ได้ แต่มีความหมายในการต้อนรับและเอาใจลูกค้า และสินค้า OTOP คือเกลือสินธุ์เธาว์ มีทั้งเกลือปรุงอาหารและเกลือสำหรับขัดผิวให้งามนุ่มนวลอีกด้วย
ลมหนาวเย็นยะเยือก มองไปทั้งสี่ด้านจะเห็นยอดเขาซ้อนกันเป็นลูก ๆ ที่อยู่ใกล้ก็จะมองเห็นต้นไม้เขียวชอุ่มและจางลง ๆ จนกลายเป็นภูเขาสีเทาค่อนข้างดำตัดกับขอบฟ้า ได้กลิ่นไอของดอกหญ้าที่เป็นธรรมชาติ นาน ๆ จะมีรถแล่นมาบนถนนสักคันหนึ่งนับว่าสงบและมลพิษของไอเสียน้อยมาก
พวกเราได้แวะชมบ่อเกลือตามคำแนะนำของพระคุณเจ้าฯ เป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำ ดูเหมือนจะได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และการเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ มีร้านค้าขายเกลือและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากเกลือจำนวนมาก ที่น่ายกย่องและชื่นชมคือ “เจ้าถิ่นมีความตั้งใจที่จะให้พวกเรามีความรู้เกี่ยวกับเกลือและวิถีชีวิตพื้นบ้านของบ่อเกลือมากที่สุด นับเป็นความประทับใจในความโอบอ้อมอารี ประกอบกับจิตใจที่ดีงามอย่างยิ่ง”
“บ่อเกลือ” เป็นของส่วนรวม ชาวบ้านมาตักน้ำเกลือไปต้มหรือเคี่ยวเกลือได้ ส่วนโรงเคี่ยวเกลือที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นของส่วนตัว ให้บริการเพื่อนบ้านเช่าเคี่ยวได้ เพราะเจ้าของลงทุนด้วยงบประมาณที่สูง “เคล็ดลับหรือความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ถือปฏิบัติ” คือไม่มีใครสามารถนำน้ำเกลือออกไปจากบริเวณบ้านบ่อเกลือได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีผู้ทดลองแล้วจะทำให้เกิดเหตุอาเภทภัยเสียก่อน
“บ่อเกลือ” ตั้งอยู่ที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๘๕ กิโลเมตร เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงด้านการทำเกลือบนภูเขา คือเกลือสินเธาว์ ชาวบ้านมีความสามารถทำเกลือเพื่อบริโภคในครอบครัวและทำเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ
ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับบ่อเกลือว่ามีมาแต่โบราณ ชาวบ้านสามารถนำเกลือไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุงหลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนา และประเทศจีนตอนใต้
เดิมมีบ่อเกลือ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจำนวนหลายบ่อ ภายหลังได้แห้งขอดและหายไปหมด ยังคงเหลือบ่อเกลือที่สามารถผลิตเกลือได้เพียง ๒ แห่งเท่านั้นคือบ่อเกลือที่ตั้งอยู่บริเวณบ้านบ่อหลวงในพื้นที่แห่งแรก ใกล้เทือกเขาริมน้ำมาง ซึ่งในบริเวณนี้จะมีชุมชนอาศัยอยู่ ๘ หมู่บ้าน
บ่อเกลือสาธารณะที่เหลืออยู่ในปัจจุบันชาวบ้านเรียกว่าบ่อเหนือและบ่อใต้ บ่อเหนืออยู่ริมแม่น้ำมาง ส่วนบ่อใต้ห่างออกไปประมาณ ๕๐๐ เมตรติดกับบริเวณเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน
