
การฟื้นฟูพลังสมองเพื่อเพิ่มความฉลาดทางปัญญา
ในชีวิตประจำวันสมองถูกใช้งานไปทุกวัน พลังสมองจะค่อยๆเสื่อมลง
ถ้าคนเราหมั่นบริหารสมองจะเป็นการฟื้นฟูสมรรถนะของสมองให้ดีขึ้นคงเดิมอยู่เสมอ
ดังนั้นต้องมีการกระตุ้นสมองอยู่เป็นประจำเพื่อเพิ่มศักยภาพของสมองที่อ่อนล้าลงตามวัย
ระดับสติปัญญาของคนเราสามารถพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้ด้วย
ทักษะของสมองคือตัวบ่งชี้สติปัญญา
ทักษะหลัก 3 ประการของสมองคือ
- ความสามารถในการจำ
- ความสามารถในการเรียนรู้
- ความคิดเชิงริเริ่มสร้างสรรค์
บางคนมีความจำดี แต่การเรียนรู้ช้า
บางคนมีความจำดี เรียนรู้ดีแต่ไม่กล้าคิดนอกกรอบคิดแต่วิธีการเก่าๆเดิมๆ คือไม่มีความคิดเชิงสร้างสรรค์
คนไหนมีความจำดี สามารถเรียนรู้ได้เร็วและเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ดี
นับได้ว่าเป็นคนมีสติปัญญาดี มีความฉลาดทางปัญญา
ทั้งสามสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์แต่เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาได้จากการหมั่นฝึกปฏิบัติ
จากการฝึกฝนและบริหารสมองให้ถูกหลักถูกทางนะคะ
มาฟังเรื่องราวของความฉลาดทางปัญญา ดี ๆ ครับ
จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้...
ขอบคุณครับ
ได้รายละเอียดการพัฒนาสมอง บำรุงและดูแลสมอง น่าสนใจครับ
สวัสดีคะท่าน ผอ. วัฒนา คุณประดิษฐ์
บล็อกเกอร์หน้าใหม่แต่เสนอผลงานบันทึกมากมาย น่าชื่นชมคะ
ท่านมีความฉลาดทางปัญญาเยี่ยมนะคะ
สวัสดีคะท่าน อ.นุ
การสนใจใฝ่ธรรมเป็นการพัฒนาเพิ่มพลังสมองได้อย่างดียิ่งคะ
เพราะเป็นการเรียนรู้และฝึกจิตให้รู้เท่าทันกิเลสซึ่งต้องใช้ความเพียรพยายามมากคะ
ธรรมะสวัสดิ์นะคะ
สวัสดีครับอาจารย์ กรรณ
กลัวสมองเสื่อม จึงพยายามทำ
(ความสามารถในการจำ
- ความสามารถในการเรียนรู้
- ความคิดเชิงริเริ่มสร้างสรรค์) เพื่อความจำคงอยู่
สวัสดีคะคุณครูหยุย
การพัฒนาสมองต้องทำตั้งแต่เป็นเด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่ด้วยการจัดระเบียบทางความคิดด้วยการจินตนาการ
เราจะใช้กิจกรรมศิลปะกับเด็กนักเรียนเพื่อช่วยพัฒนาสมองและการเรียนรู้ได้ จะต้องไม่ตีกรอบให้เด็ก
เด็กบางคนชอบวาดรูป ... สังคมใดๆ ก็ตาม ล้วนต้องการคนที่มีจินตนาการ สร้างสรรค์
เราต้องปล่อยตามอิสระเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่วงจรของสมองในส่วนของจินตนาการ
เด็กอาจจะลองหรือทดสอบไปเรื่อยๆ เป็นการพัฒนาวงจรแห่งจินตนาการซึ่งจะเป็นรากฐานอันสำคัญของอีกหลายๆ เรื่องในชีวิตของเขาในอนาคตคะ
ชื่นชมงานอุดมการณ์ของครูหยุยด้านสิทธิเด็กและสตรีคะ
อ่านได้แล้วได้สาระ
พาไปใช้ประโยชน์ต่อตนเอง
และนำไปพัฒนาสมองของเด็กค่ะ
ขอบคุณ
สวัสดีคะ ท่าน วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
ปัจจัยการพัฒนาสมองคนเราอยู่ที่ กรรมพันธุ์ อาหารและสิ่งแวดล้อมคะ
กรรมพันธุ์ เราเลือกเกิดไม่ได้คะ
อาหารและสิ่งแวดล้อม เราเลือกได้คะ
อาหาร เป็นปัจจัยสำคัญของการเจริญเติบโต ทั้งทางร่างกายและสมอง
สิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งมีผลอย่างมากสำหรับการพัฒนาของสมอง
การที่เด็กได้เติบโตในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้เด็กได้รับการเรียนรู้เพิ่มขึ้นในทางที่ดีได้รับการพัฒนาทางสมองคะ
เราจึงต้องจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมตามวัย ให้เด็กได้รับสิ่งแปลกใหม่ ข้อมูลใหม่ ซึ่งเด็กมีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้โดยไม่รู้ตัว และสิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาสมองให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพคะ
สวัสดีคะ คุณดาวเรือง
ยินดีมากนะคะที่คุณจะนำแนวคิดไปต่อยอดในการพัฒนาสมองเด็ก
ช่วงการพัฒนาสมองเด็กอยู่ในช่วง แรกเกิดถึง 7 ขวบ ในช่วงวัยนี้จะพัฒนาได้ถึง 80 % ของผู้ใหญ่
เราควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น เรียนรู้อย่างมีความสุข
จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ดูแลด้านสุขนิสัยและโภชนาการเหมาะสม เด็กจะพัฒนาศักยภาพสมองของเขาได้อย่างเต็มความสามารถ คะ
วิธีการนี้นับว่าเป็นการเรียนรู้ที่ถือสมองเป็นพื้นฐาน (Brain-based Learning) คะ
ขออนุญาตแวะมาเยี่ยมเจ้าของบันทึกหน่อยนะครับ ;)
ความฉลาดทางปัญญาต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ถึงจะยังผล นะครับ
ขอบคุณครับ ;)
สวัสดีคะคุณ Wasawat Deemarn
เห็นด้วยนะคะว่าความฉลาดทางปัญญาต้องอาศัยการฝึกฝน เรียนรู้ด้วยตนเองจากการกระทำทำให้เกิดความเข้าใจที่ซึมลึก
หากคนเราไม่ฝึกคิด ไม่ฝึกทำ สมองจะไม่พัฒนา
“ ฉันฟัง ฉันลืม
ฉันเห็น ฉันจำได้
ฉันได้ทำ ฉันเข้าใจ”
ขอบคุณมากคะ
ดังนั้นครั้งต่อไปขอแบบปฏิบัติเพื่อฝึกฝนตามนะครับ มีประโยชน์มาก ขอบคุณ
อ่านแล้วอยากลงมือฝึกฝน
ก่อนที่จะสายเกินแก้
ความจำไม่ดี คิดไม่ตก
แต่สิ่งเดียวที่ยืนยันว่าไม่เปลี่ยน คือชอบคิดอะไรๆๆที่ไม่เหมือนชาวบ้าน อิอิ
ขอบคุณน้องมากค่ะ
สวัสดีคะ ครูกลอน โสภณ เปียสนิท
ยินดีมากคะและขอต้อนรับที่ครูเข้ามาอ่านบันทึกนี้
คอยอ่านบันทึกตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณมากคะ
สวัสดีค่ะ...
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/manorom/414750
gannigar เงียบหายไป มาส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ครับ