ความเป็นกระบวนการเรียนรู้และการจัดการความเปลี่ยนแปลงของการวิจัยแบบ PAR 

อันเนื่องจากกระบวนการภายในการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม หรือการวิจัยแบบ PAR นั้น จะมีองค์ประกอบสำคัญ ๓ มิติ ของ CER [๑][๒] ซึ่งจะมีความบูรณาการอย่างผสมกลมกลืนไปด้วยกันบนขั้นดำเนินการเป็นวงจรนับแต่เริ่มต้นไปจนสิ้นสุดกระบวนการวิจัยปฏิบัติการสังคมของการวิจัยแบบ PAR ดังนั้น กระบวนการและระบบปฏิบัติการทั้งหลายที่เกิดขึ้นของการวิจัยแบบ PAR จึงกอปรกันขึ้นเป็นชุดของเหตุปัจจัย [๓] ที่ทำให้เกิดเงื่อนไขอันนำไปสู่ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง หรือหากกล่าวในเชิงการวิจัยก็คือ ทั้งหมดของกระบวนการวิจัยแบบ PAR นั้นมีความเป็นตัวแปรต้น (Independent Variable) อยู่ในตนเอง และภายในกระบวนการวิจัยเอง ก็มีสิ่งที่เรียกว่าตัวแปรอยู่ในนั้นอีกชั้นหนึ่งด้วย ดังภาพ

  ความเป็นกระบวนการเรียนรู้และเครื่องมือจัดการความเปลี่ยนแปลงของการวิจัยแบบ PAR 

จากภาพ จะเห็นได้ว่า Y2 คือ สุขภาวะและสภาพชุมชนทางด้านต่างๆดังที่พึงประสงค์ เป็นตัวแปรตาม (Dependent Variable) หรือเป็นสิ่งที่เราต้องการทำให้เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นดังกล่าวนี้ ในด้านความต้องการจัดการให้เกิดความเปลี่ยนแแปลง หรือ Managing and Learning for Change สภาพชุมชนหลังการวิจัยหรือ Y2 ก็จะต้องมีความแตกต่างจากสภาพดั้งเดิมของชุมชนก่อนการวิจัย PAR อันได้แก่ Y1 ซึ่งเป็นตัวแปรควบคุมเอาไว้เปรียบเทียบ

อีกแง่มุมหนึ่ง เราอาจจะต้องการให้สิ่งดังกล่าวที่มีอยู่แต่เดิมในชุมชนก่อนดำเนินการวิจัย  ยังคงดำรงอยู่ต่อไปอีกหลังดำเนินการวิจัยแล้ว ซึ่งก็จะบ่งชี้ว่าสิ่งนั้นมีความยั่งยืนหรือเข้มแข็งขึ้นหรือ Strengthening and Sustaining ตัวแปรตาม Y2 ก็จะเป็นความยั่งยืนและความเข้มแข็ง หากมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ต้องมีนัยยะบ่งชี้ถึงความเข้มแข็งและความยั่งยืนในการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ดังนี้เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ระหว่าง Y1 กับ Y2 ซึ่งถ้าหากวิเคราะห์เปรียบเทียบกันเมื่อได้ทำวิจัยปฏิบัติการแบบ PAR ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งแล้วก็จะปรากฏความแตกต่างนั้น ก็จะเห็นได้ว่า ความริเริ่มและดำเนินการวิจัยปฏิบัติการสังคมแบบ PAR ทั้งหมดทั้งกระบวนการนั่นเองที่เป็นปัจจัยแห่งความเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เมื่อพิจารณาในแง่นี้ ความเป็นทั้งหมดของกระบวนการวิจัยแบบ PAR หรือทั้งชุดในเครื่องหมาย X ดังในภาพ จึงมีความเป็นตัวแปรต้นหรือ Independent Variable