บ่อเกลือทั้งสองบ่อ จะถูกกรุขอบด้วยคอกไม้กันดินปากหลุมถล่มจากปากบ่อลึกลงไปถึงก้นบ่อ มีนั่งร้านสำหรับคนนั่งตักน้ำเกลืออยู่ข้างปากบ่อเกลือ น้ำเกลือทั้งสองบ่อมีความเค็มที่เข้มข้นสูงกว่าบ่ออื่นๆ ที่เคยมีมา ทั้งนี้ชาวบ้านได้ช่วยกันพยายามสำรวจหาบ่อเกลือเพิ่มเติม แต่ก็ไม่สามารถพบบ่อเกลือเพิ่มอีก
การจะนำเกลือจากบ่อขึ้นมาต้มทำเกลือจะต้องปฏิบัติตามความเชื่อและพิธีกรรมสืบต่อกันมา โดยชาวบ้านจะต้องทำพิธีเลี้ยงผีเมืองและเทวดาเจ้าที่ที่รักษาบ่อเกลือ โดยเชื่อกันว่าคือ “เจ้าซางคำ” โดยจะประกอบพิธีกรรมทุกปีในวันแรม ๘ ค่ำเดือน ๕ ชาวบ้านเรียกพิธีนี้ว่า "งานแก้ม" เดิมเคยประกอบพิธีถึง ๗ วัน แต่ภายหลังได้ลดลงมาเพียง ๓ วัน
ตำนานการทำเกลือบนดอยสูง
การค้นพบบ่อเกลือ ที่บ้านบ่อหลวงมีตำนานที่เล่าสืบกันมาว่า มีนายพรานผู้หนึ่ง ได้ออกล่าสัตว์และเห็นเหล่าสัตว์มักจะมากินน้ำที่นี่เป็นประจำ เมื่อนายพรานลองชิมน้ำดูถึงรู้ว่ามีรสเค็ม ข่าวนี้ได้ล่วงรู้ถึงพระเจ้าหลวงภูคา และเจ้าหลวงบ่อ จึงได้เสด็จมาดูน้ำเค็ม โดยทั้งสองพระองค์ขึ้นไปบนยอดดอยภูจั่น เพื่อแข่งขันกันพุ่งสะเดา (หอก )เจ้าหลวงภูคาได้พุ่งออกไปทางทิศตะวันตกของลำน้ำมาง ตรงที่ตั้งหอนอกในปัจจุบัน ผู้คนที่ชมการพุ่งหอกได้นำเอาหินมาก่อเป็นที่สังเกตแล้วตั้งเป็นโรงหอทำพิธี สถานที่ประกอบพิธีกรรมในการระลึกตอบแทนบุญคุณเจ้าพ่อทั้งสองทุกปี
กรรมวิธีการต้มเกลือสินธุ์เธาว์
ชาวบ้านยังคงต้มแกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิม จะตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาไว้ในบ่อพัก ให้น้ำตกผลึก แล้วจึงนำไปต้มในกระทะใบบัว ใช้เวลาประมาณ ๕ ชั่วโมงโดยให้น้ำเกลือตกผลึกแล้วตักเกลือใส่ตะกร้าที่แขวนไว้เหนือกระทะ เพื่อให้น้ำเกลือไหลลงมาในกระทะ และเคี่ยวไปจนน้ำเกลือที่เหลือในกระทะแห้งหมดแล้ว จึงตักน้ำเกลือจากบ่อมาใส่ลงไปใหม่ เนื่องจากเกลือสินธุเธาว์ขาดไอโอดีน จึงได้รับการพัฒนาเติมสารไอโอดีนลงไปด้วย
ภายหลังได้รับการพัฒนาเกลือให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ประโยชน์ โดยนำเกลือที่ได้จากการเคี่ยว มาใส่ในกระทะขนาดเล็กเคี่ยวอีกที โดยเคี่ยวเป็นเวลานานจนกว่าเกลือจะแห้งสนิท ไม่มีความชื้นและจะถูกบรรจุเพื่อส่งขายสำหรับ SPA
“แผ่นดินของเราอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ” หากเราปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนรู้จักคุณค่า และตระหนักในความคุ้มค่า นับมีความหมายอย่างยิ่งต่อคำว่าความสุขของทุกคนและความงดงามของประเทศไทย
ทางลงเขามีบางแห่ง น้อยกว่าทางขึ้นเขา
ถ่ายภาพจากในรถเบาะหลัง
ที่นี่เจออาหารพื้นถิ่นและวัฒนธรรมครกสาก
หัวปลีสีเกือบดำ
งาขี้ม้อน
ไม้เกี๊ยะ
บ่อเกลือ
ความลึกของบ่อเกลือ
ภาชนะนำน้ำเกลือมาพักในโอ่ง
พักน้ำเกลือ
เคี่ยวและช้อนเกลือใส่ในตระกร้า
นำเม็ดเกลือไปพักรอบรรจุ
เคี่ยวทำเกลือสปา
โรงเรือนเก็บเกลือ
ผลิตภัณฑ์จากเกลือ
พาหนะนำทาง
คืนสู่สามัญด้วยความคิดถึงเรื่องราวเก่าๆที่ผ่านมา
ทั้งการเดินทางและสิ่งที่พบเห็นระหว่างทาง
เรายังคงมีทรัพยากรที่มีค่าอีกมากมายที่ควรจะช่วยกันรักษาเอาไว้นะคะ..
สวัสดีค่ะkrugui Chutima
เสียดาย และเสียใจมากครับ ที่ไม่ได้ไป พอดีติดงานด่วนจริงๆ ทั้งๆ ที่เคลียร์คิวแล้ว ไม่แน่ใจว่าพี่คิมได้รับเมล์แจ้งยกเลิกของผมรึป่าว
ขออภัยอย่างสูงครับ และเสียดายอย่างยิ่งครับ
สวัสดีค่ะคุณบีเวอร์
สวัสดีค่ะพี่คิม
ขอบคุณที่พาชมบ่อเกลือค่ะ เมื่อหลายวันก่อนหนูรีก็ไปนาเกลือที่ปัตตานีมา(เกลือสมุทรค่ะ) กะจะกลับมาเขียนเล่าเหมือนกัน แต่โชคไม่ดี ไม่มีนาเกลือ เพราะเกลือไปกับน้ำท่วมใต้คราวนั้นตอนนี้ยังเป็นน้ำทะเลเต็มผืนนา..รอเดือนประมาณเดือนมีนา,เมษาค่อยไปอีก:)
•ภาพนี้ดูแล้วอ้างว้างจัง น่ากลัวลึกลับเจ้าค่ะพี่คิม
คุยเสียยาวเชียว...อีกนิดค่ะ จัดค่ายที่ใต้จัดที่ไหนค่ะพี่
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะครูคิม เพราะเคยเห็นก็วันนี้ค่ะ เคยเห็นมาแล้วก็แต่การทำเกลือสมุทรค่ะ แต่ผลิตภัณฑ์ของเกลือสมุทรที่สะอาดกินได้ถูกหลักอนามัยนั้นหายากเหลือเกินค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม มาชมการทำเกลือที่มีในหุบเขาสูงจากน้ำทะเล แต่ก็มีให้คนเมืองน่านได้กิน ไม่งั้นกลัวจะคอพอกกันนะคะ เพราะเกลือทะเลนั้นแพงมาไกลค่ะ ปัจจุบันก็ใช้ดองผักผลไม้มากมาย ขอบคุณที่เล่าได้เหมือนไปชมจริงนะคะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าเชิงสารคดีที่น่าสนใจมากๆ...คอยอ่านตอนต่อไปค่ะ
เถา ต้นถั่วพู กำลังออกดอกที่มุมสวนผักในบ้าน
ครูบาอาจารย์ของผมท่านสอนสั่งไว้ว่า
"ขอให้รักษาความดีไว้ ดุจดั่งเกลือรักษาความเค็ม"
ขอบคุณครับ คุณครูพี่คิม..
มาอ่านได้ความรู้
อ่านแล้วคิดถึงบ้าน เมืองไทยด้วยค่ะ
ไปแอ่วไหน ๆ ก็ไปได้ มีดี ๆ อีกหลายสิ่งหลายอย่าง;P
สวัสดีครับเกลอ ....เรื่องกะทะที่เขาแช่น้ำในลำคลอง ผมถ่ายภาพไว้แล้วแต่ไม่เห็นภาพกะทะ
ที่เขาแช่กะทะเพื่อให้เกลอที่เกาะกะทะหลุดออก ที่แรกผมนึกว่าเขาเอาก้อนหินใส่กะทะขวางทางน้ำไม่ให้ไหลเร็ว
เกลือสินเธาว์ใส่ไอโอดินหน่อยหนึ่งจะยอดเยี่ยมเลยครับ
สวัสดีค่ะ
วันนี้ได้เรียนรู้เพิ่มอีกเรื่องหนึ่ง ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ..พี่ครูคิม
มาชื่นชมและยินดีกับกิจกรรมจิตอาสาของพี่ครูคิมค่ะ
เพิ่งได้รับของฝากเป็น..เกลือสินธุ์เธาว์..จากเมืองน่าน เมื่อช่วงปีใหม่นี้เองค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์
สวัสดีค่ะน้องหนูรี
สวัสดีค่ะน้อมะตูมRinda
สวัสดีค่ะ
ตามมาแอ่วบ่อเกลือด้วยค่ะ
แค่ได้ฟังว่าเส้นทางคดเคี้ยวครูดาหลาก็เมารถไปก่อนแล้ว
เล่าเรื่องและมีภาพประกอบทุกตอนได้รู้เรื่องราวเหมือนได้มาเห็นด้วยตัวเองเลยค่ะ
ขอบคุณเรื่องดีๆที่แบ่งปันค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