  กระบวนการวิจัยแบบ PAR ที่ทำได้และแก้ปัญหาได้เป็นข้อค้นพบอย่างหนึ่ง 

ข้อค้นพบและองค์ความรู้จากการปฏิบัติว่าริเริ่มและดำเนินการในขั้นตอนต่างๆอย่างไรนับแต่เริ่มต้นกระทั่งสิ้นสุด ตลอดจนระบบวิธีคิดและสิ่งที่ก่อเกิดบนรายทางต่างๆ ทั้งหมด  ดังที่กล่าวมาในข้างต้นนั้น จึงมีบทบาทสำคัญอยู่ในตนเอง ๒ สถานะ กล่าวคือ ด้านหนึ่งก็เป็นการแสดงรายละเอียดและพรรณาความเป็นตัวแปร ว่าเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งก็มีความเป็นข้อค้นพบเชิงกระบวนการของการวิจัย ซึ่งมีคุณค่าในฐานะที่เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง Process of Learning for Change ว่าเป็นอย่างไร ทำได้อย่างไร องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นมีลักษณะอย่างไร

  ในการวิจัยแบบ PAR ก็สามารถพัฒนาตัวแปรจัดกระทำและทำเป็นเครื่องมือวิจัย 

ขณะเดียวกัน ภายในกระบวนการวิจัยซึ่งโดยหลักๆแล้วจะประกอบด้วย ขั้นตอนและการดำเนินการในมิติต่างๆนั้น ก็จะมีการพัฒนาสิ่งที่จะเป็นตัวแปรจัดกระทำเพื่อใส่เข้าไปด้วย ตัวอย่างเช่น เราอาจจะทำสื่อให้การเรียนรู้สุขภาพใส่เข้าไป ซึ่งจากตัวอย่างนี้ กระบวนการศึกษาเรียนรู้จากสื่อก็จะนับได้ว่าเป็นกิจกรรมดำเนินการของการวิจัยโครงการนี้ หรือเป็น Implementation และ Intervention Program ที่จัดวางลงไปในสถานการณ์การวิจัย ดังนั้น สื่อและกระบวนการใช้สื่อการเรียนรู้สุขภาพ ก็นับว่าเป็นเครื่องมือการวิจัยและเป็นตัวแปรต้น ซึ่งจะได้ผลการเรียนรู้และความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นตัวแปรตาม 

อย่างไรก็ตาม วิธีพิจารณาดังประการหลังนี้ จะมีความชัดเจนและดำเนินการได้อย่างเป็นระบบได้ดีก็แต่จำเพาะในกลุ่มผู้มความรู้และมีความเป็นนักวิจัยแบบผู้เชี่ยวชาญ ทว่า ในทรรศนะของชาวบ้านและในสถานการณ์ความเป็นจริงของสังคมนั้น การดำเนินการวิจัยปฏิบัติการสังคมที่มองลงไปอย่างจำเพาะเจาะจงอย่างนี้ นอกจากจะแยกส่วนมากแล้ว ก็จะทำให้ความเป็นจริงและความจำเป็นของสังคมชุมชนอีกหลายอย่างที่จะต้องคิดและทำอย่างบูรณาการไปด้วยกันถูกละเลยและหลุดหายออกไป อีกทั้งทำให้กระบวนการต่างๆลดความจริงจังต่อวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อหวนกลับมาให้น้ำหนักกับกิจกรรมทางวิชาการของนักวิจัย ซึ่งอาจจะได้แต่เพียงการให้ความร่วมมือจากชาวบ้าน ทว่า ชุมชนอาจจะไม่ได้สิ่งที่พึงประสงค์แก่ตนเองที่ดีเท่าใดนัก

 การดำเนินการก่อนและหลังการวิจัยแบบ PAR รวมทั้งการทำให้เป็นส่วนเดียวกัน 

หากการวิจัยปฏิบัติการสังคมแบบ PAR ดำเนินการในลักษณะดังที่กล่าวถึงข้างต้น โดยการวิจัยแบบ PAR ทั้งหมดทั้งกระบวนการ มีความเป็นกระบวนการเรียนรู้และเป็นวิธีบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงอย่างมีส่วนร่วม ก็จำเป็นที่จะต้องออกแบบการจัดการความรู้เพื่อประเมินสภาวการณ์ก่อนและหลังการดำเนินการ หรือ Y1 และ Y2 ซึ่งหากทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและทำอย่างต่อเนื่องอย่างกลมกลืนอยู่ในความเป็นชุมชนนั้น ก็ควรจะใช้วิธีถอดบทเรียนแบบเสริมพลังและทำวงจรการวิจัยปฏิบัติการสังคมแบบ PAR ให้เป็นวงจรเล็กๆ หมุนเวียนต่อเนื่องกันไป

แต่ถ้าหากดำเนินการขึ้นอย่างเป็นโครงการจำเพาะเพื่อสนองตอบต่อความจำเป็นและความต้องการที่เร่งด่วนหรือมีความเป็นปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อแก้ปัญหาที่ต้องการให้ลุล่วง อีกทั้งเป็นโครงการที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายและต้องการดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของคนภายบนอก ก็ควรดำเนินการโดยการวิจัยและประเมินผลขึ้นอย่างเป็นการเฉพาะ โดยการศึกษา Y1 ชุมชนก่อนดำเนินการ ก็จะเป็นการวิเคราะห์สภาวการณ์ (Situation Analysis)เพื่อวางแผนและการศึกษาข้อมูลพื้นฐานเอาไว้เปรียบเทียบผลการดำเนินการ (Base-Line Data) ในภายหลัง ส่วนการศึกษา Y2 ก็จะเป็นการวิจัยและประเมินผล (Program Evaluation and Research) ซึ่งทั้งหมด รวมทั้งส่วนที่เป็นกิจกรรมการวิจัยแบบ PAR นี้ หากพัฒนาเป็นโครงการเดียวกัน ก็สามารถทำให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการได้ โดยส่วนแรกอยู่ในส่วนของการเตรียมการก่อนดำเนินการ และอีกส่วนหนึ่งก็อยู่ในส่วนของแผนงานการวิจัยและประเมินผล

ทั้งสองอย่างนี้มีวิธีดำเนินการได้อย่างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงการ เงื่อนไขเฉพาะของการดำเนินการ และแนวคิดที่ต้องการของกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง.

............................................................................................................................................................................

[๑] CER : ๓ มิติที่บูรณาการอยู่ในกระบวนการวิจัยแบบ PAR

  • Community Orientation and Community-Based Development Integration : การระบุปัญหาที่มุ่งความเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาร่วมกันของชุมชนและสังคม  
  • Education and Learning Process Integration : การพัฒนากระบวนการทางการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้เพื่อมุ่งระดมพลังแก้ปัญหาจากภายในชุมชน  
  • Research Integration :  การวิจัย สร้างความรู้ และสร้างทฤษฎีพื้นฐานจากการปฏิบัติ

[๒] อ่านเพิ่มเติม CER ใน วิรัตน์ คำศรีจันทร์ : ๓ องค์ประกอบหลักที่นักวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม PAR ต้องเรียนรู้ให้ทำได้และทำเป็น

[๓] ความเป็นตัวแปรอย่างเป็นชุดของเหตุปัจจัย : ผู้เขียนต้องการให้หมายถึงความเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมของการวิจัย ซึ่งมีความซับซ้อน เลื่อนไหล และมีความเป็นพลวัตร ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะที่สำคัญของสภาพความเป็นจริงของการวิจัยปฏิบัติการสังคมแบบ PAR ซึ่งมีความแตกต่างจากการศึกษาวิจัยและตัดขวางซึ่งเป็นข้อจำกัดของการวิจัยแบบทั่วไป อีกทั้งความเป็นชุดเหตุปัจจัยนั้น จะครอบคลุมถึงปฏิสัมพันธ์และความเชื่อมโยงของตัวแปรหลายตัว ตลอดจนบริบทแวดล้อมจำเพาะของปรากฏการณ์นั้นๆ ซึ่งการพิจารณาแบบลดทอนและอธิบายปรากฏการณ์ผ่านตัวแปรเชิงเดี่ยวที่มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่ซับซ้อน จะไม่สามารถเข้าใจและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง